
ผู้นำยูเครนเดือด สั่งปลดฟ้าผ่า บิ๊กความมั่นคง-อัยการสูงสุด ฐาน"ทรยศชาติ"
ประธานาธิบดียูเครนสั่งปลดฟ้าผ่าหัวหน้าหน่วยงานความมั่นคงและอัยการสูงสุดของประเทศ หลังพบเจ้าหน้าที่จำนวนมากในสองหน่วยงานดังกล่าวแปรพักตร์ไปร่วมมือกับรัสเซีย
นายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ได้สั่งปลดหัวหน้าหน่วยงานความมั่นคง (SBU) ซึ่งเป็นหน่วยงานข่าวกรอง และอัยการสูงสุด เมื่อวันอาทิตย์ (17 ก.ค.) โดยอ้างว่า พบเจ้าหน้าที่ในสองหน่วยงานดังกล่าวทรยศชาติ และหันไปร่วมมือกับรัสเซียเป็นจำนวนมาก จึงต้องสั่งปลดหัวหน้าหน่วยงานเพื่อเป็นการลงโทษ
ซึ่งผู้ถูกสั่งปลดซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล ก็คือนายอีวาน บาคานอฟ หัวหน้า SBU ที่เป็นเพื่อนสมัยเด็กของเซเลนสกี และนางอิรินา เวเนดิกโทวา อัยการสูงสุด ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการดำเนินคดีอาชญากรรมสงครามกับรัสเซีย
ผู้นำยูเครนกล่าวว่า จำเป็นต้องสั่งปลดเจ้าหน้าที่ระดับสูงทั้งสองเนื่องจากพบว่ามีสมาชิกหรือเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของพวกเขาจำนวนมาก ที่แปรพักตร์หันไปสวามิภักดิ์และร่วมมือกับรัสเซีย ซึ่งเป็นปัญหาที่กระทบกระเทือนไปยังภาคส่วนอื่น ๆของยูเครนในภาพรวม
"ณ วันนี้ มีการดำเนินคดีอาญาต่อเจ้าหน้าที่และอัยการซึ่งมีพฤติกรรมเป็นกบฏถึง 651 คดี" นายเซเลนสกีกล่าว
รายงานข่าวระบุว่า มีเจ้าหน้าที่มากกว่า 60 คนของสำนักงานอัยการและหน่วยงานความมั่นคงของยูเครนที่ยังคงอยู่ในดินแดนที่ถูกรัสเซียยึดครอง และกำลังทำงานร่วมกับรัสเซียเพื่อต่อต้านรัฐบาลกลางยูเครน
คดีกบฏจำนวนมหาศาลนี้เผยให้เห็นถึง "ความท้าทาย" ครั้งใหญ่จากการแทรกซึมของรัสเซียที่ยูเครนต้องเผชิญ "อาชญากรรมมากมายที่ส่งผลต่อรากฐานความมั่นคงของรัฐ … ก่อให้เกิดคำถามร้ายแรงต่อเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่เกี่ยวข้อง"ซาเลนสกีกล่าว
ก่อนหน้านี้ ในช่วงแรกที่รัสเซียเริ่มรุกรานยูเครน เซเลนสกีได้ไล่อดีตหัวหน้า SBU ประจำภูมิภาคไครเมียออกในข้อหากบฏ “มีการรวบรวมหลักฐานเพียงพอที่จะเอาผิดบุคคลนี้ในข้อหากบฏ ความผิดทางอาญาทั้งหมดของเขาได้รับการบันทึกไว้แล้ว ทุกคนที่ร่วมมือกับเขาถือเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มอาชญากรที่ทำงานเพื่อผลประโยชน์ของสหพันธรัฐรัสเซีย ซึ่งก็จะต้องรับผิดชอบเช่นกัน มันเป็นเรื่องเกี่ยวกับการถ่ายโอนข้อมูลลับของชาติไปให้แก่ศัตรู"
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ระดับสูงใน SBU ประจำภูมิภาคทางตอนใต้ของยูเครนถูกกล่าวหาว่าเป็นต้นเหตุที่ทำให้กองกำลังรัสเซียสามารถเข้ายึดพื้นที่ทางตอนใต้ของยูเครนได้อย่างง่ายดายภายใน 1 สัปดาห์หลังจากการรุกราน
ผู้นำยูเครนยังคาดโทษไว้ด้วยว่า ทั้งการดำเนินการ และการละเว้นจากการดำเนินการใด ๆ ของเจ้าหน้าที่ในภาคความมั่นคง รวมทั้งในหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจะได้รับการตรวจสอบเพิ่มเติม ตอนนี้การตรวจสอบหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายครั้งแรกได้ให้ผลลัพธ์แล้ว ต่อจากนี้ ก็จะยิ่งมีการตรวจสอบเข้มงวดมากขึ้น
ภายหลังการปลดฟ้าผ่าครั้งล่าสุดนี้ นายกรัฐมนตรียูเครนจะได้รับมอบหมายให้เพิ่มความเข้มข้นในการเฟ้นหาหัวหน้าสำนักงานต่อต้านการทุจริตแห่งชาติคนใหม่







