
ซานมิเกลเล็งฮุบไซ่ง่อน หวังครองตลาดเบียร์อาเซียนชนเจ้าสัวไทย
ซีอีโอ บริษัท ซาน มิเกลฯ กลุ่มธุรกิจใหญ่ที่สุดในประเทศฟิลิปปินส์ประกาศทุ่มเงินหลายแสนล้านบาทลงทุนโครงการยักษ์ในประเทศและเล็งประมูลซื้อหุ้นบริษัทเบียร์ไซ่ง่อน ของเวียดนามเป็นทางลัดครองตลาดเบียร์ที่มีอนาคตสดใสที่สุดในอาเซียน
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่านายรามอน อัง (Ramon Ang)ซีอีโอ บริษัทซาน มิเกลฯ ให้สัมภาษณ์สื่อในฟิลิปปินส์เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า บริษัทเตรียมเงินลงทุน 34,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ1.19 ล้านล้านบาท) เพื่อลงทุนในโครงการโรงกลั่นนํ้ามัน โรงงานเหล็กครบวงจร โรงงานไฟฟ้าพลังคลื่นทะเล และเข้าร่วมประมูลซื้อหุ้นบริษัทเบียร์ไซ่ง่อน
นายอัง กล่าวว่า “เวียดนามอาจจะเป็นเสาหลักให้ ซานมิเกลขยายธุรกิจเบียร์ได้เพราะการบริโภคเบียร์ในเวียดนามมีอัตราขยายตัวอย่างตํ่า 10% ต่อปีมากกว่าฟิลิปปินส์ถึง 5 เท่าตัว”
บริษัทไซ่ง่อนเบียร์ มีชื่อเต็มว่า ไซ่ง่อนแอลกอฮอล์เบียร์แอนด์เบฟเวอเรจ ชื่อย่อว่าซาบีโก เป็นผู้ผลิตเบียร์แบรนด์ ไซ่ง่อนเบียร์ และ 333 เบียร์ ครองตลาดมากกว่า 50% โดยรัฐบาลเวียดนามประกาศในปีที่แล้วว่ามีนโยบายขายหุ้น 89.59% ของซาบีโกซึ่งมีมูลค่า 1,800 ล้านดอลลาร์(ประมาณ 63,000 ล้านบาท) ในปีนี้ โดยแบ่งขายเป็นงวดๆ หลังจากนำบริษัทเข้าตลาดหุ้น
หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทม์ส รายงานก่อนหน้านี้ว่าบริษัทเบียร์ต่างชาติทั้ง ไฮเนเก้นของเนเธอร์แลนด์ คีริน และอาซาฮี ของญี่ปุ่น คาร์ลเบอร์กของประเทศเดนมาร์ก เบียร์เอบี อินเบฟ บริษัทเบียร์ใหญ่สุดของโลกไทยเบฟ จากค่ายเบียร์ช้าง ของไทยให้ความสนใจประมูลซื้อหุ้นซาบีโก ซึ่งหากซาน มิเกล เข้าร่วมด้วยในแง่ผู้เล่นภูมิภาคก็จะต้องชนกับไทยเบฟ โดยมีตำแหน่งราชาเบียร์แห่งอาเซียนเป็นเดิมพัน
บลูมเบิร์ก ระบุว่าล่าสุดซาบีโก ได้รับอนุมัติจากรัฐบาลให้จ้างที่ปรึกษาสำหรับการขายหุ้นในปีนี้ โดยก่อนหน้านี้มี 7 บริษัทเบียร์ยักษ์ใหญ่ไม่รวม ซานมิเกล ได้ลงทะเบียนแสดงความสนใจเข้าประมูลซื้อหุ้นไว้แล้ว
นอกจากการซื้อหุ้นเบียร์ในเวียดนามแล้ว ซีอีโอ ซาน มิเกล ยังประกาศว่าเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์กำลังขยายตัวโดยคาดว่าในปีนี้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) จะเพิ่มขึ้น 6.8% เป็นพื้นฐานให้ซาน มิเกล เร่งลงทุนเพิ่มโดยบริษัทได้เตรียมงบประมาณไว้แล้ว 34,000 ล้านดอลลาร์
นายอัง ระบุว่าซาน มิเกลจะลงทุน 15,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 525,000ล้านบาท) สร้างโรงกลั่นนํ้ามันขนาด 250,000 บาร์เรลและเงินลงทุนเท่ากันในโครงการสร้างโรงเหล็กครบวงจร ส่วนโครงการสร้างโรงไฟฟ้าพลังคลื่นทะเลขนาด 1,200 เมกะวัตต์จะใช้เงินลงทุน 3,600 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 126,000 ล้านบาท)
การลงทุนครั้งใหญ่ของซาน มิเกลในครั้งนี้ นับเป็นการปรับโครงสร้างบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในฟิลิปปินส์เป็นระลอกที่3 หลังจากที่เดิมบริษัทเน้นผลิตเบียร์ เครื่องดื่มและอาหารได้เปลี่ยนเป็นบริษัทพลังงานทรัพยากรและโครงสร้างพื้นฐานอาทิ ถนนในปี 2551 ภายใต้การบริหารของนายรามอน อัง
นายอังกล่าวว่าขณะนี้บริษัทได้รับผลประโยชน์อย่างเต็มที่จากการเปลี่ยนทิศทางบริษัทไปลงทุนในธุรกิจใหม่ๆในปี 2551 แล้ว โดยขณะนี้บริษัทมีความมั่นคงสูง ผลตอบแทนทบต้นขยายตัวต่อเนื่อง20% ต่อปีและมูลค่าสินทรัพย์เพิ่มขึ้น 4 เท่าเทียบกับปี 2551
นายอาสโตร เดล คาสติลโล (Astro del Castillo)กรรมการผู้จัดการบริษัท เฟิสท์เกรดโฮลดิ้งส์ฯ ซึ่งเป็นบริษัทให้คำปรึกษาทางด้านตลาดทุนให้สัมภาษณ์ บลูมเบิร์กว่า “การลงทุนครั้งใหม่ของซาน มิเกลเหมือนกับปรับโครงสร้างบริษัทหันไปเสี่ยงลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานในคราวที่แล้ว ซึ่งเป็นการลงทุนที่หวังผลที่จะทำให้มูลค่าหุ้นเพิ่มขึ้นระยะยาวไม่มีผลขณะนี้ เชื่อว่านายอัง คงต้องการขี่กระแสคลื่นเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ที่มีแนวโน้มขยายตัว”
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,250 วันที่ 6 - 8 เมษายน พ.ศ. 2560
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่านายรามอน อัง (Ramon Ang)ซีอีโอ บริษัทซาน มิเกลฯ ให้สัมภาษณ์สื่อในฟิลิปปินส์เมื่อเร็วๆ นี้ ว่า บริษัทเตรียมเงินลงทุน 34,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ1.19 ล้านล้านบาท) เพื่อลงทุนในโครงการโรงกลั่นนํ้ามัน โรงงานเหล็กครบวงจร โรงงานไฟฟ้าพลังคลื่นทะเล และเข้าร่วมประมูลซื้อหุ้นบริษัทเบียร์ไซ่ง่อน
นายอัง กล่าวว่า “เวียดนามอาจจะเป็นเสาหลักให้ ซานมิเกลขยายธุรกิจเบียร์ได้เพราะการบริโภคเบียร์ในเวียดนามมีอัตราขยายตัวอย่างตํ่า 10% ต่อปีมากกว่าฟิลิปปินส์ถึง 5 เท่าตัว”
บริษัทไซ่ง่อนเบียร์ มีชื่อเต็มว่า ไซ่ง่อนแอลกอฮอล์เบียร์แอนด์เบฟเวอเรจ ชื่อย่อว่าซาบีโก เป็นผู้ผลิตเบียร์แบรนด์ ไซ่ง่อนเบียร์ และ 333 เบียร์ ครองตลาดมากกว่า 50% โดยรัฐบาลเวียดนามประกาศในปีที่แล้วว่ามีนโยบายขายหุ้น 89.59% ของซาบีโกซึ่งมีมูลค่า 1,800 ล้านดอลลาร์(ประมาณ 63,000 ล้านบาท) ในปีนี้ โดยแบ่งขายเป็นงวดๆ หลังจากนำบริษัทเข้าตลาดหุ้น
หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทม์ส รายงานก่อนหน้านี้ว่าบริษัทเบียร์ต่างชาติทั้ง ไฮเนเก้นของเนเธอร์แลนด์ คีริน และอาซาฮี ของญี่ปุ่น คาร์ลเบอร์กของประเทศเดนมาร์ก เบียร์เอบี อินเบฟ บริษัทเบียร์ใหญ่สุดของโลกไทยเบฟ จากค่ายเบียร์ช้าง ของไทยให้ความสนใจประมูลซื้อหุ้นซาบีโก ซึ่งหากซาน มิเกล เข้าร่วมด้วยในแง่ผู้เล่นภูมิภาคก็จะต้องชนกับไทยเบฟ โดยมีตำแหน่งราชาเบียร์แห่งอาเซียนเป็นเดิมพัน
บลูมเบิร์ก ระบุว่าล่าสุดซาบีโก ได้รับอนุมัติจากรัฐบาลให้จ้างที่ปรึกษาสำหรับการขายหุ้นในปีนี้ โดยก่อนหน้านี้มี 7 บริษัทเบียร์ยักษ์ใหญ่ไม่รวม ซานมิเกล ได้ลงทะเบียนแสดงความสนใจเข้าประมูลซื้อหุ้นไว้แล้ว
นอกจากการซื้อหุ้นเบียร์ในเวียดนามแล้ว ซีอีโอ ซาน มิเกล ยังประกาศว่าเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์กำลังขยายตัวโดยคาดว่าในปีนี้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) จะเพิ่มขึ้น 6.8% เป็นพื้นฐานให้ซาน มิเกล เร่งลงทุนเพิ่มโดยบริษัทได้เตรียมงบประมาณไว้แล้ว 34,000 ล้านดอลลาร์
นายอัง ระบุว่าซาน มิเกลจะลงทุน 15,000 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 525,000ล้านบาท) สร้างโรงกลั่นนํ้ามันขนาด 250,000 บาร์เรลและเงินลงทุนเท่ากันในโครงการสร้างโรงเหล็กครบวงจร ส่วนโครงการสร้างโรงไฟฟ้าพลังคลื่นทะเลขนาด 1,200 เมกะวัตต์จะใช้เงินลงทุน 3,600 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 126,000 ล้านบาท)
การลงทุนครั้งใหญ่ของซาน มิเกลในครั้งนี้ นับเป็นการปรับโครงสร้างบริษัทที่ใหญ่ที่สุดในฟิลิปปินส์เป็นระลอกที่3 หลังจากที่เดิมบริษัทเน้นผลิตเบียร์ เครื่องดื่มและอาหารได้เปลี่ยนเป็นบริษัทพลังงานทรัพยากรและโครงสร้างพื้นฐานอาทิ ถนนในปี 2551 ภายใต้การบริหารของนายรามอน อัง
นายอังกล่าวว่าขณะนี้บริษัทได้รับผลประโยชน์อย่างเต็มที่จากการเปลี่ยนทิศทางบริษัทไปลงทุนในธุรกิจใหม่ๆในปี 2551 แล้ว โดยขณะนี้บริษัทมีความมั่นคงสูง ผลตอบแทนทบต้นขยายตัวต่อเนื่อง20% ต่อปีและมูลค่าสินทรัพย์เพิ่มขึ้น 4 เท่าเทียบกับปี 2551
นายอาสโตร เดล คาสติลโล (Astro del Castillo)กรรมการผู้จัดการบริษัท เฟิสท์เกรดโฮลดิ้งส์ฯ ซึ่งเป็นบริษัทให้คำปรึกษาทางด้านตลาดทุนให้สัมภาษณ์ บลูมเบิร์กว่า “การลงทุนครั้งใหม่ของซาน มิเกลเหมือนกับปรับโครงสร้างบริษัทหันไปเสี่ยงลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานในคราวที่แล้ว ซึ่งเป็นการลงทุนที่หวังผลที่จะทำให้มูลค่าหุ้นเพิ่มขึ้นระยะยาวไม่มีผลขณะนี้ เชื่อว่านายอัง คงต้องการขี่กระแสคลื่นเศรษฐกิจของฟิลิปปินส์ที่มีแนวโน้มขยายตัว”
จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 37 ฉบับที่ 3,250 วันที่ 6 - 8 เมษายน พ.ศ. 2560






