thansettakij
thansettakij
Mercedes-Benz ผนึก NVIDIA ขยายพันธมิตร รุกเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติ

Mercedes-Benz ผนึก NVIDIA ขยายพันธมิตร รุกเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติ

19 ต.ค. 69 | 09:33 น.
อัปเดตล่าสุด :19 ต.ค. 69 | 09:33 น.

Mercedes-Benz ขยายความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ NVIDIA ผสานระบบปฏิบัติการ MB.OS กับเทคโนโลยี AI และการประมวลผลขั้นสูง ยกระดับระบบช่วยขับขี่ พร้อมต่อยอดสู่รถยนต์ขับขี่อัตโนมัติระดับ 4 และเพิ่มประสิทธิภาพเครือข่ายการผลิตทั่วโลก

KEY

POINTS

  • เมอร์เซเดส-เบนซ์ และ NVIDIA ประกาศขยายความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อพัฒนาระบบขับขี่อัตโนมัติรุ่นใหม่ที่ปลอดภัยยิ่งขึ้น
  • จะมีการผสานระบบปฏิบัติการ MB.OS ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ เข้ากับเทคโนโลยี AI และการประมวลผลของ NVIDIA (NVIDIA Hyperion)
  • มุ่งพัฒนาระบบช่วยขับขี่ในเมือง ระบบจอดรถอัตโนมัติ และยกระดับความปลอดภัย โดยมีเป้าหมายรองรับมาตรฐาน SAE ระดับ 4 ในอนาคต

Mercedes-Benz และ NVIDIA ประกาศต่ออายุความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ เพื่อร่วมพัฒนาระบบขับขี่อัตโนมัติรุ่นใหม่ โดยนำความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมยานยนต์และความปลอดภัยของ Mercedes-Benz รวมถึงระบบปฏิบัติการ MB.OS มาผสานกับเทคโนโลยีการประมวลผลแบบเร่งความเร็วและ AI ของ NVIDIA เพื่อผลักดันเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติที่ปลอดภัยยิ่งขึ้นในทศวรรษหน้า

ยอร์ก บูร์เซอร์ (Jörg Burzer) สมาชิกคณะกรรมการบริหาร Mercedes-Benz Group AG และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยีด้านการพัฒนาและการจัดซื้อ เปิดเผยว่า NVIDIA เป็นพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ที่สำคัญที่สุดของบริษัทในด้านการขับขี่อัตโนมัติ โดยทั้งสองฝ่ายร่วมกันพัฒนาระบบช่วยขับขี่ของ Mercedes-Benz ซึ่งบริษัทระบุว่าเป็นระบบแรกในตลาดตะวันตกที่รองรับการขับขี่แบบจุดต่อจุดภายในเมือง

การขยายความร่วมมือครั้งนี้สะท้อนความไว้วางใจที่สร้างขึ้นตลอดหลายปี และเป็นก้าวสำคัญในการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้งานบนท้องถนน ภายใต้มาตรฐานความปลอดภัยที่ลูกค้า Mercedes-Benz คาดหวัง

“เราหวังที่จะเดินหน้าร่วมกันนำเทคโนโลยีบุกเบิกอีกมากมายมาใช้งานบนท้องถนน พร้อมรักษามาตรฐานความปลอดภัยระดับสูง และมอบประสบการณ์การขับขี่อัตโนมัติที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้า” ยอร์ก บูร์เซอร์ กล่าว

Mercedes-Benz ผนึก NVIDIA ขยายพันธมิตร รุกเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติ

ด้าน อาลี คานี (Ali Kani) รองประธานฝ่ายยานยนต์ของ NVIDIA กล่าวว่า การประมวลผลแบบเร่งความเร็วช่วยให้รถยนต์มีความสามารถในการทำความเข้าใจสภาพแวดล้อมรอบตัว และใช้เหตุผลรับมือกับสถานการณ์การขับขี่ที่ซับซ้อน ขณะที่ Mercedes-Benz มีความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมและความมุ่งมั่นด้านความปลอดภัยที่จำเป็นต่อการเปลี่ยนผ่านดังกล่าว

ทั้ง 2 บริษัทจะใช้ NVIDIA Hyperion เป็นรากฐานในการนำความสามารถด้าน AI และเทคโนโลยีความปลอดภัยแบบครบวงจรไปใช้งานบนถนนจริง เพื่อผลักดันให้การขับขี่อัตโนมัติเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน

ผสาน MB.OS กับ AI รองรับขับขี่ในเมือง–จอดอัตโนมัติ

สำหรับโครงสร้างเทคโนโลยี ระบบปฏิบัติการ MB.OS ของ Mercedes-Benz จะรองรับฟังก์ชันการขับขี่ใหม่และการอัปเดตซอฟต์แวร์แบบไร้สาย โดยทำงานร่วมกับสถาปัตยกรรมการประมวลผลและเซนเซอร์ภายในรถ NVIDIA Hyperion

ขณะที่ NVIDIA Alpamayo จะเป็นชุดซอฟต์แวร์การขับขี่แบบครบวงจรที่มีความสามารถในการใช้เหตุผลด้วย AI รองรับระบบช่วยขับขี่แบบจุดต่อจุดในเมือง ระบบความปลอดภัยเชิงป้องกัน และระบบจอดรถอัตโนมัติ

ส่วน NVIDIA Halos จะช่วยเสริมระบบความปลอดภัยของ Mercedes-Benz ผ่านชุดซอฟต์แวร์ความปลอดภัยที่ทำงานคู่ขนาน เพิ่มกลไกสำรองและมาตรการป้องกันให้กับระบบ

เทคโนโลยีเหล่านี้จะรองรับทั้งระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง และการพัฒนาระบบขับขี่อัตโนมัติที่สอดคล้องกับมาตรฐาน SAE ระดับ 4 ในอนาคต รวมถึงการใช้งานในรถลีมูซีนหรูขับเคลื่อนอัตโนมัติ

ต่อยอด AI ยกระดับฐานการผลิตทั่วโลก

ความร่วมมือระหว่าง Mercedes-Benz และ NVIDIA ยังครอบคลุมการใช้เทคโนโลยีจำลองทางวิศวกรรมยานยนต์ และการนำเทคโนโลยีเข้าสู่ระบบนิเวศการผลิตดิจิทัล MO360 ของ Mercedes-Benz ตั้งแต่การวางแผนเสมือนจริงไปจนถึงการประยุกต์ใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ความยืดหยุ่น และคุณภาพของเครือข่ายการผลิตทั่วโลก

ปัจจุบัน Mercedes-Benz AG มีฐานการผลิตประมาณ 30 แห่งใน 4 ทวีป และในปี 2025 จำหน่ายรถยนต์นั่งและรถตู้รวมกว่า 2.1 ล้านคัน โดยบริษัทมุ่งพัฒนาธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าและซอฟต์แวร์ยานยนต์ ควบคู่กับการขยายเครือข่ายการผลิตและการดำเนินธุรกิจตามแนวทางความยั่งยืน