
OpenAI มองเอเชียฐานผู้ใช้ใหญ่สุด วางโจทย์ AI โตคู่ความปลอดภัย
OpenAI มองทศวรรษแห่งเอเชีย ภาษาแม่และเสียงเปิดโอกาสเข้าถึง AI พร้อมเร่งความร่วมมือรัฐ–เอกชนรับมือความเสี่ยงและสร้างความโปร่งใส
KEY
POINTS
- OpenAI ระบุว่าเอเชียเป็นฐานผู้ใช้งานที่ใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีตลาดสำคัญอย่างอินเดีย อินโดนีเซีย และญี่ปุ่น ซึ่งมีความหลากหลายในการนำ AI ไปประยุกต์ใช้
- การเติบโตของ AI ต้องดำเนินควบคู่ไปกับความปลอดภัย โดยเน้นย้ำถึงความโปร่งใส ความรับผิดชอบ และความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับเอกชนในการกำกับดูแล
- การลดกำแพงทางภาษาโดยให้ผู้ใช้สื่อสารด้วยภาษาแม่และภาษาถิ่น คือกุญแจสำคัญในการขยายการเข้าถึงเทคโนโลยี AI ให้ครอบคลุมผู้คนในภูมิภาค
นายคีรัน มานี (Kiran Mani) กรรมการผู้จัดการประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (APAC) ของ OpenAI กล่าวบนเวที CNN Global Perspectives: In Bangkok หัวข้อ Can AI Be Global? ว่า เอเชียเป็นฐานผู้ใช้งานใหญ่ที่สุดในโลกของบริษัท โดยอินเดีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และญี่ปุ่น อยู่ในกลุ่ม 10 ตลาดที่มีการใช้งานมากที่สุด พร้อมมองว่าทศวรรษนี้จะเป็น “ทศวรรษแห่งเอเชีย” แต่การเติบโตของ AI ต้องเดินควบคู่กับความปลอดภัย ความโปร่งใส และความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับเอกชน
โอกาสของเอเชียมาจากการที่ผู้คนมีเครื่องมือเทคโนโลยีอยู่ในมือ และนำไปประยุกต์ใช้ด้วยจินตนาการในรูปแบบที่แตกต่างจากภูมิภาคอื่น ขณะที่ความหลากหลายของผู้ใช้ ภาษา และบริบทประเทศ ทำให้ AI มีบทบาทตั้งแต่การดูแลสุขภาพไปจนถึงการทำมาหากินและเพิ่มผลิตภาพ
ผู้ใช้งานในภูมิภาคครอบคลุมตั้งแต่อายุ 18 ปีถึง 80 ปี โดยญี่ปุ่นและเกาหลีใต้มีการใช้ AI ในกลุ่มผู้สูงอายุเพื่อดูแลสุขภาพ ส่วนอินเดีย ผู้คนนำเทคโนโลยีไปช่วยทำงานและประกอบอาชีพในชีวิตประจำวัน สะท้อนความต้องการที่แตกต่างกันของแต่ละตลาด
ภาษาแม่เปิดประตูเข้าถึง AI
หนึ่งในเงื่อนไขสำคัญของการขยายการใช้งานคือการลดกำแพงภาษา แม้สมาร์ทโฟนจะทำให้ผู้คนเข้าถึงเทคโนโลยีได้มากขึ้น แต่การสื่อสารผ่านข้อความยังมีข้อจำกัดจากคีย์บอร์ดภาษาอังกฤษแบบ QWERTY การเปิดให้ผู้ใช้พูดด้วยภาษาแม่และภาษาท้องถิ่นจึงช่วยให้เทคโนโลยีเข้าถึงคนได้มากขึ้น
อินเดียเป็นตัวอย่างของตลาดที่มีภาษาท้องถิ่นมากกว่า 20 ภาษา และผู้คนเลือกพูดคุยกับ AI มากกว่าการพิมพ์ จากจุดเริ่มต้นเมื่อ 3 ปีก่อนที่ AI เป็นเพียงแชตบอต การสนทนาด้วยเสียงกำลังเปลี่ยนวิธีปฏิสัมพันธ์ให้สอดคล้องกับการสื่อสารในชีวิตจริง
ความหลากหลายยังปรากฏอยู่ในการใช้ภาษาอังกฤษ จากการทำงานร่วมกับแอนโธนี ตัน แห่ง Grab เพื่อฝึกโมเดลให้เข้าใจภาษาอังกฤษ พบว่าเอเชียแปซิฟิกมีทั้งสำเนียงและรูปแบบการใช้ภาษาที่หลากหลาย เกินกว่าที่พจนานุกรมภาษาอังกฤษจะนิยามได้
การพัฒนาโมเดลจึงต้องเข้าใจวิธีสื่อสารของผู้คนในภูมิภาค เพื่อให้ผู้ใช้สามารถนำเครื่องมือไปตอบโจทย์ของตนเองได้อย่างเป็นธรรมชาติ
เทคโนโลยีกับโอกาสเปลี่ยนชีวิต
ความเชื่อมั่นต่อศักยภาพของเทคโนโลยีมีจุดเริ่มต้นจากประสบการณ์เติบโตในหมู่บ้านเล็ก ๆ ของอินเดีย ในยุคที่เทคโนโลยียังไม่ได้เข้าถึงอย่างเสรี หากไม่มีการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล โอกาสในการทำงานและเครื่องมือสำหรับเปลี่ยนความฝันให้เป็นจริงอาจไม่เกิดขึ้น
การเข้าร่วมงานกับ OpenAI จึงเป็นโอกาสในการนำเทคโนโลยีมาช่วยขับเคลื่อนและเปลี่ยนแปลงชีวิตผู้คนในแบบที่ไม่เคยจินตนาการมาก่อน ทั้งในระดับบุคคล ธุรกิจ และชุมชน ซึ่งสามารถใช้ AI สร้างเครื่องมือและต่อยอดความคิดของตนเอง
อย่างไรก็ตาม โอกาสที่เพิ่มขึ้นมาพร้อมความรับผิดชอบของผู้พัฒนา โดยเฉพาะเมื่อขีดความสามารถของ AI เติบโตอย่างรวดเร็ว จนความปลอดภัยและความมั่นคงกลายเป็นประเด็นเร่งด่วนที่ต้องหารือทันที
ความโปร่งใสเมื่อโมเดลเกิดปัญหา
การพัฒนา Frontier AI หรือ AI ระดับแนวหน้า ต้องดำเนินควบคู่กับการทำให้ระบบถูกนำไปใช้อย่างปลอดภัยและควบคุมได้ โดย OpenAI ยอมรับอย่างเปิดเผยถึงกรณี Hugging Face และเหตุการณ์ในออสเตรเลีย ซึ่งเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของโมเดลที่อยู่ระหว่างการพัฒนา
เมื่อเกิดปัญหา ความโปร่งใสเป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญ เพื่อให้สาธารณชนรับรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เมื่อใด และอยู่ในบริบทใด ขณะเดียวกันต้องทำความเข้าใจพฤติกรรมทางเทคนิคภายในระบบ เพื่อกำหนดขอบเขตการทำงานและการควบคุมให้ชัดเจน
การพัฒนาเครื่องมือที่เติบโตอย่างรวดเร็วยังอยู่ในช่วงแห่งการค้นพบ หรือ Discovery Phase ซึ่งต้องระบุว่าสิ่งใดทำได้หรือไม่ได้ และสิ่งใดควบคุมได้หรือไม่ได้ ส่วนความล่าช้าในการเปิดเผยข้อมูลบางกรณี คำอธิบายจากบทสัมภาษณ์คือการต้องใช้เวลาทำความเข้าใจรูปแบบทางเทคนิคที่เกิดขึ้นภายใน ไม่ได้เกิดจากความไม่เต็มใจที่จะเปิดเผย
Daybreak เร่งเสริมความสามารถฝ่ายป้องกัน
โลกอินเทอร์เน็ตมีช่องโหว่สะสมมาเป็นเวลานาน ขณะที่ AI Agents กำลังเปิดเผยช่องโหว่เหล่านั้นในระดับที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน จึงเป็นช่วงเวลาสำคัญสำหรับผู้พัฒนามาตรการป้องกัน หรือ “Defender Window” ที่ต้องเร่งยกระดับความปลอดภัยให้ทันกับการเปลี่ยนแปลง
OpenAI นำเทคโนโลยี แพลตฟอร์ม และความร่วมมือในอุตสาหกรรมมารวมเป็นชุดเครื่องมือภายใต้โครงการ Daybreak เพื่อช่วยบริษัท องค์กร และรัฐบาลยกระดับความปลอดภัยได้อย่างรวดเร็ว
แม้การสร้างเครื่องมือที่ปลอดภัยจะเป็นความรับผิดชอบหลักของผู้พัฒนา แต่การดำเนินงานให้สำเร็จไม่สามารถทำได้เพียงลำพัง ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนจึงมีบทบาทสำคัญต่อการสร้างแนวทางป้องกันและกำกับการใช้งาน
ไปเร็วและไกลร่วมกัน
แนวคิด “Fast and Far Together” หรือการเดินหน้าให้ได้ทั้งเร็วและไกลร่วมกัน เป็นการปรับคำกล่าวที่ว่า หากต้องการไปเร็วให้ไปคนเดียว แต่หากต้องการไปไกลให้ไปด้วยกัน ให้สอดคล้องกับบริบทของ AI ซึ่งต้องพัฒนาอย่างรวดเร็ว พร้อมสร้างความร่วมมือไปในเวลาเดียวกัน
สิงคโปร์เป็นตัวอย่างผ่านงาน Singapore Cyber Week ที่สามารถนำภาครัฐและเอกชนมาร่วมหารือเพื่อสร้างแนวทางความปลอดภัย แสดงให้เห็นความสำคัญของการเปิดพื้นที่ให้หลายฝ่ายร่วมรับมือโจทย์เทคโนโลยี
การถกเถียงเรื่องข้อดีและข้อเสียของ AI อย่างเปิดเผยในที่สาธารณะจึงเป็นเรื่องดีและเกิดขึ้นอย่างทันท่วงที เพราะแม้เทคโนโลยีจะเปิดโอกาสให้ผู้คนสร้างสิ่งใหม่ แต่ความกังวล ความกลัว และการตรวจสอบก็มีส่วนช่วยให้การพัฒนาเดินหน้าอย่างรอบคอบ







