thansettakij
thansettakij
OpenAI เปิดตัว GPT-6 Astra ดัน AI สู่ยุค Agent ทำงานแทนคนบนคอมพิวเตอร์

OpenAI เปิดตัว GPT-6 Astra ดัน AI สู่ยุค Agent ทำงานแทนคนบนคอมพิวเตอร์

04 ก.ย. 69 | 07:50 น.
อัปเดตล่าสุด :04 ก.ย. 69 | 07:50 น.

OpenAI เปิดตัว GPT-6 Astra โมเดล AI เรือธงรุ่นใหม่ ชูความสามารถด้าน Computer Use เขียนโค้ด วิจัย และงานมืออาชีพแบบหลายขั้นตอน พร้อมทำคะแนน ARC-AGI-3 สูงถึง 99.9% ขณะที่ความสามารถด้านไซเบอร์แตะระดับ “Critical” เตรียมทยอยเปิดให้ผู้ใช้ ChatGPT และ API

KEY

POINTS

  • OpenAI เปิดตัว GPT-6 Astra ซึ่งเป็น AI Agent ที่ยกระดับ AI จากระบบตอบคำถามไปสู่การลงมือทำงานบนคอมพิวเตอร์แทนผู้ใช้ได้ตั้งแต่ต้นจนจบ
  • มีความสามารถหลักในการใช้คอมพิวเตอร์ (Computer Use) เพื่อทำงานที่ซับซ้อนได้หลากหลาย เช่น จัดการข้อมูลในระบบ CRM, สร้างเอกสารและพรีเซนเทชัน, วิเคราะห์ข้อมูล, ไปจนถึงการพัฒนาและทดสอบซอฟต์แวร์
  • ประสิทธิภาพด้านการให้เหตุผลและการทำงานอัตโนมัติเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด แต่ก็มาพร้อมความสามารถด้านความปลอดภัยไซเบอร์ที่ถูกจัดอยู่ในระดับ "Critical" ซึ่งมีความเสี่ยงสูง

OpenAI ประกาศเปิดตัว GPT-6 Astra อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 3 กันยายน 2569 โดยระบุว่าเป็นโมเดลที่มีความสามารถและมีการทำงานสอดคล้องกับเจตนาของผู้ใช้มากที่สุดของบริษัทในปัจจุบัน พร้อมยกระดับการแข่งขัน AI จากการเป็นระบบที่ใช้สำหรับ “ถาม-ตอบ” ไปสู่ AI Agent ที่สามารถลงมือทำงานบนคอมพิวเตอร์ เว็บเบราว์เซอร์ และซอฟต์แวร์ต่าง ๆ ได้เป็นกระบวนการตั้งแต่ต้นจนจบ

OpenAI ระบุว่า GPT-6 Astra พัฒนาขึ้นจากงานวิจัยหลายปี ทั้งด้าน Pre-training, Reinforcement Learning และ Alignment โดยความสามารถหลักครอบคลุมตั้งแต่การใช้คอมพิวเตอร์ การค้นข้อมูลผ่านเว็บ วิศวกรรมซอฟต์แวร์ ความปลอดภัยไซเบอร์ วิทยาศาสตร์ ไปจนถึงงานระดับมืออาชีพที่มีความซับซ้อนสูง

AI ไม่ได้แค่ตอบ แต่ลงมือทำงานบนคอมพิวเตอร์ได้

หนึ่งในจุดที่ OpenAI ให้ความสำคัญมากที่สุดกับ GPT-6 Astra คือความสามารถด้าน Computer Use หรือการใช้คอมพิวเตอร์แทนผู้ใช้

 

Astra สามารถทำงานตั้งแต่กรอกแบบฟอร์มออนไลน์ อัปเดตข้อมูลลูกค้าในระบบ CRM จัดการปฏิทิน ค้นข้อมูลออนไลน์ สรุปข้อมูลลงอีเมลหรือเอกสาร วิเคราะห์ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ สร้างกราฟ สร้างเว็บไซต์ รวมถึงตรวจสอบการทำงานของเว็บไซต์หลังพัฒนาเสร็จ

นอกจากนี้ยังสามารถติดตั้งและทดสอบซอฟต์แวร์ ตลอดจนช่วยแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นบนหน้าจอได้ ซึ่งสะท้อนทิศทางที่ OpenAI กำลังผลักดัน AI จาก “ผู้ช่วย” ไปสู่ระบบที่สามารถรับภารกิจและดำเนินงานหลายขั้นตอนด้วยตัวเองมากขึ้น

ผลทดสอบ Agents' Last Exam ซึ่งวัดความสามารถของ AI Agent ในการทำงานระดับมืออาชีพผ่านซอฟต์แวร์จริง ตั้งแต่งานโมเดลการเงิน วิศวกรรม ไปจนถึงงานด้านสื่อ พบว่า GPT-6 Astra ทำคะแนนได้ 59.3% เพิ่มจาก GPT-5.6 Sol ที่ 53.6%

ส่วน ScreenSpot-Pro ซึ่งทดสอบความสามารถในการเข้าใจและควบคุมสิ่งที่อยู่บนหน้าจอ Astra ทำคะแนนได้ 92.7% เทียบกับ GPT-5.6 Sol ที่ 76.9%

บน OSWorld 2.0 ซึ่งเป็นการทดสอบการทำงานผ่านสภาพแวดล้อมคอมพิวเตอร์ Astra ทำคะแนนได้ 72.6% และ OpenAI ระบุว่าสามารถทำงานได้เร็วกว่า GPT-5.6 Sol ประมาณ 47% ต่อหนึ่งงาน โดยใช้เวลาประมาณ 40 นาที เทียบกับประมาณ 75 นาทีของ GPT-5.6 Sol ในการจำลองการทดสอบเดียวกัน

งานเอกสาร-สเปรดชีต-พรีเซนเทชัน ทำได้ครบขึ้น

อีกด้านหนึ่งที่ OpenAI วางตำแหน่ง GPT-6 Astra ไว้อย่างชัดเจน คือการทำงานในองค์กร

 

โมเดลสามารถจัดการ Workflow หลายขั้นตอน พร้อมสร้าง เอกสาร สเปรดชีต พรีเซนเทชัน และงานวิเคราะห์ข้อมูล ตาม Template หรือรูปแบบขององค์กรได้ โดย OpenAI ระบุว่า Astra ได้รับการฝึกให้ดึงเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับงานมาใช้ ลดการนำข้อมูลที่ไม่จำเป็นมาใส่ในผลลัพธ์

ในการทดสอบ AutomationBench ซึ่งประเมินการทำงานอัตโนมัติในบริบทของงานมืออาชีพ GPT-6 Astra ทำคะแนนได้ 41.4% มากกว่า GPT-5.6 Sol ซึ่งอยู่ที่ 18.1% มากกว่าสองเท่า

โมเดลรุ่นใหม่ยังถูกออกแบบให้รองรับการเปลี่ยนคำสั่งระหว่างการทำงานได้ดีขึ้น หากผู้ใช้เพิ่มข้อกำหนด เปลี่ยนทิศทาง หรือถามคำถามแทรกระหว่างงาน Astra จะสามารถปรับการทำงานโดยยังรักษาเป้าหมายและบริบทเดิมเอาไว้

ARC-AGI-3 พุ่ง 99.9% ดันขีดความสามารถด้าน Reasoning

ในด้านการให้เหตุผลและการแก้โจทย์ที่ไม่คุ้นเคย GPT-6 Astra ทำคะแนนบน ARC-AGI-3 ได้ 99.9% เพิ่มขึ้นอย่างมากจาก GPT-5.6 Sol ที่ทำได้ 7.8%

OpenAI อ้างข้อมูลจาก ARC Prize Foundation ว่า Astra สามารถทำประสิทธิภาพด้านการดำเนินการเทียบกับมนุษย์ได้สูงกว่าค่าฐานของมนุษย์ใน 96% ของระดับการทดสอบ

ขณะที่การทดสอบด้านคณิตศาสตร์ระดับสูง FrontierMath Tier 4 เวอร์ชัน 2 ทำคะแนนได้ 97.6% จาก GPT-5.6 Sol ที่ 83% และ Terminal-Bench Science 0.1 ทำได้ 64.6% เทียบกับรุ่นก่อนที่ 22.4%

ตัวเลขดังกล่าวชี้ให้เห็นการแข่งขัน AI ในช่วงต่อจากนี้อาจไม่ได้วัดกันเพียงความสามารถในการสร้างข้อความหรือคำตอบ แต่จะขยับไปสู่ความสามารถในการแก้ปัญหาใหม่ การวางแผน และการดำเนินงานจริงผ่านเครื่องมือและซอฟต์แวร์

ด้านไซเบอร์แตะระดับ “Critical”

อย่างไรก็ตาม ความสามารถที่เพิ่มขึ้นของ GPT-6 Astra มาพร้อมกับโจทย์ด้านความปลอดภัยที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ

OpenAI เปิดเผยว่า Astra เป็นโมเดลรุ่นแรกของบริษัทที่ถูกจัดว่ามีความสามารถด้าน Cybersecurity ถึงระดับ Critical ตาม Preparedness Framework ของ OpenAI

ระดับดังกล่าวหมายความว่า หากโมเดลมีเครื่องมือและสิทธิ์เข้าถึงที่เหมาะสม Astra มีศักยภาพในการค้นหาช่องโหว่ด้านความปลอดภัยที่ยังไม่เคยถูกค้นพบ และสามารถพัฒนาวิธีใช้ประโยชน์จากช่องโหว่ในระบบที่ได้รับการป้องกันระดับสูงได้ โดยไม่จำเป็นต้องมีมนุษย์กำกับทุกขั้นตอน

ผลทดสอบ ExploitBench ของ OpenAI ระบุว่า Astra ทำคะแนนได้ 100% เทียบกับ GPT-5.6 Sol ที่ 78.5% ขณะที่ SRE-Bench เพิ่มจาก 55.9% เป็น 88%

ความสามารถดังกล่าวทำให้ OpenAI เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยสำหรับ Astra ทั้งการแยกระบบที่เข้มงวดขึ้น การเข้ารหัส Checkpoint การติดตามเส้นทางการทำงานของโมเดล และกระบวนการประเมิน Alignment ก่อนอนุญาตให้ใช้งานภายในองค์กร

ในอีกด้าน OpenAI ระบุว่า Astra มีพฤติกรรมอยู่ภายในขอบเขตคำสั่งของผู้ใช้ดีขึ้น โดยการทดสอบหนึ่งที่จำลองสถานการณ์ซึ่งโมเดลเผชิญกับงานที่ยากหรือไม่สามารถทำได้ พบว่า GPT-5.6 Sol ซึ่งทดสอบโดยไม่มีมาตรการป้องกันระดับ Production ออกนอกเป้าหมายที่ได้รับอนุญาต 48% ของกรณี ขณะที่ GPT-6 Astra อยู่ที่ 0%

Context Window ทะลุ 1 ล้าน Token

สำหรับนักพัฒนา GPT-6 Astra ใช้ Model ID gpt-6-astra และรองรับ Context Window สูงถึง 1,050,000 Tokens ขณะที่สามารถสร้างผลลัพธ์สูงสุด 128,000 Tokens และมี Knowledge Cutoff วันที่ 30 เมษายน 2569

ค่าบริการ API ที่ OpenAI ประกาศอยู่ที่ 10 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้าน Input Tokens และ 50 ดอลลาร์ต่อ 1 ล้าน Output Tokens โดย OpenAI วาง Astra เป็นโมเดลสำหรับงานที่มีความซับซ้อนสูงและต้องดำเนินการแบบ End-to-End มากกว่าการใช้งานทั่วไป

Plus-Pro-Business-Enterprise เตรียมได้ใช้

OpenAI เริ่มเปิด GPT-6 Astra ให้กับองค์กรบางส่วนก่อน โดยระบุว่าจะทยอยเปิดให้ผู้ใช้ ChatGPT Plus, Pro, Business และ Enterprise ภายในช่วงหลายวันหลังเปิดตัว รวมถึงเปิดผ่าน OpenAI API, Microsoft Azure และ AWS Bedrock

ดังนั้น GPT-6 Astra ยังไม่ได้เปิดให้ผู้ใช้ ChatGPT ทุกคนพร้อมกันในวันประกาศเปิดตัว แต่เป็นการทยอยขยายสิทธิ์ใช้งานเป็นลำดับ

การมาของ GPT-6 Astra จึงอาจเป็นอีกจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาด AI เพราะสมรภูมิการแข่งขันกำลังขยับจากคำถามว่า “AI ตอบได้ดีแค่ไหน” ไปสู่คำถามที่ใหญ่กว่า คือ AI สามารถรับงาน เข้าใจเป้าหมาย ใช้เครื่องมือ ตัดสินใจระหว่างทาง และทำงานให้เสร็จตั้งแต่ต้นจนจบได้มากเพียงใด

และยิ่ง AI สามารถลงมือทำงานจริงได้มากขึ้น ประเด็นเรื่องความปลอดภัย การกำหนดสิทธิ์ การควบคุมการตัดสินใจ รวมถึงบทบาทของมนุษย์ในกระบวนการทำงาน ก็จะกลายเป็นโจทย์ที่ภาคธุรกิจต้องให้ความสำคัญควบคู่ไปกับประสิทธิภาพของ AI รุ่นใหม่