thansettakij
thansettakij
OpenAI จับมือ อว. ปั้น 10 สตาร์ทอัพไทย ดัน Dietz เฮลท์เทคสู่ตลาดโลก

OpenAI จับมือ อว. ปั้น 10 สตาร์ทอัพไทย ดัน Dietz เฮลท์เทคสู่ตลาดโลก

28 ส.ค. 69 | 10:26 น.
อัปเดตล่าสุด :28 ส.ค. 69 | 10:32 น.

OpenAI เปิดตัวโครงการ “OpenAI × MHESI AI Accelerator” ครั้งแรกกับรัฐบาลไทย คัดเลือก 10 สตาร์ทอัพด้านสุขภาพและการศึกษา เข้าโปรแกรมเร่งพัฒนา 8 สัปดาห์ พร้อมสนับสนุนเครดิต API และผู้เชี่ยวชาญ หวังเปลี่ยนต้นแบบ AI เป็นผลิตภัณฑ์ที่ใช้งานจริง ก่อนต่อยอดสู่ตลาดโลก

KEY

POINTS

  • OpenAI ร่วมมือกับกระทรวงการอุดมศึกษาฯ (อว.) เปิดตัวโครงการ "OpenAI × MHESI AI Accelerator" เพื่อสนับสนุนและเร่งการเติบโตของสตาร์ทอัพไทย
  • โครงการได้คัดเลือก 10 สตาร์ทอัพในกลุ่มสุขภาพและการศึกษา เข้าร่วมโปรแกรมพัฒนาผลิตภัณฑ์ AI ให้พร้อมใช้งานจริงและขยายผลในเชิงพาณิชย์
  • Dietz สตาร์ทอัพด้านสุขภาพ (เฮลท์เทค) เป็นหนึ่งในบริษัทที่ได้รับคัดเลือก โดยมีเป้าหมายเพื่อนำเทคโนโลยี AI มายกระดับผลิตภัณฑ์และขยายธุรกิจสู่ตลาดโลก

OpenAI เดินหน้าสนับสนุนระบบนิเวศปัญญาประดิษฐ์ของไทย เปิดตัวโครงการ OpenAI × MHESI AI Accelerator ร่วมกับกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. (MHESI) เพื่อเร่งพัฒนาสตาร์ทอัพไทยจากแนวคิดและผลิตภัณฑ์ต้นแบบ ไปสู่ผลิตภัณฑ์ AI ที่พร้อมใช้งานจริงและมีศักยภาพเติบโตในเชิงพาณิชย์

โครงการดังกล่าวเปิดตัวในกรุงเทพฯ และถือเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชนครั้งแรกของ OpenAI กับรัฐบาลไทย ที่มุ่งสนับสนุนสตาร์ทอัพในประเทศโดยเฉพาะ โดยมีสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA มหาวิทยาลัยมหิดล และ Techsauce ร่วมดำเนินโครงการ

หนึ่งในสตาร์ทอัพที่ผ่านการคัดเลือกคือ Dietz สตาร์ทอัพไทยด้านสุขภาพ ซึ่งจะนำองค์ความรู้เฉพาะทางมาผสานกับเทคโนโลยี AI ของ OpenAI เพื่อยกระดับผลิตภัณฑ์ให้ตอบโจทย์ปัญหาของผู้ใช้งานจริง พร้อมวางรากฐานสำหรับการขยายธุรกิจจากประเทศไทยไปสู่ตลาดโลก

คัด 10 สตาร์ทอัพสุขภาพ-การศึกษา

โครงการ Accelerator มีระยะเวลาดำเนินงาน 8 สัปดาห์ ครอบคลุมสตาร์ทอัพที่ได้รับคัดเลือกทั้งหมด 10 บริษัท แบ่งเป็น 2 กลุ่ม ได้แก่ สตาร์ทอัพที่พัฒนา AI ด้านการแพทย์และสุขภาพ 5 บริษัท และสตาร์ทอัพด้านการศึกษาอีก 5 บริษัท

รายชื่อสตาร์ทอัพที่เข้าร่วมโครงการ ประกอบด้วย

  • CARIVA
  • Wello Food
  • Dietz
  • Precisionize
  • FitSloth
  • Curico
  • insKru
  • Floaino
  • EasyKids Robotics
  • Globish

OpenAI จับมือ อว. ปั้น 10 สตาร์ทอัพไทย ดัน Dietz เฮลท์เทคสู่ตลาดโลก

OpenAI ระบุว่า การคัดเลือกสตาร์ทอัพดำเนินการร่วมกับ NIA กระทรวงศึกษาธิการ และเครือข่ายนวัตกรรมของ อว. โดยบางทีมเคยเข้าร่วมงาน AIAT × OpenAI Codex Hackathon Bangkok ซึ่งจัดขึ้นก่อนหน้านี้ในปีเดียวกัน

เป้าหมายของโครงการไม่ได้หยุดอยู่ที่การสร้างต้นแบบหรือการทดลองใช้ AI เท่านั้น แต่ต้องการให้แต่ละทีมสามารถพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่นำไปใช้งานได้จริง มีหลักฐานการตอบรับจากผู้ใช้งาน และมีแนวทางต่อยอดธุรกิจที่ชัดเจน

เติมเครื่องมือ-ผู้เชี่ยวชาญ ดันต้นแบบใช้งานจริง

ตลอดระยะเวลา 8 สัปดาห์ ผู้ก่อตั้งสตาร์ทอัพจะได้ทำงานร่วมกับเมนเทอร์จาก OpenAI รวมถึงผู้เชี่ยวชาญในแวดวงเทคโนโลยี งานวิจัย และธุรกิจสตาร์ทอัพของไทย เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์และเตรียมความพร้อมก่อนนำออกไปใช้งานจริง

OpenAI จะสนับสนุนเครดิต API ให้แต่ละบริษัทมูลค่า 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ พร้อมคำแนะนำทางเทคนิคแบบตัวต่อตัว การเข้าถึงโมเดล AI รุ่นล่าสุด และเมนเทอร์ประจำแต่ละทีม

เนื้อหาภายในโครงการครอบคลุมตั้งแต่การออกแบบผลิตภัณฑ์ งานวิศวกรรม การทดสอบอัตโนมัติ การประเมินประสิทธิภาพของ AI การพัฒนา AI อย่างรับผิดชอบ ตลอดจนความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูล

นอกจากนี้ ยังครอบคลุมประเด็นทางธุรกิจ ทั้งการบริหารต้นทุน การสร้างการเติบโต และการเตรียมความพร้อมสำหรับการระดมทุน เพื่อให้ผลิตภัณฑ์สามารถก้าวพ้นจากขั้นทดลองไปสู่การใช้งานและการขยายตลาดได้

ขณะที่ อว. จะทำหน้าที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการเข้ากับเครือข่ายด้านการวิจัยและบุคลากรของประเทศ ส่วน NIA จะสนับสนุนการเข้าถึงระบบนิเวศด้านเงินทุนและโอกาสในการเติบโตทางธุรกิจ โดยมีมหาวิทยาลัยมหิดลสนับสนุนองค์ความรู้และเมนเทอร์ทางวิชาการ

ตั้งเป้าหมายรายทีม วัดผลภายใน 8 สัปดาห์

สตาร์ทอัพแต่ละรายต้องกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนภายในกรอบเวลา 8 สัปดาห์ ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การดำเนินโครงการนำร่อง การประเมินผล หรือการบรรลุเป้าหมายทางการค้า

เมื่อสิ้นสุดโครงการ แต่ละทีมต้องแสดงให้เห็นถึงผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้งานได้จริง หรือการยกระดับผลิตภัณฑ์เดิมอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมนำเสนอหลักฐานจากผู้ใช้งาน ผลการประเมินเบื้องต้น และแนวทางที่เป็นไปได้ในการนำผลิตภัณฑ์ไปใช้งานในวงกว้าง

แนวทางดังกล่าวสะท้อนว่า ความสำเร็จของผลิตภัณฑ์ AI ไม่ได้วัดจากความสามารถของเทคโนโลยีเพียงด้านเดียว แต่ยังรวมถึงความน่าเชื่อถือ ความปลอดภัย การตอบโจทย์ผู้ใช้งาน และความเป็นไปได้ทางธุรกิจ

ไทยติด 20 อันดับแรก ใช้ ChatGPT-Codex

OpenAI มองว่า ประเทศไทยมีจุดแข็งทั้งด้านบุคลากรเทคโนโลยีและองค์ความรู้เฉพาะทาง โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมสุขภาพและการศึกษา ซึ่งเป็นสองสาขาหลักที่ได้รับการคัดเลือกให้เข้าร่วม Accelerator รุ่นแรก

ข้อมูลภายในของ OpenAI ระบุว่า ไทยติดอยู่ใน 20 ประเทศแรกของโลกที่มีผู้ใช้งาน ChatGPT รายสัปดาห์ ขณะที่นับตั้งแต่ต้นปี 2569 การใช้งาน Codex รายสัปดาห์ในประเทศไทยเพิ่มขึ้นมากกว่า 350 เท่า ส่งผลให้ไทยอยู่ใน 20 ประเทศแรกของโลกด้านการใช้งาน Codex เช่นกัน

ตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงการยอมรับและการนำเครื่องมือ AI มาใช้งานอย่างรวดเร็วในประเทศไทย แต่ความท้าทายขั้นต่อไปคือการเปลี่ยนการใช้งานในระดับบุคคลและการทดลอง มาเป็นผลิตภัณฑ์หรือบริการที่สามารถสร้างผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมได้จริง

ดัน Dietz รับโจทย์สังคมสูงวัย

OpenAI จับมือ อว. ปั้น 10 สตาร์ทอัพไทย ดัน Dietz เฮลท์เทคสู่ตลาดโลก

สำหรับภาคสุขภาพ OpenAI ประเมินว่า การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรและการเข้าสู่สังคมสูงวัย กำลังเพิ่มความต้องการแนวทางใหม่ในการดูแลสุขภาพ การป้องกันโรค และการสนับสนุนให้ประชาชนสามารถใช้ชีวิตได้อย่างเป็นอิสระ

AI จึงมีโอกาสเข้ามาผสานกับองค์ความรู้ด้านสุขภาพที่มีอยู่ในประเทศไทย เพื่อพัฒนาโซลูชันซึ่งตอบโจทย์ผู้ใช้งานเฉพาะกลุ่มได้มากขึ้น ทั้งยังสามารถขยายผลไปยังตลาดต่างประเทศที่เผชิญความท้าทายด้านประชากรในลักษณะเดียวกัน

การได้รับคัดเลือกของ Dietz จึงเป็นโอกาสในการนำความเชี่ยวชาญด้านสุขภาพมาต่อยอดด้วยเทคโนโลยีของ OpenAI ภายใต้กระบวนการพัฒนาที่ให้ความสำคัญกับการทดสอบกับผู้ใช้งาน ความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ และความเป็นไปได้ในการสร้างธุรกิจควบคู่กัน

ปิดโครงการด้วย Demo Day พฤศจิกายน 2569

โครงการจะสิ้นสุดด้วยกิจกรรม Demo Day ที่กรุงเทพฯ ในเดือนพฤศจิกายน 2569 โดยสตาร์ทอัพทั้ง 10 รายจะนำเสนอผลิตภัณฑ์ ผลการทดสอบกับผู้ใช้งาน ตลอดจนแผนการนำไปใช้งานและขยายธุรกิจ

ภายในงานจะเปิดโอกาสให้สตาร์ทอัพเชื่อมโยงกับนักลงทุน หน่วยงานภาครัฐ มหาวิทยาลัย โรงพยาบาล โรงเรียน และกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย เพื่อผลักดันผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพเข้าสู่การใช้งานจริง

OpenAI ระบุว่า Accelerator รุ่นแรกเป็นจุดเริ่มต้นของความพยายามระยะยาวในการสร้างรูปแบบความร่วมมือระหว่างภาครัฐ มหาวิทยาลัย สตาร์ทอัพ นักลงทุน และพันธมิตรด้านเทคโนโลยี เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถสร้างผลิตภัณฑ์ AI ที่น่าเชื่อถือ และผลักดันโซลูชันที่พัฒนาจากประเทศไทยออกไปแข่งขันในตลาดโลกได้ในอนาคต