
จีนกวาด 5 อันดับรายได้หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ ครองส่วนแบ่งกว่า 50% ของโลก
Frost & Sullivan เผยบริษัทจีนครอง 5 อันดับแรกของโลกด้านรายได้หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ มีส่วนแบ่งรายได้รวมกันกว่า 50% ขณะที่ตลาดโลกทำรายได้ 540 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 17,550 ล้านบาท) ในครึ่งแรกปี 2569 สูงกว่ายอดรวมตลอดปีที่แล้ว โดยหุ่นยนต์สำหรับภาคการผลิตเติบโตแรงที่สุด
KEY
POINTS
- บริษัทจีน 5 แห่งครองอันดับสูงสุดด้านรายได้ในตลาดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ โดยมีส่วนแบ่งตลาดโลกรวมกันมากกว่า 50%
- Ubtech Robotics จากเซินเจิ้น เป็นบริษัทที่ครองอันดับ 1 ของโลกอย่างต่อเนื่องทั้งในปี 2568 และครึ่งแรกของปี 2569
- ตลาดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เติบโตอย่างรวดเร็ว โดยรายได้เพียงครึ่งแรกของปี 2569 (540 ล้านดอลลาร์) สูงกว่ารายได้ตลอดทั้งปี 2568
รายงานตลาดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ปี 2569 ของ Frost & Sullivan ระบุว่า ครึ่งแรกของปีนี้มียอดขายทั่วโลก 36,000 ตัว สร้างรายได้ 540 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 17,550 ล้านบาท) มากกว่ารายได้ 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 16,250 ล้านบาท) ที่ทำได้ตลอดปี 2568
เมื่อจัดอันดับตามรายได้ บริษัทจีนครองทั้ง 5 อันดับแรกในปี 2568 และยังรักษาตำแหน่งได้ในครึ่งแรกของปี 2569 โดยทั้ง 5 บริษัทมีส่วนแบ่ง รายได้ รวมกันมากกว่า 50% ของตลาดโลก
Ubtech ครองอันดับหนึ่งต่อเนื่อง
Ubtech Robotics บริษัทจากเมืองเซินเจิ้นผู้พัฒนาหุ่นยนต์ซีรีส์ Walker ครองอันดับหนึ่งของโลกในปี 2568 ด้วยรายได้ 870 ล้านหยวน ส่งมอบหุ่นยนต์เกือบ 13,840 ตัว และมีส่วนแบ่งรายได้เกือบ 25% รายงานเทียบรายได้ดังกล่าวไว้ที่ประมาณ 130 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 4,225 ล้านบาท)
ครึ่งแรกของปี 2569 Ubtech ยังครองอันดับหนึ่ง โดยมีรายได้ 620 ล้านหยวน และยอดขายมากกว่า 16,120 ตัว ส่วนอีก 4 บริษัทจีนที่ติดอันดับ ได้แก่ Agibot, Unitree Robotics, Galbot และ Leju Robotics Technology
รายงานระบุว่า บริษัทนอกจีน รวมถึง Tesla และ Figure AI ส่วนใหญ่ยังอยู่ในขั้นปรับปรุงต้นแบบและนำหุ่นยนต์ไปใช้ภายในองค์กร
ภาคการผลิตทำรายได้ครึ่งปีแซงทั้งปี 2568
Frost & Sullivan แบ่งการใช้งานหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์เป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ การแสดงเพื่อความบันเทิง การวิจัยและการศึกษา การเก็บข้อมูล และการปฏิบัติงานในภาคการผลิต
หุ่นยนต์สำหรับภาคการผลิตเป็นกลุ่มที่มีรายได้เติบโตสูงสุด ปี 2568 มียอดขายทั่วโลก 700 ตัว สร้างรายได้ 47 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,527.5 ล้านบาท) ก่อนที่ยอดขายในครึ่งแรกของปี 2569 จะเพิ่มเป็น 1,200 ตัว และทำรายได้ 78 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2,535 ล้านบาท) สูงกว่ารายได้ตลอดปีที่แล้ว 66%
ตลาดการแสดงยังใหญ่สุด แต่ทรงตัว
แม้ภาคการผลิตจะเติบโตเร็วที่สุด แต่หุ่นยนต์เพื่อการแสดงและความบันเทิงยังเป็นกลุ่มตลาดที่ใหญ่ที่สุด โดยภาพรวมมีขนาดตลาดค่อนข้างทรงตัว ขณะที่ตลาดเพื่อการวิจัยและการศึกษาลดลงเล็กน้อย
ส่วนการใช้หุ่นยนต์เพื่อเก็บข้อมูลมีขนาดตลาดแทบไม่เปลี่ยนแปลง โดยส่วนใหญ่ใช้สนับสนุนการฝึกโมเดล Embodied AI หรือปัญญาประดิษฐ์ที่เรียนรู้ผ่านการเคลื่อนไหวและปฏิสัมพันธ์กับสภาพแวดล้อมจริง
ที่มา Yicai Global







