
จีน พัฒนา 'หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์' แล้ว 400 รุ่น ผงาดผู้นำครองตลาดเกินครึ่ง
MIIT เผยจีนพัฒนา 'หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์' แล้วกว่า 400 รุ่น ครองส่วนแบ่งกว่าครึ่งโลก พร้อมตั้งเป้าผลิตทะลุ 100,000 เครื่องในปีนี้ ขณะหุ่นยนต์สี่ขาจีนยังกวาดยอดขายเกือบ 70% ทั่วโลก ท้าชน Tesla, Boston Dynamics
KEY
POINTS
- จีนพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์แล้วกว่า 400 รุ่น ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของผลิตภัณฑ์ทั้งหมดทั่วโลก
- รัฐบาลจีนผลักดันอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ให้เป็น "อุตสาหกรรมแห่งอนาคต" โดยตั้งเป้าสร้างระบบนิเวศที่ครบวงจรภายในปี 2570
- จีนมีความได้เปรียบด้านห่วงโซ่อุปทานที่ครบวงจร ทำให้ลดต้นทุนได้ และตั้งเป้าผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ให้ได้มากกว่า 100,000 เครื่องในปี 2569
จีนตอกย้ำบทบาทผู้นำในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (Humanoid Robot) หลัง กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน (Ministry of Industry and Information Technology: MIIT) เปิดเผยว่า ปัจจุบันจีนพัฒนาผลิตภัณฑ์หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์แบบสมบูรณ์แล้ว มากกว่า 400 รุ่น คิดเป็น มากกว่าครึ่งหนึ่งของผลิตภัณฑ์ทั้งหมดทั่วโลก สะท้อนการเติบโตอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ที่กำลังกลายเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศ
ข้อมูลดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ผ่านสำนักข่าวซินหัว โดยระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 หุ่นยนต์สี่ขา (Quadruped Robot) ที่พัฒนาโดยบริษัทจีนยังครอง เกือบ 70% ของยอดขายทั่วโลก ตอกย้ำความสามารถในการแข่งขันของผู้ผลิตจีนทั้งในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและการผลิตเชิงอุตสาหกรรม
เร่งสร้างอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์แห่งอนาคต
ความก้าวหน้าดังกล่าวเป็นผลจากนโยบายของรัฐบาลจีนที่ผลักดันอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ให้เป็นหนึ่งใน "อุตสาหกรรมแห่งอนาคต" (Future Industry) ควบคู่กับปัญญาประดิษฐ์ (AI) เซมิคอนดักเตอร์ และเทคโนโลยีควอนตัม
ก่อนหน้านี้ MIIT ได้ประกาศแนวทาง Guiding Opinions on the Innovative Development of Humanoid Robots โดยตั้งเป้าหมายให้จีนสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่ครบวงจรภายในปี 2570 ทั้งด้านนวัตกรรม การผลิต และการประยุกต์ใช้งานเชิงพาณิชย์
จุดแข็งสำคัญของจีนอยู่ที่การมีห่วงโซ่อุปทานครบวงจร ตั้งแต่ชิป AI เซ็นเซอร์ แอคชูเอเตอร์ มอเตอร์ แบตเตอรี่ ไปจนถึงโมเดล AI และซอฟต์แวร์ควบคุม ทำให้สามารถลดต้นทุนการผลิตและเร่งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้อย่างต่อเนื่อง
ตั้งเป้าผลิตเกิน 100,000 เครื่องในปีนี้
กาน เสี่ยวปิน (Gan Xiaobin) รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของ MIIT เปิดเผยในงาน World Artificial Intelligence Conference (WAIC) 2026 ว่า จีนคาดว่าจะสามารถผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ได้ มากกว่า 100,000 เครื่องในปี 2569 หลังผู้ผลิตหลายรายเริ่มเดินหน้าผลิตในระดับอุตสาหกรรม (Mass Production)
นอกจากนี้ MIIT ยังร่วมกับ State-owned Assets Supervision and Administration Commission (SASAC) เปิดโครงการ Humanoid Robot Real-Scene Training Action Plan 2026 เพื่อเร่งการนำหุ่นยนต์ไปใช้งานจริง โดยตั้งเป้าติดตั้งหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ 10,000 เครื่อง และสร้าง มากกว่า 100 กรณีใช้งาน (Application Scenarios) ครอบคลุมภาคการผลิต โลจิสติกส์ การแพทย์ การกู้ภัย และบริการ
บริษัทจีนเร่งชิงความเป็นผู้นำ
ตลาดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของจีนกำลังแข่งขันอย่างเข้มข้น โดยมีผู้เล่นสำคัญ ได้แก่ Unitree Robotics, UBTech Robotics, AgiBot (Zhiyuan Robotics), EngineAI, Leju Robotics และ Fourier Intelligence ซึ่งหลายบริษัทเริ่มส่งมอบหุ่นยนต์ให้กับโรงงานอุตสาหกรรมและองค์กรต่าง ๆ แล้ว
ในกลุ่มหุ่นยนต์สี่ขา จีนยังครองความได้เปรียบอย่างชัดเจน โดยผลิตภัณฑ์ถูกนำไปใช้ในงานตรวจสอบโรงไฟฟ้า เหมืองแร่ ระบบโครงสร้างพื้นฐาน การกู้ภัย และงานด้านความมั่นคง ส่งผลให้ครองสัดส่วนเกือบ 70% ของยอดขายทั่วโลกในช่วงครึ่งปีแรก
ตลาดโลกเข้าสู่ยุคแข่งขันเชิงพาณิชย์
ทิศทางดังกล่าวสอดคล้องกับการประเมินของ TrendForce ที่มองว่า ปี 2569 จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ จากเดิมที่เน้นการวิจัยและสาธิตเทคโนโลยี สู่การผลิตและจำหน่ายเชิงพาณิชย์อย่างจริงจัง โดยคาดว่ากำลังการผลิตของจีนจะเพิ่มขึ้น 94% ในปีนี้ และผู้ผลิตอย่าง Unitree Robotics และ AgiBot จะครองสัดส่วนการจัดส่งรวมกันเกือบ 80% ของตลาดจีน
การเร่งลงทุนของจีนเกิดขึ้นในช่วงที่การแข่งขันด้านหุ่นยนต์กำลังทวีความเข้มข้น โดยฝั่งสหรัฐฯ มีผู้เล่นรายสำคัญ เช่น Tesla, Figure AI, Apptronik และ Boston Dynamics ขณะที่จีนใช้ความได้เปรียบด้านห่วงโซ่อุปทาน การผลิต และต้นทุน เป็นแรงผลักดันสู่การครองตลาดโลก
สำหรับนักวิเคราะห์มองว่า หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์กำลังกลายเป็นอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ใหม่ของโลก เช่นเดียวกับที่รถยนต์ไฟฟ้าเคยสร้างการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยการแข่งขันในระยะต่อไปจะไม่ได้วัดกันที่จำนวนต้นแบบที่พัฒนาได้ แต่จะวัดกันที่ความสามารถในการผลิตจำนวนมาก การลดต้นทุน และการนำหุ่นยนต์ไปใช้งานจริงในภาคเศรษฐกิจ ซึ่งจีนกำลังแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในทั้งสามด้าน
เรียบเรียงจาก ซินหัว ,TrendForce







