thansettakij
thansettakij
จีน พัฒนา 'หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์' แล้ว 400 รุ่น ผงาดผู้นำครองตลาดเกินครึ่ง

จีน พัฒนา 'หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์' แล้ว 400 รุ่น ผงาดผู้นำครองตลาดเกินครึ่ง

21 ก.ค. 69 | 03:14 น.
อัปเดตล่าสุด :21 ก.ค. 69 | 04:11 น.

MIIT เผยจีนพัฒนา 'หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์' แล้วกว่า 400 รุ่น ครองส่วนแบ่งกว่าครึ่งโลก พร้อมตั้งเป้าผลิตทะลุ 100,000 เครื่องในปีนี้ ขณะหุ่นยนต์สี่ขาจีนยังกวาดยอดขายเกือบ 70% ทั่วโลก ท้าชน Tesla, Boston Dynamics

KEY

POINTS

  • จีนพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์แล้วกว่า 400 รุ่น ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าครึ่งหนึ่งของผลิตภัณฑ์ทั้งหมดทั่วโลก
  • รัฐบาลจีนผลักดันอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ให้เป็น "อุตสาหกรรมแห่งอนาคต" โดยตั้งเป้าสร้างระบบนิเวศที่ครบวงจรภายในปี 2570
  • จีนมีความได้เปรียบด้านห่วงโซ่อุปทานที่ครบวงจร ทำให้ลดต้นทุนได้ และตั้งเป้าผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ให้ได้มากกว่า 100,000 เครื่องในปี 2569

จีนตอกย้ำบทบาทผู้นำในอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ (Humanoid Robot) หลัง กระทรวงอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศของจีน (Ministry of Industry and Information Technology: MIIT) เปิดเผยว่า ปัจจุบันจีนพัฒนาผลิตภัณฑ์หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์แบบสมบูรณ์แล้ว มากกว่า 400 รุ่น คิดเป็น มากกว่าครึ่งหนึ่งของผลิตภัณฑ์ทั้งหมดทั่วโลก สะท้อนการเติบโตอย่างรวดเร็วของอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ที่กำลังกลายเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ของประเทศ

ข้อมูลดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ผ่านสำนักข่าวซินหัว โดยระบุว่า ในช่วงครึ่งแรกของปี 2569 หุ่นยนต์สี่ขา (Quadruped Robot) ที่พัฒนาโดยบริษัทจีนยังครอง เกือบ 70% ของยอดขายทั่วโลก ตอกย้ำความสามารถในการแข่งขันของผู้ผลิตจีนทั้งในด้านการพัฒนาเทคโนโลยีและการผลิตเชิงอุตสาหกรรม

เร่งสร้างอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์แห่งอนาคต

จีน พัฒนา 'หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์' แล้ว 400 รุ่น ผงาดผู้นำครองตลาดเกินครึ่ง

ความก้าวหน้าดังกล่าวเป็นผลจากนโยบายของรัฐบาลจีนที่ผลักดันอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ให้เป็นหนึ่งใน "อุตสาหกรรมแห่งอนาคต" (Future Industry) ควบคู่กับปัญญาประดิษฐ์ (AI) เซมิคอนดักเตอร์ และเทคโนโลยีควอนตัม

ก่อนหน้านี้ MIIT ได้ประกาศแนวทาง Guiding Opinions on the Innovative Development of Humanoid Robots โดยตั้งเป้าหมายให้จีนสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ที่ครบวงจรภายในปี 2570 ทั้งด้านนวัตกรรม การผลิต และการประยุกต์ใช้งานเชิงพาณิชย์

จุดแข็งสำคัญของจีนอยู่ที่การมีห่วงโซ่อุปทานครบวงจร ตั้งแต่ชิป AI เซ็นเซอร์ แอคชูเอเตอร์ มอเตอร์ แบตเตอรี่ ไปจนถึงโมเดล AI และซอฟต์แวร์ควบคุม ทำให้สามารถลดต้นทุนการผลิตและเร่งการพัฒนาผลิตภัณฑ์ได้อย่างต่อเนื่อง

ตั้งเป้าผลิตเกิน 100,000 เครื่องในปีนี้

จีน พัฒนา 'หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์' แล้ว 400 รุ่น ผงาดผู้นำครองตลาดเกินครึ่ง

กาน เสี่ยวปิน (Gan Xiaobin) รองอธิบดีกรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของ MIIT เปิดเผยในงาน World Artificial Intelligence Conference (WAIC) 2026 ว่า จีนคาดว่าจะสามารถผลิตหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ได้ มากกว่า 100,000 เครื่องในปี 2569 หลังผู้ผลิตหลายรายเริ่มเดินหน้าผลิตในระดับอุตสาหกรรม (Mass Production)

นอกจากนี้ MIIT ยังร่วมกับ State-owned Assets Supervision and Administration Commission (SASAC) เปิดโครงการ Humanoid Robot Real-Scene Training Action Plan 2026 เพื่อเร่งการนำหุ่นยนต์ไปใช้งานจริง โดยตั้งเป้าติดตั้งหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ 10,000 เครื่อง และสร้าง มากกว่า 100 กรณีใช้งาน (Application Scenarios) ครอบคลุมภาคการผลิต โลจิสติกส์ การแพทย์ การกู้ภัย และบริการ

บริษัทจีนเร่งชิงความเป็นผู้นำ

ตลาดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ของจีนกำลังแข่งขันอย่างเข้มข้น โดยมีผู้เล่นสำคัญ ได้แก่ Unitree Robotics, UBTech Robotics, AgiBot (Zhiyuan Robotics), EngineAI, Leju Robotics และ Fourier Intelligence ซึ่งหลายบริษัทเริ่มส่งมอบหุ่นยนต์ให้กับโรงงานอุตสาหกรรมและองค์กรต่าง ๆ แล้ว

ในกลุ่มหุ่นยนต์สี่ขา จีนยังครองความได้เปรียบอย่างชัดเจน โดยผลิตภัณฑ์ถูกนำไปใช้ในงานตรวจสอบโรงไฟฟ้า เหมืองแร่ ระบบโครงสร้างพื้นฐาน การกู้ภัย และงานด้านความมั่นคง ส่งผลให้ครองสัดส่วนเกือบ 70% ของยอดขายทั่วโลกในช่วงครึ่งปีแรก

ตลาดโลกเข้าสู่ยุคแข่งขันเชิงพาณิชย์

ทิศทางดังกล่าวสอดคล้องกับการประเมินของ TrendForce ที่มองว่า ปี 2569 จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของตลาดหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ จากเดิมที่เน้นการวิจัยและสาธิตเทคโนโลยี สู่การผลิตและจำหน่ายเชิงพาณิชย์อย่างจริงจัง โดยคาดว่ากำลังการผลิตของจีนจะเพิ่มขึ้น 94% ในปีนี้ และผู้ผลิตอย่าง Unitree Robotics และ AgiBot จะครองสัดส่วนการจัดส่งรวมกันเกือบ 80% ของตลาดจีน

การเร่งลงทุนของจีนเกิดขึ้นในช่วงที่การแข่งขันด้านหุ่นยนต์กำลังทวีความเข้มข้น โดยฝั่งสหรัฐฯ มีผู้เล่นรายสำคัญ เช่น Tesla, Figure AI, Apptronik และ Boston Dynamics ขณะที่จีนใช้ความได้เปรียบด้านห่วงโซ่อุปทาน การผลิต และต้นทุน เป็นแรงผลักดันสู่การครองตลาดโลก

สำหรับนักวิเคราะห์มองว่า หุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์กำลังกลายเป็นอุตสาหกรรมยุทธศาสตร์ใหม่ของโลก เช่นเดียวกับที่รถยนต์ไฟฟ้าเคยสร้างการเปลี่ยนแปลงในอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยการแข่งขันในระยะต่อไปจะไม่ได้วัดกันที่จำนวนต้นแบบที่พัฒนาได้ แต่จะวัดกันที่ความสามารถในการผลิตจำนวนมาก การลดต้นทุน และการนำหุ่นยนต์ไปใช้งานจริงในภาคเศรษฐกิจ ซึ่งจีนกำลังแสดงให้เห็นถึงความพร้อมในทั้งสามด้าน

เรียบเรียงจาก  ซินหัว ,TrendForce