
ธนาคารโลกชี้ดาต้าเซ็นเตอร์โตยากในตลาดเกิดใหม่ เหตุขาดพลังงาน
ประธานกลุ่มธนาคารโลกชี้ ตลาดเกิดใหม่มีโอกาสน้อยที่จะขยายดาต้าเซ็นเตอร์ เหตุต้องใช้ไฟฟ้าและกำลังประมวลผลมหาศาล รวมถึงข้อมูล บุคลากร และเงินทุนจำนวนมาก
KEY
POINTS
- ประธานธนาคารโลกชี้ว่าการขยายตัวของดาต้าเซ็นเตอร์ในตลาดเกิดใหม่มีแนวโน้มจำกัด เนื่องจากต้องใช้พลังงานไฟฟ้าในปริมาณมหาศาล
- นอกเหนือจากพลังงาน ปัจจัยอื่นที่เป็นอุปสรรคคือความต้องการข้อมูลจำนวนมาก บุคลากรที่มีทักษะ และเงินทุนในการลงทุนที่สูง
- สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศคาดการณ์ว่าภายในปี 2030 ดาต้าเซ็นเตอร์จะใช้ไฟฟ้าคิดเป็น 3% ของความต้องการทั่วโลก ซึ่งเป็นความท้าทายใหญ่สำหรับประเทศกำลังพัฒนา
ประธานธนาคารโลกมองว่าดาต้าเซ็นเตอร์มีแนวโน้มขยายตัวได้จำกัดในตลาดเกิดใหม่ เนื่องจากต้องใช้กำลังประมวลผลและไฟฟ้าปริมาณมาก รวมถึงข้อมูล บุคลากรที่มีทักษะ และเงินทุนจำนวนมาก ขณะที่สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศคาดว่าดาต้าเซ็นเตอร์จะคิดเป็น 3% ของความต้องการไฟฟ้าโลกภายในปี 2030
“อาเจย์ บังกา” (Ajay Banga) ประธานธนาคารโลก กล่าวระหว่างการเสวนาของ Bloomberg Green ในงาน Climate Week ที่นิวยอร์ก ว่า มีแนวโน้มเพียงเล็กน้อยที่ดาต้าเซ็นเตอร์จะแพร่หลายมากขึ้นในตลาดเกิดใหม่ ซึ่งแนวคิดในการแบ่งปันทรัพยากรพลังงานอันมีค่ากับปัญญาประดิษฐ์ (AI) อาจไม่สอดคล้องกับบริบทของประเทศเหล่านี้
ตลาดเกิดใหม่ไม่ได้มีดาต้าเซ็นเตอร์จำนวนมาก และมันจะไม่เกิดขึ้น เชื่อผมเถอะ คุณต้องการกำลังประมวลผลจำนวนมาก ต้องการไฟฟ้า จำนวนมาก ในบางกรณีต้องการมากกว่าที่โลกพัฒนาแล้วมีเสียอีก ไม่ต้องพูดถึงประเทศกำลังพัฒนาเหล่านี้
บทบาทของดาต้าเซ็นเตอร์ AI
ความคิดเห็นดังกล่าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการถกเถียงอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับบทบาทของดาต้าเซ็นเตอร์ AI เนื่องจากการใช้พลังงาน น้ำ และที่ดินของดาต้าเซ็นเตอร์กำลังก่อให้เกิดกระแสต่อต้าน โดยในเดือนเมษายน สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศระบุว่า เมื่อคำนึงถึงการคาดการณ์ว่าการใช้ไฟฟ้าจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าภายในสิ้นทศวรรษ ดาต้าเซ็นเตอร์จะคิดเป็น 3% ของความต้องการไฟฟ้าทั่วโลกภายในปี 2030
คุณต้องการข้อมูล ต้องการข้อมูลจำนวนมากที่ไหลเวียนได้อย่างเสรี และคุณต้องการบุคลากรที่เข้าใจวิธีใช้ข้อมูลเหล่านี้ นอกเหนือจากเงินทุนที่คุณจะต้องใช้ในการลงทุนสร้างสิ่งเหล่านี้แล้ว มีตลาดเกิดใหม่เพียงไม่กี่แห่งที่มีองค์ประกอบเหล่านี้






