thansettakij
thansettakij
OpenAI เปิดตัว Health in ChatGPT อย่างเป็นทางการ เริ่มให้ผู้ใช้ในสหรัฐฯ อายุ 18 ปีขึ้นไปใช้งานบน Web และ iOS เชื่อมข้อมูลจาก Apple Health และเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์

OpenAI เปิด Health in ChatGPT เชื่อม Apple Health-เวชระเบียน ปูทาง AI ผู้ช่วยสุขภาพ

24 ก.ค. 69 | 10:09 น.
อัปเดตล่าสุด :24 ก.ค. 69 | 10:16 น.

OpenAI เปิดตัว Health in ChatGPT อย่างเป็นทางการ เริ่มให้ผู้ใช้ในสหรัฐฯ อายุ 18 ปีขึ้นไปใช้งานบน Web และ iOS เชื่อมข้อมูลจาก Apple Health และเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยสรุปและอธิบายข้อมูลสุขภาพด้วย AI ภายใต้การควบคุมของผู้ใช้

KEY

POINTS

  • OpenAI เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ "Health in ChatGPT" ที่สามารถเชื่อมต่อข้อมูลจาก Apple Health และเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ AI ช่วยสรุปและอธิบายข้อมูลสุขภาพให้เข้าใจง่าย
  • ผู้ใช้สามารถใช้ AI เพื่อทำความเข้าใจผลตรวจเลือด ประวัติการรักษา แปลศัพท์แพทย์ และเตรียมคำถามก่อนพบแพทย์ โดยสามารถควบคุมการแชร์ข้อมูลได้ทั้งหมด
  • OpenAI เน้นย้ำว่าฟีเจอร์นี้เป็นเพียงผู้ช่วยทำความเข้าใจข้อมูลสุขภาพ ไม่สามารถใช้เพื่อการวินิจฉัยโรคหรือทดแทนการรักษาจากแพทย์ได้

OpenAI เดินหน้าขยายบทบาทของ ChatGPT สู่ตลาดเทคโนโลยีสุขภาพ (HealthTech) ด้วยการเปิดตัว Health in ChatGPT ฟีเจอร์ใหม่ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพส่วนบุคคลและเวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์เข้ากับ ChatGPT เพื่อให้ AI ช่วยสรุป วิเคราะห์ และอธิบายข้อมูลทางการแพทย์ในภาษาที่เข้าใจง่าย

โดย OpenAI เริ่มทยอยเปิดให้บริการแก่ผู้ใช้งานในสหรัฐอเมริกา อายุ 18 ปีขึ้นไป ผ่าน ChatGPT เวอร์ชันเว็บ (Web) และ แอปพลิเคชันบนระบบปฏิบัติการ iOS ก่อนขยายการให้บริการในระยะต่อไป

เชื่อม Apple Health และเวชระเบียนในที่เดียว

จุดเด่นของ Health in ChatGPT คือความสามารถในการเชื่อมต่อข้อมูลจาก Apple Health รวมถึง เวชระเบียนอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Health Records : EHR) จากผู้ให้บริการด้านสาธารณสุขที่รองรับ ทำให้ผู้ใช้งานสามารถนำข้อมูลสุขภาพทั้งหมดมาใช้ร่วมกับ ChatGPT ได้ภายในแพลตฟอร์มเดียว

 

AI สามารถช่วยอธิบายผลตรวจเลือด ค่าตรวจทางห้องปฏิบัติการ ประวัติการใช้ยา ประวัติการรักษา ตลอดจนแปลศัพท์ทางการแพทย์ที่ซับซ้อนให้เข้าใจได้ง่ายขึ้น พร้อมสรุปสาระสำคัญจากเวชระเบียนที่มักมีรายละเอียดจำนวนมาก

OpenAI เปิด Health in ChatGPT เชื่อม Apple Health-เวชระเบียน ปูทาง AI ผู้ช่วยสุขภาพ

นอกจากนี้ ผู้ใช้งานยังสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลตรวจหรือโรคที่ได้รับการวินิจฉัย เพื่อเตรียมตัวก่อนเข้าพบแพทย์ หรือใช้ทบทวนคำแนะนำหลังการรักษาได้สะดวกยิ่งขึ้น

ผู้ใช้ควบคุมข้อมูลได้ทั้งหมด

OpenAI ระบุว่า การเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพจะเกิดขึ้นเมื่อผู้ใช้งานเป็นผู้อนุญาตเท่านั้น โดยผู้ใช้สามารถเลือกได้ว่าจะเชื่อมต่อข้อมูลประเภทใดกับ ChatGPT และสามารถยกเลิกการเชื่อมต่อได้ตลอดเวลา

แนวทางดังกล่าวสะท้อนการให้ความสำคัญกับความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัยของข้อมูลสุขภาพ ซึ่งถือเป็นข้อมูลอ่อนไหวที่ต้องได้รับการคุ้มครองเป็นพิเศษ

AI ช่วยทำความเข้าใจข้อมูล แต่ไม่แทนแพทย์

แม้ ChatGPT จะสามารถช่วยสรุป วิเคราะห์ และอธิบายข้อมูลสุขภาพได้ แต่ OpenAI ย้ำว่า Health in ChatGPT ไม่ใช่อุปกรณ์ทางการแพทย์ และ ไม่สามารถใช้แทนการวินิจฉัยหรือการรักษาจากแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ได้

ระบบถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้ประชาชนเข้าใจข้อมูลสุขภาพของตนเองได้ดียิ่งขึ้น ลดความซับซ้อนของเอกสารทางการแพทย์ และสนับสนุนการตัดสินใจร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ โดยในกรณีที่พบอาการฉุกเฉินหรือปัญหาสุขภาพรุนแรง ผู้ใช้ควรเข้ารับการรักษาจากสถานพยาบาลทันที

รุกตลาด AI สุขภาพเต็มรูปแบบ

การเปิดตัว Health in ChatGPT ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของ OpenAI ในการขยายบทบาทของ ChatGPT จากผู้ช่วยด้านการทำงาน การศึกษา และการเขียนโปรแกรม สู่การเป็น ผู้ช่วยด้านสุขภาพส่วนบุคคล (Personal Health Assistant) ที่สามารถจัดการข้อมูลสุขภาพของผู้ใช้ได้อย่างเป็นระบบ

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวยังสะท้อนการแข่งขันที่เข้มข้นในตลาด AI ด้านสุขภาพ ซึ่งผู้พัฒนาเทคโนโลยีรายใหญ่ต่างเร่งนำปัญญาประดิษฐ์มาเพิ่มศักยภาพการเข้าถึงข้อมูลทางการแพทย์ และยกระดับประสบการณ์ของผู้ป่วย ภายใต้กรอบการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและมาตรฐานความปลอดภัยที่เข้มงวดมากขึ้นในระดับสากล