
แอลจีผนึก NVIDIA ปั้น Data Factory เร่งเกมหุ่นยนต์-Physical AI
แอลจียกระดับพันธมิตร NVIDIA เดินหน้าพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์ ดึงข้อมูลโรงงาน-โลจิสติกส์ทั่วโลกสร้าง Data Flywheel ตั้งเป้าข้อมูลฝึก AI แตะ 100,000 ชั่วโมงในสิ้นปี
KEY
POINTS
- แอลจีร่วมมือกับ NVIDIA สร้าง "Data Factory" เพื่อเป็นศูนย์กลางรวบรวมและประมวลผลข้อมูลสำหรับฝึกหุ่นยนต์โดยเฉพาะ โดยมีเป้าหมายเพื่อเร่งการพัฒนาเทคโนโลยีหุ่นยนต์และ Physical AI
- Data Factory จะใช้แพลตฟอร์มของ NVIDIA ผสานกับข้อมูลด้านการผลิตและโลจิสติกส์ที่แอลจีมีอยู่ เพื่อสร้างวงจรข้อมูล (Data Flywheel) สำหรับฝึก AI ให้หุ่นยนต์สามารถทำงานในโลกจริงได้
- ศูนย์ข้อมูลแห่งนี้มีกำหนดเปิดดำเนินการเต็มรูปแบบภายในสิ้นปี 2569 ตั้งเป้าสร้างข้อมูลสำหรับฝึก AI ให้ได้รวม 100,000 ชั่วโมง เพื่อผลักดันแอลจีสู่การเป็นผู้ให้บริการโซลูชันวิทยาการหุ่นยนต์ครบวงจร
แอลจี อีเลคทรอนิคส์ เร่งวางหมากธุรกิจหุ่นยนต์ครั้งใหญ่ ยกระดับความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ NVIDIA นำจุดแข็งด้านการผลิตและโลจิสติกส์ที่สั่งสมมาหลายทศวรรษ ผสานแพลตฟอร์มด้านวิทยาการหุ่นยนต์และ Physical AI ของ NVIDIA เพื่อสร้างระบบข้อมูลสำหรับฝึกหุ่นยนต์ในระดับโลก
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังคณะผู้บริหารระดับสูงจากแอลจี อีเลคทรอนิคส์ บริษัทในเครือ LG Group และ NVIDIA ร่วมหารือเชิงกลยุทธ์ ณ ศูนย์ผลิตและจัดการข้อมูล หรือ Data Factory ของแอลจี ซึ่งอยู่ระหว่างการก่อสร้างภายใน Yangjae R&D Campus กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้
การหารือครั้งนี้มีขึ้นต่อเนื่องจากการลงนามบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU ด้านความร่วมมือเชิงกลยุทธ์สำหรับธุรกิจในอนาคต ณ สำนักงานใหญ่ NVIDIA เมืองซานตาคลารา รัฐแคลิฟอร์เนีย โดยทั้งสองฝ่ายเตรียมเร่งผลักดันเทคโนโลยีหุ่นยนต์จากขั้นพัฒนาไปสู่การใช้งานเชิงพาณิชย์มากขึ้น
ปั้น Data Factory ฐานข้อมูลฝึกหุ่นยนต์
Data Factory ของแอลจีมีกำหนดเปิดดำเนินการเต็มรูปแบบภายในสิ้นปี 2569 โดยออกแบบให้เป็นศูนย์กลางรวบรวม สร้าง ตรวจสอบ และประมวลผลข้อมูลสำหรับการฝึกหุ่นยนต์โดยเฉพาะ
ภายในศูนย์มีพื้นที่จำลองสภาพแวดล้อมหลายรูปแบบ เพื่อให้หุ่นยนต์เรียนรู้จากการปฏิบัติงานจริง ตั้งแต่การทำงานภายในบ้าน ไปจนถึงภาคการผลิตและโลจิสติกส์
หนึ่งในหุ่นยนต์หลักที่นำมาใช้คือ LG CLOiD หุ่นยนต์สำหรับครัวเรือนที่แอลจีพัฒนาขึ้นเอง โดยถูกนำมาฝึกงานทำความสะอาดในพื้นที่จำลองบ้าน รวมถึงฝึกงานด้านการเคลื่อนย้าย จัดเรียง และประกอบชิ้นส่วนในพื้นที่จำลองสายการผลิตที่อ้างอิงจากโรงงานเครื่องซักผ้าของแอลจีในรัฐเทนเนสซี สหรัฐอเมริกา
นอกจากนี้ หุ่นยนต์ยังถูกนำไปใช้งานร่วมกับระบบโลจิสติกส์อัตโนมัติของ LG CNS และพื้นที่ฝึกแขนกลของ LG Innotek เพื่อสร้างข้อมูลจากสถานการณ์จริงในรูปแบบที่หลากหลาย
ข้อมูลทั้งหมดจะถูกเชื่อมต่อเข้าสู่ Robotics Stack ของ NVIDIA เพื่อประมวลผลและสังเคราะห์เป็นข้อมูลคุณภาพสูง ก่อนนำกลับไปใช้ฝึกโมเดลและเพิ่มขีดความสามารถของหุ่นยนต์ในรอบถัดไป
สร้าง Data Flywheel ป้อน Physical AI
หัวใจสำคัญที่แอลจีต้องการสร้างจากความร่วมมือครั้งนี้คือ Data Flywheel หรือวงจรข้อมูลที่สามารถรวบรวม ประมวลผล และนำข้อมูลกลับไปใช้ฝึกหุ่นยนต์ได้อย่างต่อเนื่อง
ในมุมของแอลจี ความได้เปรียบไม่ได้อยู่เพียงการมีเทคโนโลยีหุ่นยนต์ แต่รวมถึงฐานข้อมูลด้านการผลิต โลจิสติกส์ โรงงาน และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านที่บริษัทสะสมจากการดำเนินธุรกิจทั่วโลกมาเป็นเวลาหลายทศวรรษ
เมื่อข้อมูลเหล่านี้ถูกผสานกับแพลตฟอร์มพัฒนาหุ่นยนต์แบบเปิดของ NVIDIA จะช่วยเพิ่มปริมาณและความหลากหลายของข้อมูลที่ใช้ฝึก AI ซึ่งมีความสำคัญต่อการพัฒนา Physical AI หรือปัญญาประดิษฐ์ที่สามารถรับรู้ ตัดสินใจ และลงมือปฏิบัติงานในโลกจริงผ่านหุ่นยนต์และเครื่องจักร
แอลจียังเตรียมนำเทคโนโลยีของ NVIDIA หลายส่วนเข้ามาใช้ใน Data Factory ตั้งแต่ NVIDIA Omniverse, NVIDIA Cosmos และ NVIDIA Isaac ครอบคลุมตั้งแต่การสร้างและจัดการข้อมูล การจำลองสภาพแวดล้อม ไปจนถึงการพัฒนาและนำหุ่นยนต์ไปใช้งานจริง
ตั้งเป้าข้อมูลฝึก AI 100,000 ชั่วโมง
Data Factory แห่งใหม่ตั้งอยู่ในย่านยางแจ เป็นอาคารสูง 4 ชั้น มีพื้นที่ใช้สอยรวมประมาณ 10,000 ตารางเมตร และคาดว่าจะรองรับหุ่นยนต์ได้หลายร้อยตัวภายในช่วงสิ้นปีนี้
อีกหนึ่งเป้าหมายสำคัญคือการเร่งขยายปริมาณข้อมูลสำหรับฝึกระบบ AI โดยแอลจีคาดการณ์ว่า ภายในสิ้นปี 2569 ข้อมูลการฝึกอบรมที่รวบรวมจากศูนย์ดังกล่าว เมื่อรวมกับข้อมูลที่สร้างและสังเคราะห์ผ่านแพลตฟอร์ม NVIDIA Cosmos จะมีปริมาณรวมประมาณ 100,000 ชั่วโมง
ปริมาณดังกล่าวเทียบเท่ากับข้อมูลที่หากใช้วิธีการเก็บแบบปกติอาจต้องใช้ระยะเวลานานถึงประมาณ 12 ปี
ข้อมูลชุดนี้จะถูกนำไปใช้ต่อยอดการพัฒนา Robot Foundation Model หรือ RFM ซึ่งเป็นโมเดล AI พื้นฐานสำหรับหุ่นยนต์ และเป็นหนึ่งในเทคโนโลยีสำคัญสำหรับการพัฒนาหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์ในอนาคต
แอลจีตั้ง Robotics Business Center รุกตลาดเต็มตัว
การลงทุนด้านข้อมูลเกิดขึ้นพร้อมกับการปรับโครงสร้างธุรกิจหุ่นยนต์ภายในแอลจี โดยบริษัทกำหนดให้ปี 2569 เป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการรุกธุรกิจหุ่นยนต์ในระดับเต็มรูปแบบ
เมื่อเดือนที่ผ่านมา แอลจีจัดตั้ง Robotics Business Center หรือศูนย์ธุรกิจหุ่นยนต์ ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลโดยตรงของประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เพื่อทำหน้าที่กำหนดทิศทางธุรกิจและเชื่อมโยงทรัพยากรด้านหุ่นยนต์ของกลุ่มบริษัทเข้าด้วยกัน
ปัจจุบันแอลจีมีฐานธุรกิจในตลาดหุ่นยนต์อุตสาหกรรมและหุ่นยนต์เชิงพาณิชย์ ขณะที่ยุทธศาสตร์ในระยะต่อไปคือการขยายเข้าสู่ตลาดหุ่นยนต์สำหรับครัวเรือน
บริษัทมองว่าความได้เปรียบสำคัญมาจากความสามารถในการพัฒนาและผลิตชิ้นส่วนสำคัญของหุ่นยนต์เอง เช่น Actuator ควบคู่กับความเชี่ยวชาญด้านฮาร์ดแวร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ซอฟต์แวร์ และระบบข้อมูล
เมื่อรวมกับ Data Factory ที่จะเป็นศูนย์กลางข้อมูลขนาดใหญ่สำหรับการฝึกและพัฒนาหุ่นยนต์ แอลจีจึงตั้งเป้าขยับจากผู้ผลิตสินค้าและฮาร์ดแวร์ ไปสู่การเป็น ผู้ให้บริการโซลูชันวิทยาการหุ่นยนต์แบบครบวงจร ตั้งแต่ระดับชิ้นส่วน ระบบ AI ไปจนถึงผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป
นายรยู แจชอล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ จำกัด กล่าวว่า ภายใต้แนวคิด “One LG” บริษัทจะผสานศักยภาพของธุรกิจต่าง ๆ ภายในกลุ่ม เข้ากับความร่วมมือจากพันธมิตรระดับโลก เพื่อเสริมความแข็งแกร่งด้าน Physical AI และผลักดันแอลจีสู่เป้าหมายการเป็นผู้ให้บริการโซลูชันวิทยาการหุ่นยนต์แบบครบวงจรในระดับโลก







