KEY
POINTS
มหกรรมแสดงเทคโนโลยีที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง CES 2026 เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ ณ เมืองลาสเวกัส ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยการประชันนวัตกรรมครั้งสำคัญ โดยในปีนี้ประเด็นหลักยังคงหนีไม่พ้นเรื่องของปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ที่ไม่ได้อยู่แค่ในหน้าจอคอมพิวเตอร์อีกต่อไป แต่ได้แทรกซึมเข้าไปอยู่ในทุกมิติของการใช้ชีวิต ตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน ยานพาหนะ ไปจนถึงหน่วยประมวลผลระดับซูเปอร์คอมพิวเตอร์
เปิดฉากด้วยกลุ่มยักษ์ใหญ่เทคโนโลยีจากเกาหลีใต้ที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้เข้าชมงานอย่างมาก โดยเฉพาะ บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ จำกัด ที่มาภายใต้แนวคิด “Innovation in tune with you” หรือนวัตกรรมที่เข้าใจคุณ นำเสนอปรัชญา "Affectionate Intelligence" หรือความอัจฉริยะที่มีเสน่ห์และเข้าอกเข้าใจมนุษย์
นอกจากนี้แอลจียังโชว์นวัตกรรมยานยนต์อัจฉริยะที่เปลี่ยนกระจกหน้ารถให้กลายเป็นหน้าจอ Mixed-Reality และทีวีเรือธงเจเนอเรชันใหม่อย่าง OLED evo G6 ที่ขับเคลื่อนด้วยชิป α 11 AI Processor Gen3 มอบประสบการณ์การรับชมที่คมชัดกว่าที่เคยมีมา
ทางด้าน ซัมซุง ยักษ์ใหญ่ร่วมชาติก็ได้ประกาศวิสัยทัศน์ “Your Companion to AI Living” โดยมุ่งเน้นการเป็นคู่คิด AI ในทุกมิติ ซัมซุงได้เปิดตัวหน้าจอ Micro RGB ขนาดใหญ่ถึง 130 นิ้ว ที่มาพร้อมกับระบบ Vision AI Companion (VAC) คอยทำหน้าที่เป็นเลขาอัจฉริยะที่คอยแนะนำคอนเทนต์ที่เหมาะสมกับช่วงเวลาและอารมณ์ของผู้ใช้
นอกจากนี้ในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า Bespoke AI ยังมีการนำเทคโนโลยี Google Gemini เข้ามาประยุกต์ใช้ในตู้เย็น Family Hub เพื่อจดจำและติดตามวัตถุดิบภายในตู้เย็นได้อย่างแม่นยำ
เมื่อหันมามองที่กลุ่มผู้ผลิตคอมพิวเตอร์รายใหญ่ของโลก การแข่งขันในปีนี้มีความเข้มข้นอย่างยิ่ง โดย เดลล์ (Dell) ได้ทำการเปิดตัวผลิตภัณฑ์กลุ่ม XPS รุ่นใหม่ ได้แก่ XPS 14 และ XPS 16 ที่มีการออกแบบใหม่ทั้งหมดตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน เน้นความเรียบหรูและบางเบาด้วยวัสดุอลูมิเนียม CNC และกระจก Gorilla Glass
โดยรุ่น XPS 14 มีความหนาเพียง 14.6 มิลลิเมตร และมีน้ำหนักที่เบาลงอย่างเห็นได้ชัด ในแง่ของประสิทธิภาพ เดลล์ได้เลือกใช้โปรเซสเซอร์ Intel Core Ultra Series 3 ซึ่งส่งผลให้การประมวลผลด้าน AI เร็วขึ้นกว่ารุ่นเดิมถึง 78% และประหยัดพลังงานจนสามารถสตรีมวิดีโอได้นานสูงสุดถึง 40 ชั่วโมง ตอบโจทย์การทำงานในยุค AI PC อย่างแท้จริง
ขณะที่ เอเซอร์ (Acer) ได้ชูโรงด้วยผลิตภัณฑ์ตระกูล Swift AI ที่รองรับ Copilot+ PC บนระบบปฏิบัติการ Windows 11 อย่างเต็มรูปแบบ รุ่นที่โดดเด่นที่สุดคือ Swift 16 AI ที่มาพร้อมชิปประมวลผลตัวท็อป Intel Core Ultra X9 388H และทัชแพด Haptic ขนาดใหญ่พิเศษที่รองรับการใช้งานร่วมกับปากกาสไตลัสได้อย่างไหลลื่น
เอเซอร์ยังได้พัฒนาฟีเจอร์ Acer Intelligence ที่ช่วยให้ผู้ใช้งานเข้าถึงเครื่องมือ AI ต่างๆ ได้ง่ายเพียงการกดปุ่ม My Key เพียงครั้งเดียว นอกจากนี้ยังมีรุ่น Swift Edge AI ที่ออกแบบมาเพื่อคนทำงานที่ต้องการความคล่องตัวสูง โดยมีน้ำหนักเบาเพียงไม่ถึง 1 กิโลกรัม แต่มีความทนทานสูงผ่านมาตรฐานกองทัพสหรัฐฯ ทำให้เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักเดินทางและกลุ่ม Digital Nomad
ที่สำคัญอย่างยิ่งคือการที่ AMD ได้รับความไว้วางใจจากรัฐบาลสหรัฐฯ ในโครงการ Genesis Mission ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อสร้างซูเปอร์คอมพิวเตอร์ AI สองเครื่องใหม่ ได้แก่ "Lux" และ "Discovery" เพื่อเป็นรากฐานในการค้นพบทางวิทยาศาสตร์และการรักษาขีดความสามารถในการแข่งขันระดับโลก
นอกจากนี้ ดร. ลิซ่า ซู ยังได้ประกาศวิสัยทัศน์ด้านสังคมด้วยการลงทุนกว่า 150 ล้านดอลลาร์ (4,875 ล้านบาท) เพื่อส่งเสริมการใช้ AI ในการศึกษาและพัฒนาชุมชน
ซึ่งแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยี AI ในงาน CES 2026 นี้ ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่ความล้ำสมัยของผลิตภัณฑ์เท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมและการพัฒนาศักยภาพของมนุษย์ในระยะยาวอีกด้วย