thansettakij
thansettakij
“ดีอี” เปิดเวทีประชาพิจารณ์ โครงการ TH-AI Passport มูลค่า 1.6 พันล้าน

“ดีอี” เปิดเวทีประชาพิจารณ์ โครงการ TH-AI Passport มูลค่า 1.6 พันล้าน

07 มิ.ย. 69 | 11:43 น.
อัปเดตล่าสุด :07 มิ.ย. 69 | 12:26 น.

“ดีอี” จัดเวทีประชาพิจารณ์ “TH-AI Passport” หลังผลสำรวจประชาชน 63.7% ใช้ AI แก้ปัญหาปากท้อง ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างโอกาสให้คนไทยทุกกลุ่ม

KEY

POINTS

  • กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จัดเวทีประชาพิจารณ์โครงการ "TH-AI Passport" ในวันที่ 11 มิถุนายน 2569 เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน
  • โครงการดังกล่าวใช้งบประมาณ 1,600 ล้านบาท โดยมีเป้าหมายเพื่อให้คนไทย 5 ล้านคนสามารถเข้า

วันนี้ 7 มิ.ย.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี ได้โพสต์ข้อความว่า กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ขอเชิญภาคเอกชน สถาบันการศึกษา ผู้เชี่ยวชาญ และผู้ที่สนใจ

ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองและทิศทางการพัฒนา "โครงการ TH-AI Passport"

  • วันพฤหัสบดีที่ 11 มิถุนายน 2569
  • เริ่ม 9.00 – 12.00 น.
  • ห้องประชุมใหญ่ ชั้น 2 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (อาคารซี) ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ กรุงเทพมหานคร

ลงทะเบียนเข้าร่วมเวทีเสวนาผ่านกดลิงก์ https://forms.gle/Wmx4y5ACeh1ewVPz6 (คลิกที่นี่) 

 “ดีอี” เปิดเวทีประชาพิจารณ์ โครงการ TH-AI Passport มูลค่า 1.6 พันล้าน

ก่อนหน้านี้ นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้รับทราบผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนโดยสำนักวิจัยซูเปอร์โพล เรื่อง “ความต้องการ AI ของประชาชน” ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าคนไทยมีความตื่นตัวและเปิดรับเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างกว้างขวาง โดยประชาชนร้อยละ 91.2 รู้จักหรือเคยได้ยินเกี่ยวกับ AI และร้อยละ 72.5 เคยนำ AI มาใช้ในชีวิตประจำวัน การเรียน การทำงาน หรือการประกอบอาชีพแล้ว สะท้อนว่าประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลและเศรษฐกิจฐานความรู้ได้อย่างเป็นรูปธรรม

รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ผลสำรวจดังกล่าวยังพบว่า ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 63.7 เห็นด้วยให้รัฐบาลเดินหน้าโครงการ TH-AI Passport ต่อไป โดยต้องดำเนินการภายใต้หลักความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการดำเนินงานของรัฐบาลที่ยึดหลักธรรมาภิบาลและมุ่งใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือยกระดับคุณภาพชีวิต ลดความเหลื่อมล้ำ และเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับประชาชนทุกกลุ่ม

“รัฐบาลขอขอบคุณประชาชนที่ให้ความสนใจและติดตามการดำเนินงานด้าน AI ของภาครัฐ ผลสำรวจครั้งนี้สะท้อนว่า คนไทยไม่ได้มอง AI เป็นเพียงเทคโนโลยีสมัยใหม่ แต่เห็นว่าเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิต สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้ และเพิ่มโอกาสทางเศรษฐกิจ รัฐบาลจึงพร้อมเดินหน้าพัฒนาโครงการ TH-AI Passport อย่างรอบคอบ โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยจะให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ที่ประชาชนได้รับจริงเป็นสำคัญ” นางสาวลลิดา กล่าว

รองโฆษกฯ กล่าวว่า ผลสำรวจยังสะท้อนความต้องการของประชาชนอย่างชัดเจนว่า AI ควรถูกนำมาใช้เพื่อแก้ไขปัญหาปากท้องและยกระดับศักยภาพของประเทศ โดยร้อยละ 91.7 ต้องการให้ภาครัฐส่งเสริมการใช้ AI เพื่อเพิ่มรายได้ ลดต้นทุน และสร้างโอกาสทางธุรกิจ ร้อยละ 88.5 ต้องการให้ AI ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจ ร้อยละ 87.2 ต้องการให้ทุกคนเข้าถึงความรู้และการใช้งาน AI อย่างเท่าเทียม ร้อยละ 85.3 ต้องการให้ AI ช่วยยกระดับการศึกษาและพัฒนาทักษะแรงงานไทย ขณะที่ร้อยละ 83.1 และ 81.6 ต้องการให้ AI มีบทบาทในการดูแลความปลอดภัยของประชาชนและช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็ก เยาวชน ผู้สูงอายุ และผู้พิการ

รัฐบาลจึงพร้อมนำข้อเสนอแนะจากประชาชนมาใช้เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนนโยบาย โดยมุ่งเน้น 5 ด้านสำคัญ ได้แก่ การใช้ AI เพื่อเพิ่มรายได้และลดต้นทุนให้ประชาชน การยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ การลดความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล การพัฒนาทุนมนุษย์ผ่านการศึกษาและการยกระดับทักษะแรงงาน รวมถึงการใช้ AI เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยและยกระดับคุณภาพชีวิตของกลุ่มเปราะบาง

นอกจากนี้ รัฐบาลยังรับทราบข้อเสนอของประชาชนที่ต้องการระบบสนับสนุนด้าน AI อย่างครบวงจร ทั้งการอบรมความรู้ การเข้าถึงเครื่องมือ AI การจัดตั้งศูนย์เรียนรู้ในชุมชน และการมีผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา โดยจะมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบูรณาการความร่วมมือเพื่อออกแบบมาตรการสนับสนุนที่ตอบโจทย์ประชาชนในทุกพื้นที่

“รัฐบาลมองว่า TH-AI Passport ไม่ใช่เพียงโครงการด้านเทคโนโลยี แต่เป็นการลงทุนเพื่อพัฒนาทุนมนุษย์ของประเทศในระยะยาว เป็นกลไกสำคัญในการเตรียมความพร้อมให้คนไทยสามารถใช้ AI เพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันในโลกยุคใหม่ รัฐบาลจะเดินหน้าสร้างระบบนิเวศด้าน AI ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกคนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม โปร่งใส และเกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง” นางสาวลลิดา กล่าว

สำหรับโครงการ TH-AI Passport ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ใช้งบประมาณทั้งสิ้น 1,600 ล้านบาท (เป็นงบประมาณจากกองทุนดีอี) มีเป้าหมายให้คนไทย 5 ล้านคนเข้าถึงการใช้งาน AI ระดับ Pro เป็นระยะเวลา 1 ปี.

อ้างอิง: