thansettakij
thansettakij
เปิดรายชื่อเอกชน คว้างานประมูล 'TH-AI Passport' มูลค่า 1,600 ล้าน

เปิดรายชื่อเอกชน คว้างานประมูล 'TH-AI Passport' มูลค่า 1,600 ล้าน

29 พ.ค. 69 | 06:51 น.
อัปเดตล่าสุด :29 พ.ค. 69 | 09:37 น.

เปิดรายชื่อบริษัทเอกชนที่ชนะการประกวดราคา โครงการ 'TH-AI Passport' มูลค่ารวมกว่า 1,600 ล้านบาท เช็ก รายชื่อและรายละเอียดดีลประวัติศาสตร์นี้ได้ที่นี่

KEY

POINTS

  • กิจการค้าร่วมทีเอช ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่าง บมจ. เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส (TKC) และ บริษัท ฮิวแมน อินเทลลิเจนท์ จำกัด เป็นผู้ชนะการประมูลโครงการ TH-AI Passport มูลค่ากว่า 1,600 ล้านบาท
  • โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อให้คนไทย 5 ล้านคน อายุ 15 ปีขึ้นไป ได้เข้าถึงและใช้งาน Generative AI โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเป็นระยะเวลา 1 ปี
  • โครงการถูกตั้งข้อสังเกตจากฝ่ายค้านถึงความไม่โปร่งใส โดยเฉพาะระยะเวลาการประมูลที่รวดเร็วผิดปกติเพียง 34 วัน และมีข้อสงสัยเรื่องการล็อกสเปก

กำลังเป็นที่ถูกจับตามองสำหรับโครงการ TH-AI Passport มูลค่า 1,600 ล้าน ที่สำนักงานคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สดช. หน่วยงานที่ดูแลกองทุนพัฒนาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  หรือ กองทุน DE  ประกวดราคาจ้างดำเนิน โครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย หรือ TH-AI Passport ด้วยวิธีประกวดราคาอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-bidding โดยกำหนดราคากลางของงานไว้ที่ 1,645,693,860 บาท เพื่อผลักดันให้คนไทยเข้าถึงและใช้งาน Generative AI โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเป็นระยะเวลา 1 ปี ครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายอย่างน้อย 5 ล้านคน แจกฟรีให้กับเด็กอายุ 15 ปีขึ้นไป

 

"พรรคส้ม" พบพิรุธประกาศและเปิดประมูลให้ยื่น 34 วัน

นายภาวุธ พงษ์วิทยภาณุ สส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ได้ตั้ง กระทู้สด โครงการ TH-AI Passport มูลค่า 1,600 ล้านบาท ว่า ทำไมโครงการนี้ประกาศและเปิดให้ยื่น ภายในแค่ 34 วัน  ซึ่งเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์กองทุน DE โครงการ 1,600 ล้านบาท ประกาศวันคริสต์มาส ให้เวลายื่นซองแค่ 34 วัน ทั้งที่โครงการระดับนี้ปกติใช้เวลา 3-6 เดือน แล้วยังมีสิ่งที่รู้สึกว่าบังเอิญเกินไปหลายอย่างมากในโครงการนี้ ระยะเวลาการประมูลที่รวดเร็วผิดปกติและการล็อกสเปก  อยากเรียกร้องให้หน่วยงานเข้ามาตรวจสอบ คือ สตง. (สำนักงานตำรวจเงินแผ่นดิน)  และ ปปง. (สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เข้ามาดูแลตรวจสอบการประมูลเพื่อให้เกิดความโปร่งใส เลื่อนการลงทะเบียน หรือ ชะลอ หรือ ปิดโครงการลงทะเบียนออกไปก่อนในวันที่ 5 มิ.ย.นี้

 “โครงการนี้มีมูลค่าสูงประวัติศาสตร์ ของ กองทุนดีอี ที่ใช้งบประมูล 1600 ล้านบาท บริษัทที่เข้าร่วมประมูลรู้ราคากลางก่อน และ เสนอราคากันมาและล็อกสเปกผูกขาด ราคาที่ชนะต่ำกว่าราคากลาง 1.5% โครงการเร่งจบภายใน 30 วัน  ปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นได้อย่างไร” นายภาวุธ กล่าว

  เปิดรายชื่อเอกชน คว้างานประมูล 'TH-AI Passport' มูลค่า 1,600 ล้าน

เปิดรายชื่อเอกชนคว้าโครงการ TH-AI Passport มูลค่า 1,600 ล้าน

สำหรับผู้ชนะโครงการ TH-AI Passport มูลค่า 1,600 ล้าน  พบว่า ผู้ชนะโครงการดังกล่าว คือ  กิจการค้าร่วมทีเอช (TH Consortium) เป็นการร่วมกันระหว่าง 2 บริษัท

  •  บริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (มหาชน)
  • และ บริษัท ฮิวแมน อินเทลลิเจนท์ จำกัด 

เปิด 2 รายชื่อผู้ถือหุ้น กิจการค้าร่วมทีเอช

เมื่อพลิกไปดูรายละเอียดผู้ถือหุ้นและงบการเงินของทั้ง 2 บริษัท ดังนี้

  • บริษัท เทิร์นคีย์ คอมมูนิเคชั่น เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ TKC เป็นของ นายสยาม เตียวตรานนท์ ถือหุ้น 32.09 % โดยมีบริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) ถือหุ้นอยู่ 19.39 % ปี 2568 บริษัท มีรายได้ 2,338.32 ล้านบาท 

 บริษัท ฮิวแมน อินเทลลิเจนท์ จำกัด

  • จากข้อมูลกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์  พบว่า เปิดกิจการเมื่อวันที่ 1 ก.พ. 2560 ทุนจดทะเบียน 125 ล้านบาท เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่างไทย 51% และ ฮ่องกง 49 %
  • กรรมการประกอบด้วย หม่อมราชวงศ์จุลรังษี ยุคล และ นางสาวพาขวัญ วงศ์พลทวี ประกอบกิจการฝึกอบรมในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (อีเลิร์นนิ่ง)

  • รายได้ปี 2568 อยู่ที่ 396,055,692.62 บาท

  • กำไร 39,951,121.49 บาท  

  • ที่ตั้งสำนักงานแห่งใหญ่ 1700 อาคารแพลน บี ทาวเวอร์ ชั้น 22 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร

“ไชยชนก ชิดชอบ”  เดินหน้าโครงการ TH-AI Passport มูลค่า 1,620 ล้าน แจกฟรี 5 ล้านสิทธิ์ ดีเดย์ มิ.ย.นี้

นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม  หรือ ดีอี เปิดเผยความคืบหน้าโครงการ TH-AI Passport ว่า กระทรวงดีอี เตรียมทยอยประชาสัมพันธ์รายละเอียด โครงการ TH-AI Passport อย่างเป็นทางการภายในเดือนมิถุนายนนี้ โดยหลังสัปดาห์หน้าจะเริ่มเปิดข้อมูลให้ประชาชนเห็นภาพชัดเจนมากขึ้น ทั้งคุณภาพของบริการ วิธีการใช้งาน และ ขั้นตอนการลงทะเบียน ซึ่งจะออกแบบให้ไม่ยุ่งยาก เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสิทธิ์ได้สะดวกที่สุด

นายไชยชนก  กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า โครงการดังกล่าวยังเดินหน้าตามเป้าหมายเดิม 5 ล้านสิทธิ์ และ ไม่มีความจำเป็นต้องชะลอโครงการ แม้จะมีข้อกังวลหรือการตรวจสอบจากหลายฝ่าย เนื่องจากกระทรวงดีอี มั่นใจว่าโครงการดำเนินการถูกต้องตามขั้นตอน และ เป็นโครงการที่มีประโยชน์ต่อการยกระดับศักยภาพประชาชนไทยในยุค AI ทั้งนี้ หากผลตอบรับดีและมีการใช้งานจริงในวงกว้าง โครงการนี้จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญสำหรับการขยายผลในระยะต่อไป

สำหรับหลักเกณฑ์แจกฟรี 5 ล้านสิทธิ์  ถือว่าเป็นเป้าหมายที่ใหญ่ เมื่อเทียบกับโครงการทดลองก่อนหน้านี้ที่เคยเปิดให้ใช้งาน Google Gemini เป็นเวลา 1 เดือน แม้จะเปิดแบบไม่จำกัดจำนวนผู้ใช้งาน แต่มีผู้สมัครเข้าร่วมเพียงประมาณ 2 แสนกว่าราย หรือไม่ถึง 3 แสนราย โดยในครั้งนั้นมีกลุ่มเป้าหมายอายุ 18 - 23 ปี เป็นหลัก ดังนั้น การตั้งเป้าหมายครั้งนี้จึงสะท้อนความพยายามของรัฐในการขยายการเข้าถึง AI ให้กว้างขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ.