thansettakij
thansettakij
'ดีอี' ยืนยัน ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ ไม่ส่งข้อมูล ‘แอปถุงเงิน’ ให้สรรพากรไล่บี้ภาษีย้อนหลัง

'ดีอี' ยืนยัน ‘ไทยช่วยไทยพลัส’ ไม่ส่งข้อมูล ‘แอปถุงเงิน’ ให้สรรพากรไล่บี้ภาษีย้อนหลัง

05 มิ.ย. 69 | 04:13 น.
อัปเดตล่าสุด :05 มิ.ย. 69 | 04:24 น.

กระทรวงดีอี จับมือสำนักเลขาฯ นายกฯ ยืนยัน ยอดขายแอปถุงเงินในโครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” ไม่ถูกส่งให้ กรมสรรพากร เช็กบิลย้อนหลังแน่นอน

KEY

POINTS

  • กระทรวงดีอียืนยันว่ารัฐบาลไม่มีนโยบายส่งข้อมูลยอดขายจากแอปพลิเคชันถุงเงินในโครงการไทยช่วยไทยพลัสให้กรมสรรพากรเพื่อเก็บภาษีย้อนหลัง
  • การยื่นภาษีจะพิจารณาจากรายได้รวมตลอดทั้งปีจากทุกช่องทาง ไม่ได้คิดเฉพาะยอดเงินจากโครงการฯ เท่านั้น
  • ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการส่วนใหญ่เป็นรายย่อย ซึ่งมักมีรายได้ไม่ถึงเกณฑ์ 1.8 ล้านบาทต่อปี จึงไม่เข้าเกณฑ์ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)

วันที่ 5 มิถุนายน 2569 นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ โฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี  ฝ่ายข้าราชการประจำ เปิดเผยว่า จากนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงทางสังคมของ นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ที่มุ่งยกระดับการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมและข้อมูลบิดเบือน ล่าสุด ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ได้มอนิเตอร์พบกระแสข่าวที่สร้างความกังวลใจให้กับผู้ประกอบการอย่างมาก

จากการตรวจสอบข้อมูล ณ วันที่ 3 มิถุนายน 2569 พบว่า มีข้อความที่เกี่ยวข้องกับข่าวปลอมและข่าวบิดเบือนบนโลกออนไลน์กว่า 130,460 ข้อความ โดยเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจเป็นอันดับต้นๆ คือ กระแสข่าวลือเรื่องการเก็บภาษีย้อนหลังจากการใช้แอปพลิเคชันของรัฐ

เคลียร์ชัด! ยอด "ถุงเงิน" ไม่วิ่งหา สรรพากร

กระทรวงดีอี ได้ประสานงานร่วมกับสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และขอชี้แจงให้พี่น้องประชาชนและร้านค้าสบายใจได้ว่า "เป็นข่าวจริง" ที่รัฐบาลไม่มีนโยบายส่งข้อมูลยอดขายในแอปถุงเงินจากโครงการไทยช่วยไทยพลัส ไปให้กรมสรรพากรเพื่อคิดภาษีย้อนหลังแบบเฉพาะเจาะจง

อย่างไรก็ตาม ทางกระทรวงฯ ขอสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับหน้าที่ทางภาษี ดังนี้:

  • เกณฑ์การยื่นภาษี: ร้านค้ามีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาประจำปี ก็ต่อเมื่อมี "รายได้รวมจากทุกช่องทางตลอดทั้งปี" ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำที่กรมสรรพากรกำหนด ไม่ใช่คิดเฉพาะยอดเงินจากโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/40 เท่านั้น
  • หมดห่วงเรื่อง VAT: ร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการส่วนใหญ่เป็นรายเล็กถึงรายย่อย (Micro SMEs) ซึ่งมักจะมีรายได้ตลอดทั้งปีไม่ถึง 1.8 ล้านบาท จึงไม่เข้าเกณฑ์ที่ต้องกังวลเรื่องภาระภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT)
  • คิดจากรายได้เฉลี่ยทั้งปี: เกณฑ์การประเมินภาษีจะดูที่ภาพรวมรายได้ทั้งปีเป็นหลัก ไม่ใช่พิจารณาจากช่วงที่เข้าร่วมโครงการแล้วมียอดขายพุ่งสูงขึ้นชั่วคราว ดังนั้น ขอให้อย่าหลงเชื่อข่าวเท็จที่มีการพูดกันปากต่อปาก

ข่าวปลอม ข่าวปลอม

 

เปิดโผ 7 ข่าวเด่นบนโซเชียล: ปลอมเพียบ-จริงแค่ 2

นอกจากนี้ ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมฯ ยังได้เปิดเผยผลการตรวจสอบข่าวสารที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 อันดับแรก ซึ่งพบว่าเป็นข่าวปลอมถึง 4 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 1 เรื่อง และข่าวจริงเพียง 2 เรื่อง เท่านั้น ประกอบด้วย:

อันดับที่ 1 ข่าวปลอม

  • เรื่อง ด่านชายแดนไทย - กัมพูชา เข้า/ออกง่าย พร้อมรถบริการทุกอย่าง

อันดับที่ 2 ข่าวปลอม

  • เรื่อง กองทัพภาคที่ 1 ปล่อยกัมพูชารุกล้ำเขตแดน เพื่อขุดทับทิมสยามขาย

อันดับที่ 3 ข่าวจริง

  • เรื่อง โครงการไทยช่วยไทยพลัส ไม่ส่งข้อมูลรายได้จากแอปถุงเงิน ให้กรมสรรพากรเก็บภาษีย้อนหลัง

อันดับที่ 4 ข่าวปลอม

  • เรื่อง วิตามินดีจากอาหารเสริม ไม่สามารถทดแทนวิตามินดีจากแสงแดดได้

อันดับที่ 5 ข่าวบิดเบือน

  • เอกสาร รฟท. งดเดินรถเชิงสังคม 30 ขบวนทั่วประเทศ เริ่มตั้งแต่ 1 มิ.ย.

อันดับที่ 6 ข่าวจริง

  • เรื่อง พบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่สะสมกว่า 1.7 แสนคน เสียชีวิตแล้ว 16 ราย

อันดับที่ 7 ข่าวปลอม

  • เรื่อง ตร.ไทยแต่งตัวเป็นแดนเซอร์ บุกจับเอเย่นต์ยา.