
ไทยรั้งอันดับ 89 โลก ใช้ AI แค่ 10.7% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลก
ไทยถูกจัดอันดับ 89 ของโลกด้านการใช้งาน AI มีผู้ใช้งานเพียง 10.7% ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 16.3% ขณะสิงคโปร์พุ่งสู่อันดับ 2 โลก สะท้อนความเหลื่อมล้ำดิจิทัลและโจทย์เร่งด่วนของเศรษฐกิจไทย
KEY
POINTS
- ประเทศไทยมีอัตราการใช้ AI เพียง 10.7% ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลก (16.3%) ส่งผลให้ถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 89 ของโลก
- เมื่อเทียบกับประเทศในอาเซียน อัตราการใช้ AI ของไทยยังตามหลังหลายประเทศ เช่น สิงคโปร์ (60.9%) เวียดนาม (23.5%) และมาเลเซีย (19.7%)
- อันดับที่ต่ำสะท้อนถึงปัญหาเชิงโครงสร้าง ทั้งความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล การขาดทักษะ AI ของประชาชน และการนำไปประยุกต์ใช้ในภาคเศรษฐกิจที่ยังจำกัด
ประเทศไทยกำลังเผชิญความท้าทายครั้งสำคัญในยุคเศรษฐกิจดิจิทัล หลังข้อมูลจากรายงาน “Global AI Adoption in 2025 : A Widening Digital Divide” ระบุว่า ไทยมีอัตราการใช้งาน AI เพียง 10.7% ของประชากรทั้งหมด ส่งผลให้ไทยถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 89 ของโลก ในช่วงครึ่งหลังปี 2025 ซึ่งถือเป็นอันดับที่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับหลายประเทศในภูมิภาคอาเซียน
ตัวเลขดังกล่าวยังต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของโลกที่อยู่ที่ 16.3% และสะท้อนว่า แม้ประเทศไทยจะเริ่มมีการพูดถึง AI เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่การใช้งานจริงในระดับประชาชนยังอยู่ในวงจำกัด
สิงคโปร์นำโด่ง เวียดนามแซงไทยชัดเจน
เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค พบว่าช่องว่างด้านเทคโนโลยีของไทยยิ่งชัดเจนมากขึ้น โดยสิงคโปร์มีอัตราการใช้งาน AI สูงถึง 60.9% หรือมากกว่าไทยเกือบ 6 เท่า พร้อมก้าวขึ้นสู่อันดับ 2 ของโลก
ขณะที่เวียดนามมีสัดส่วนผู้ใช้งาน AI อยู่ที่ 23.5% ครองอันดับ 38 ของโลก ส่วนมาเลเซียอยู่ที่ 19.7% ฟิลิปปินส์ 18.3% และอินโดนีเซีย 12.7% ซึ่งทั้งหมดมีอัตราการใช้งานสูงกว่าไทย
สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนว่า หลายประเทศในอาเซียนกำลังเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจ AI อย่างจริงจัง ทั้งในด้านการศึกษา การเงิน อุตสาหกรรม การค้าดิจิทัล และบริการภาครัฐ
ไทยติดกลุ่มท้าย สะท้อนปัญหาเชิงโครงสร้าง
รายงานยังระบุว่า ไทยถูกจัดอันดับร่วมกับประเทศที่ยังมีข้อจำกัดด้านเศรษฐกิจและเทคโนโลยีอย่างนิการากัวและอิหร่าน สะท้อนว่าประเทศไทยยังเผชิญข้อจำกัดหลายด้าน ทั้งการเข้าถึงเทคโนโลยีดิจิทัล ทักษะด้าน AI ของประชาชน รวมถึงการนำ AI ไปประยุกต์ใช้งานในภาคเศรษฐกิจจริง
อีกหนึ่งประเด็นสำคัญคือ “Digital Divide” หรือความเหลื่อมล้ำทางดิจิทัล เนื่องจากประชากรไทยเกือบ 90% ยังไม่ได้ใช้งาน AI หรือเข้าไม่ถึงเทคโนโลยีดังกล่าว
โจทย์ใหญ่เศรษฐกิจไทยในยุค AI Economy
สถานการณ์นี้อาจส่งผลต่อขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในระยะยาว โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุค AI Economy ซึ่ง AI กำลังกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของระบบเศรษฐกิจโลก
ที่ผ่านมา ไทยเริ่มเห็นการลงทุนด้าน Data Center, Cloud และโครงสร้างพื้นฐาน AI เพิ่มขึ้น ทั้งจากภาครัฐและเอกชน รวมถึงการเข้ามาของบริษัทเทคโนโลยีระดับโลกที่ต้องการใช้ไทยเป็นฐานลงทุนดิจิทัลในภูมิภาค
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขการใช้งานจริงของประชาชนยังสะท้อนว่า การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากไทยไม่สามารถเร่งสร้างทักษะ AI ให้ประชาชนเข้าถึงและใช้งานได้จริง
ท่ามกลางการแข่งขันด้าน AI ที่กำลังรุนแรงขึ้นทั่วโลก อันดับ 89 ของไทยจึงไม่ใช่เพียงตัวเลขเชิงสถิติ แต่สะท้อนถึงโจทย์ใหญ่ของประเทศในการเร่งยกระดับศักยภาพเศรษฐกิจดิจิทัล เพื่อไม่ให้ไทยตกขบวนการแข่งขันโลกในอนาคต







