

KEY
POINTS
โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยกระดับความร่วมมือเชิงกลยุทธ์กับ ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป ดึงพลังเทคโนโลยีโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ Digital Intelligence Fabric ที่ถักทอเชื่อมโยงทุกเทคโนโลยีเป็นเนื้อเดียวกัน
ตั้งแต่ระดับโครงสร้างพื้นฐานไปจนถึงระดับซอฟต์แวร์และแอปพลิเคชัน บูรณาการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์เชิงกายภาพ หรือ Physical AI, คลาวด์ และ Robotics เข้าด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ ผสานองค์ความรู้และความเชี่ยวชาญทางการแพทย์ ปูทางสู่ยุค "Smart Healthcare 5.0" อย่างเต็มภาคภูมิ พร้อมเป็นต้นแบบมาตรฐานทางการแพทย์แห่งอนาคตในระดับภูมิภาค
ความร่วมมือครั้งนี้นับเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญของนวัตกรรมหุ่นยนต์อัจฉริยะ ที่ถูกออกแบบให้ตอบโจทย์บริการทางการแพทย์ครบทุกมิติ ทั้งยกระดับคุณภาพบริการผู้ป่วย ช่วยแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์เพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำในการทำงาน ลดความเสี่ยงจากการปฏิบัติงาน และเสริมความแข็งแกร่งของโรงพยาบาลในการทรานฟอร์มสู่ Digital Hospital
ขณะเดียวกัน ยังนำประสบการณ์จากการพัฒนาหุ่นยนต์ต้นแบบไปขยายการให้บริการสู่กลุ่มผู้ป่วยในห้องกักโรค (Isolation ward) ผ่านการพัฒนานวัตกรรม “CORGI” หุ่นยนต์ทางการแพทย์ที่ช่วยรักษาพยาบาลและทำกายภาพบำบัด สำหรับผู้ป่วยที่ถูกกักตัว เช่น ผู้ป่วยวัณโรคระยะแพร่โรค โดยผสาน Robotics เข้ากับ AI Model เพื่อช่วยวิเคราะห์ท่าทางและเสริมประสิทธิภาพการทำกายภาพบำบัด
ซึ่งนวัตกรรมหุ่นยนต์ช่วยดูแลบริการผู้ป่วยเหล่านี้ นอกจากจะเพิ่มความพึงพอใจและยกระดับคุณภาพการดูแลผู้ป่วยแล้ว ยังช่วยแบ่งเบาภาระและลดความเสี่ยงในการปฏิบัติงานในพื้นที่รักษาพยาบาลของแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ได้เป็นอย่างดี เชื่อมั่นว่า ความสำเร็จนี้จะเป็นต้นแบบและเป็นการเริ่มต้นก้าวใหม่ในการต่อยอดขยายความร่วมมือ ไม่เพียงเพื่อการให้บริการภายในโรงพยาบาลเท่านั้น แต่จะเชื่อมต่อการดูแลในโรงพยาบาลไปสู่สถานที่ต่างๆ เช่น โรงพยาบาลอื่น หรือบ้านและชุมชนได้ในอนาคต”
บนรากฐานดังกล่าว ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป ได้นำ เทคโนโลยี Physical AI ซึ่งเป็นการบูรณาการศักยภาพของคลาวด์ AI และ Robotics เข้าด้วยกัน เพื่อยกระดับหุ่นยนต์ให้มีความอัจฉริยะ สามารถรับรู้ วิเคราะห์ และตอบสนองต่อสภาพแวดล้อมได้อย่างแม่นยำ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดความเสี่ยง และเสริมความปลอดภัยให้กับแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์
โดย ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป มีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้ร่วมพัฒนานวัตกรรมหุ่นยนต์ช่วยบริการผู้ป่วย ตั้งแต่การริเริ่มสร้างหุ่นยนต์ต้นแบบไปจนถึงการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยผสานองค์ความรู้ทางการแพทย์เข้ากับเทคโนโลยีดิจิทัลขั้นสูง เพื่อให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมต่อกลุ่มผู้ป่วยที่ได้รับบริการอย่างใกล้ชิด เป็นมิตร และสร้างความพึงพอใจ ตลอดจนเป็นแรงสนับสนุนสำคัญในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ Digital Hospital และผลักดัน Digital Healthcare ให้เกิดขึ้นจริงในระบบสาธารณสุขไทย”
จาก Physical AI ยุคเริ่มต้น สู่ “หุ่นยนต์ช่วยบริการรักษามะเร็งต่อมไทรอยด์ด้วยสารรังสีไอโอดีน” ที่อัพเกรดด้วยเทคโนโลยี AI ล่าสุด กว่า 2 ปี หลังจากการเปิดตัว “HAPPY” หุ่นยนต์อัจฉริยะช่วยบริการรักษามะเร็งต่อมไทรอยด์ด้วยสารรังสีไอโอดีน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของไทยในการนำหุ่นยนต์มาใช้ในงานด้านเวชศาสตร์นิวเคลียร์ ล่าสุด ทรู ดิจิทัล กรุ๊ป อัพสเกลเปิดตัวหุ่นยนต์น้องใหม่ที่มีชื่อว่า “MELODY” และ “LUCKY” นำเทคโนโลยี AI มาต่อยอดเพื่อความอัจฉริยะในการประมวลผล เรียนรู้ได้เร็วขึ้น และมีความแม่นยํามากขึ้น ด้วยฟังก์ชันใหม่ที่เพิ่มความปลอดภัยให้แก่บุคลากรทางการแพทย์ได้มากขึ้น ประกอบด้วย การวัดปริมาณการแผ่รังสีจากผู้ป่วยก่อนออกจากโรงพยาบาล ซึ่งประมวลผลด้วย Image Process การประมวลผลการเดินของหุ่นยนต์แบบอัจฉริยะ และการสั่งการหุ่นยนต์หลายตัวให้ทำงานร่วมกันได้แบบไร้รอยต่อ และการทำงานร่วมกันกับพื้นที่ห้องผู้ป่วยและประตู 2 ชั้นได้แบบอัตโนมัติ
พลัง Physical AI กำเนิดนวัตกรรม “หุ่นยนต์ทางการแพทย์ ช่วยรักษาพยาบาลและทำกายภาพบำบัด”
ทรู ดิจิทัล นำประสบการณ์ และพลัง Physical AI จากความร่วมมือกับภาควิชาเวชศาสตร์ฟื้นฟู คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และ รพ.จุฬาลงกรณ์ฯ ขยายบริการเข้าถึงกลุ่มผู้ป่วยวัณโรค พัฒนานวัตกรรม “หุ่นยนต์ผู้ช่วยรักษาพยาบาลและทำกายภาพบำบัด” ที่มีชื่อว่า “CORGI” ที่จะเป็นเสมือนหนึ่งในทีมบุคลากรการแพทย์ช่วยดูแลและให้บริการผู้ป่วยติดเชื้อที่อยู่ในระยะให้ยาและรักษาในห้องแยกโรค เพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ
“CORGI” มีฟังก์ชันที่โดดเด่น ได้แก่ ส่ง ยา เวชภัณฑ์ และอาหารให้แก่ผู้ป่วยในพื้นที่ให้บริการหรือห้องพักผู้ป่วย การแพทย์ระยะไกลผ่านระบบวิดีโอคอล อำนวยความสะดวกในการสื่อสารระหว่างแพทย์ พยาบาล และผู้ป่วย เพื่อให้คำปรึกษาและแนะนำการดูแลสุขภาพอย่างใกล้ชิดตลอดระยะเวลาที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล การวิเคราะห์พฤติกรรมการเคลื่อนไหวของผู้ป่วยและให้คำแนะนำแบบเรียลไทม์ เพิ่มประสิทธิภาพการฝึกสมรรถภาพร่างกายได้อย่างแม่นยำ ตลอดจนช่วยให้ความรู้การกายภาพ ประมวลผลท่าทางและความถูกต้องในการกายภาพด้วย AI พร้อมแสดงผลให้กับแพทย์และนักกายภาพ ผ่านอุปกรณ์แท็บเล็ตเพื่อประเมินแผนการรักษาต่อไป โดยสามารถเชื่อมโยงส่งข้อมูลภาพและผลตรวจแบบเรียลไทม์ พร้อมระบบจัดเก็บข้อมูลบนระบบคลาวด์
นอกจากนี้ ยังสามารถทำงานร่วมกันกับพื้นที่ห้องผู้ป่วยที่ควบคุมระบบความดันแบบพิเศษภายในห้องและประตู 2 ชั้นได้แบบอัตโนมัติ พร้อมรองรับการต่อยอดพัฒนาฟังก์ชันอื่นๆ ในอนาคต อาทิ สามารถปรับรูปแบบการฝึกตามแผนการฟื้นฟูของผู้ป่วยรายบุคคล ไม่ว่าจะเป็น ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง ผู้สูงอายุ หรือผู้ป่วยที่มีปัญหาการเคลื่อนไหวหลังการผ่าตัด ด้วยการต่อยอด AI นำไปใช้ที่บ้านภายหลังการรักษา