

KEY
POINTS
นายรัฐพงษ์ อำพันวงษ์ ผู้ช่วยประธานคณะผู้บริหาร โรงพยาบาลกรุงเทพ กลุ่ม 1 และผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า โรคข้อเข่าเสื่อมยังคงเป็นหนึ่งในปัญหาสำคัญที่กระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุและคนไทยกว่า 6 ล่านคน ดังนั้น โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล ในฐานะ “โรงพยาบาลเพื่อกระดูกและสมอง” จึงได้พัฒนาการผ่าตัดที่ครบครันและทันสมัย โดยใช้หุ่นยนต์ร่วมการผ่าตัดกับทีมแพทย์มานานกว่า 20 ปี จนถึงปัจจุบัน
ตั้งแต่ปอด ช่องท้อง นารีเวช จนถึงข้อเข่า โดยใช้หุ่นยนต์ดาวินชีที่ผ่านตัดได้หลายอวัยวะ และล่าสุดมีนวัตกรรมหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม (VELYS™ Robot-Assisted Solutions) ซึ่งได้นำมาใช้เป็นแห่งแรกในประเทศไทย และนับตั้งแต่เปิดตัวใช้งานมาประมาณ 1 ปี ผ่าตัดไปมากกว่า 180 เคส แบ่งเป็นผู้ป่วยคนไทย 60% และต่างชาติ 40% (สถิติตั้งแต่ ตุลาคม 2024 – กันยายน 2025)
โดยผู้ป่วยมากกว่า 70-80% ตัดสินใจรับการรักษาด้วยการใช้หุ่นยนต์ผ่าตัดเพิ่มมากขึ้น อีก 30% ยังมีความกังวลในส่วนต่างๆ อยู่เล็กน้อย โดยเฉพาะเรื่องค่าใช้จ่ายที่มีราคาต่างกันประมาณ 30,000-40,000 บาท ถือว่าสอดคล้องกับเทรนด์การรักษาในวงการแพทย์สากลที่เริ่มใช้หุ่นยนต์มากขึ้น เช่น ในสหรัฐอเมริกา
“โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล มีเป้าหมายเพื่อเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกและสมอง พร้อมรับมือสังคมผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคกระดูกที่มีแนวโน้มอายุน้อยลง ด้วยการนำนวัตกรรมหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม มาผสานกับประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของทีมแพทย์ เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วย สร้างมาตรฐานในการรักษาโรคข้อเข่าเสื่อมในประเทศไทย”
นายรัฐพงษ์ กล่าวว่า ในไตรมาส 4/2568 โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล จะยังคงใช้กลยุทธ์ต่อเนื่องจากเดิมที่ได้ดำเนินการมา ซึ่งประสบความสำเร็จด้วยดี โดยมีอัตราการเติบโตของจำนวนการผ่าตัดข้อเข่าจากปี 2567-2568 สูงขึ้นถึง 40% และในปี 2569 จะมุ่งเน้นตลาดทั้งคนไทยและต่างชาติในกลุ่มประเทศ GCC (อาหรับ), เมียนมา และบังคลาเทศ ให้มีจำนวนผู้ใช้บริการเพิ่มมากขึ้น
“เรามีกลุ่มลูกค้าหลักเป็นคนไทย คิดเป็น 70% ของคนไข้ทั้งหมด และจะพยายามควบคุมค่าใช้จ่ายไม่ให้สูงขึ้น เพื่อให้คนไทยสามารถเข้าถึงได้ นอกจากนี้ ยังมองหาเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่พิสูจน์แล้วว่าปลอดภัยและให้ผลลัพธ์ที่ดี มาใช้เพื่อประโยชน์สูงสุดในการรักษาคนไข้ต่อไป”
ด้าน นพ.พนธกร พานิชกุล ศัลยแพทย์เฉพาะทางด้านข้อเข่าและข้อสะโพก โรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า จากสถิติมักพบผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมในช่วงอายุประมาณ 60 ปี เป็นต้นไป แต่ในปัจจุบันพบได้เพิ่มขึ้นในช่วงอายุ 50 ปี เป็นต้นไปและเทรนด์การใช้หุ่นยนต์ช่วยผ่านตัดมีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหุ่นยนต์รุ่นล่าสุดที่มีความแม่นยำสูง สามารถลดขั้นตอนการผ่าตัดได้หลายส่วน เช่น ไม่จำเป็นต้องใช้ซีทีสแกน (CT Scan) หรือการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์
“ปัจจุบันหุ่นยนต์ช่วยผ่าตัดรุ่นล่าสุดมี 8 เครื่องในประเทศไทย อยู่ในเครือ รพ.กรุงเทพ และรพ.เอกชนอื่นๆ รวมถึงโรงเรียนแพทย์ด้วย ซึ่งแพทย์จะเป็นผู้ผ่าตัดและมีหุ่นยนต์ช่วยควบคุมความแม่นยำ ซึ่งให้ผลตอบรับดีจากคนไข้กว่า 90% สถิติหลังการรักษาของโรงพยาบาลกรุงเทพอินเตอร์เนชั่นแนล ยังพบอัตราการติดเชื้อหลังการผ่าตัดรวมทั้งการผ่าตัดซ้ำน้อยมาก”
อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดสำคัญที่ส่งผลต่อการรักษามี 3 ส่วน คือ 1. การเลือกข้อเทียมที่ดีมีคุณภาพ 2. ศัลยแพทย์ กับการใช้หุ่นยนต์จะเข้ามาช่วยลดความคลาดเคลื่อนในการผ่าตัด ทำให้ผลการผ่าตัดแม่นยำขึ้น และ 3. ตัวคนไข้เอง ต้องมีแรงจูงใจและมีทัศนคติที่ดีในการทำกายภาพบำบัด หากคนไข้ไม่ทำกายภาพ ผลลัพธ์ก็อาจจะออกมาไม่ดีเท่าที่ควร