KEY
POINTS
ราจีฟ ราจพุต (Rajeev Rajput) นักวิเคราะห์อาวุโสของการ์ทเนอร์ กล่าวว่า "เซมิคอนดักเตอร์ AI ซึ่งรวมถึงหน่วยประมวลผล, หน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง (HBM) และส่วนประกอบด้านเครือข่าย ยังเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตสำคัญของตลาดเซมิคอนดักเตอร์ โดยในปี 2568 คิดเป็นเกือบหนึ่งในสามของยอดขายรวม และมีแนวโน้มครองตลาดนี้เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
สอดคล้องกับการคาดการณ์ว่าในปี 2569 ยอดใช้จ่ายโครงสร้างพื้นฐาน AI จะมีมูลค่าเกินกว่า 1.3 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (42.25 ล้านล้านบาท)
NVIDIA เติบโตแข็งแกร่ง ส่วน Intel ยังสูญเสียส่วนแบ่งการตลาด
ในบรรดาผู้จำหน่ายเซมิคอนดักเตอร์ 10 อันดับแรก พบว่ามี 5 ราย ที่มีอันดับเปลี่ยนแปลงจากปี 2567 ดังนี้
ผู้จำหน่ายเซมิคอนดักเตอร์ที่ทำรายได้สูงสุด 10 อันดับแรก ประกอบด้วย
อันดับ 1 NVIDIA ยังคงครองแชมป์อย่างเหนียวแน่นด้วยรายได้ 125,703 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (4.08 ล้านล้านบาท) เติบโตพุ่งสูงถึง 63.9% และมีส่วนแบ่งการตลาด 15.8%
อันดับ 2 Samsung Electronics มีรายได้ 72,544 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (2.35 ล้านล้านบาท) เติบโต 10.4% ครองส่วนแบ่งการตลาด 9.1%
อันดับ 3 SK Hynix ขยับขึ้นจากอันดับ 4 ในปีก่อนหน้า ด้วยรายได้ 60,640 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.97 ล้านล้านบาท) เติบโตโดดเด่นที่ 37.2% มีส่วนแบ่งการตลาด 7.6%
อันดับ 4 Intel ตกลงมาจากอันดับ 3 โดยมีรายได้ 47,883 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.55 ล้านล้านบาท) ซึ่งลดลง 3.9% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา มีส่วนแบ่งการตลาด 6.0%
อันดับ 5 Micron Technology ก้าวกระโดดขึ้นมาจากอันดับ 7 ด้วยรายได้ 41,487 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.34 ล้านล้านบาท) เติบโตสูงถึง 50.2% มีส่วนแบ่งการตลาด 5.2%
อันดับ 6 Qualcomm มีรายได้ 37,046 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.20 ล้านล้านบาท) เติบโต 12.3% มีส่วนแบ่งการตลาด 4.7%
อันดับ 7 Broadcom มีรายได้ 34,279 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.11 ล้านล้านบาท) เติบโต 23.3% มีส่วนแบ่งการตลาด 4.3%
อันดับ 8 AMD มีรายได้ 32,484 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1.05 ล้านล้านบาท) เติบโต 34.6% มีส่วนแบ่งการตลาด 4.1%
อันดับ 9 Apple มีรายได้ 24,596 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (7.99 แสนล้านบาท) เติบโต 19.9% มีส่วนแบ่งการตลาด 3.1%
อันดับ 10 MediaTek มีรายได้ 18,472 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (6 แสนล้านบาท) เติบโต 15.9% มีส่วนแบ่งการตลาด 2.3%
ขณะที่ผู้ผลิตรายอื่นๆ นอกเหนือจาก 10 อันดับแรก มีรายได้รวมกัน 298,315 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (9.69 ล้านล้านบาท) เติบโต 10.3% คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาด 37.6% ของทั้งโลก
การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน AI ผลักดันให้เกิดความต้องการโปรเซสเซอร์ AI, HBM และชิปเครือข่ายระดับสูง โดยในปี 2568 ชิป HBM คิดเป็น 23% ของตลาดชิป DRAM โดยมียอดขายทะลุ 30 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (9.75 แสนล้านบาท) ขณะที่โปรเซสเซอร์ AI มียอดขายทะลุ 200 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ (6.5 ล้านล้านบาท) และภายในปี 2572 คาดการณ์ว่าชิป AI จะครองส่วนแบ่งยอดขายในตลาดเซมิคอนดักเตอร์เกินกว่า 50%