thansettakij
thansettakij
HPซื้อธุรกิจพรินเตอร์ซัมซุง แม้ที่ผ่านมาตลาดไม่เติบโต

HPซื้อธุรกิจพรินเตอร์ซัมซุง แม้ที่ผ่านมาตลาดไม่เติบโต

16 ก.ย. 59 | 13:30 น.
เอชพี อิงค์ ตกลงซื้อธุรกิจพรินเตอร์จากซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ เป็นมูลค่า 1.05 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หวังเพิ่มส่วนแบ่งตลาดและรายได้ แม้ตลาดพรินเตอร์ทั่วโลกจะไม่มีการเติบโต

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เอชพีและซัมซุงกล่าวยืนยันว่า เอชพีได้ตกลงซื้อกิจการธุรกิจพรินเตอร์จากซัมซุงด้วยมูลค่า 1.05 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยคาดว่าข้อตกลงซื้อขายกิจการดังกล่าวจะผ่านกระบวนการอนุมัติจากทางการและเสร็จสิ้นสมบูรณ์ภายในระยะเวลา 12 เดือน ทั้งนี้ ภายใต้ข้อตกลงในครั้งนี้ ซัมซุงจะลงทุนในหุ้นของเอชพีผ่านการซื้อหุ้นในตลาดเปิดเป็นมูลค่า 100-300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อกระบวนการซื้อขายกิจการเสร็จสิ้นลง

เอชพี อิงค์ ซึ่งเกิดขึ้นจากการแยกตัวของบริษัท ฮิวเล็ตต์-แพคการ์ด เมื่อปีก่อน ทำธุรกิจจำหน่ายคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ดี กำไรส่วนใหญ่ของเอชพีมาจากการซัพพลายหมึกพิมพ์สำหรับพรินเตอร์ โดยเอชพีเป็นผู้นำในตลาดพรินเตอร์สำหรับคอมพิวเตอร์เดสก์ท็อป

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจดังกล่าวไม่มีการเติบโตในช่วงที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งเนื่องมาจากผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล พรินต์เอกสารลงบนกระดาษเป็นจำนวนน้อยลง เมื่อเดือนก่อนเอชพีรายงานยอดขายจากหมึกพิมพ์ลดลง 18% ในช่วงไตรมาสล่าสุด ขณะที่เครื่องพรินเตอร์มียอดขายลดลง 10%

ดีออน ไวส์เลอร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของเอชพี ได้ให้คำมั่นที่จะกระตุ้นรายได้ของบริษัทด้วยการรุกเข้าสู่ตลาดอุปกรณ์ลูกผสมระหว่างพรินเตอร์-เครื่องถ่ายเอกสารขนาดใหญ่ หรือที่เรียกกันว่า เอ3 ซึ่งปัจจุบันมีผู้เล่นหลักๆ อาทิ ซีร็อกซ์ แคนอน ริโก้ และโคนิก้ามินอลต้า ขณะที่ซัมซุงเองมีธุรกิจในส่วนนี้อยู่แล้ว โดยเอชพีจะได้มาในการซื้อกิจการครั้งนี้ด้วย

นอกจากนี้ เอชพียังจะได้เทคโนโลยีการผลิตชิ้นส่วนสำคัญภายในเครื่องเลเซอร์พรินเตอร์ที่เรียกว่าพรินติ้งเอนจิน (printing engine) ซึ่งซัมซุงพัฒนาขึ้นมาใช้กับพรินเตอร์ของตนเอง ขณะที่เอชพีใช้ซัพพลายเออร์ภายนอกในการผลิตชิ้นส่วนดังกล่าวมาโดยตลอด

เอ็นริเก้ โลเรส ประธานธุรกิจอิมเมจจิ้งและพรินติ้งของเอชพี กล่าวว่า การได้เทคโนโลยีพรินติ้งเอนจินมาจะช่วยเพิ่มอัตรากำไรให้กับบริษัท ทั้งยังสามารถช่วยให้เอชพีวิวัฒนาการเลเซอร์พรินเตอร์ของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ข้อตกลงซื้อขายกิจการในครั้งนี้ครอบคลุมสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจพรินเตอร์ของซัมซุงประมาณ 6,500 รายการ และพนักงานประมาณ 6,000 คนจากซัมซุงจะมาทำงานกับเอชพี

ลี เซ-ชอล นักวิเคราะห์จากเอ็นเอช อินเวสต์เมนต์ แอนด์ ซีเคียวริตีส์ กล่าวว่า ซัมซุงพยายามปรับลดจำนวนธุรกิจและหันมาให้ความสำคัญกับธุรกิจที่บริษัททำผลงานได้ดี ภายใต้การบริหารงานของนายลี แจ-ยง รองประธานและทายาทของกลุ่มบริษัทซัมซุง

ข้อมูลจากบริษัทวิจัยไอดีซี ระบุว่า ซัมซุงมีส่วนแบ่งในตลาดพรินเตอร์และเครื่องถ่ายเอกสารทั่วโลกเป็นอันดับ 5 ด้วยส่วนแบ่งยอดขาย 4% ตามหลังผู้นำคือ เอชพี แคนอน ไซโก้เอ็ปสัน และบราเธอร์ อินดันทรีส์ โดยยอดขายในไตรมาส 2 ของปีนี้ลดลง 8.9% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน

ซัมซุงไม่ได้แจกแจงตัวเลขยอดขายของธุรกิจพรินเตอร์ ซึ่งรวมอยู่กับโทรทัศน์และเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านภายใต้หน่วยธุรกิจคอนซูเมอร์อิเล็กทรอนิกส์ โดยปีที่ผ่านมาธุรกิจดังกล่าวทำกำไรให้บริษัทได้ในสัดส่วนเพียง 4.7% เทียบกับธุรกิจหลักๆ อย่างสมาร์ทโฟนที่ทำกำไรในสัดส่วน 38.4% และธุรกิจชิปที่ทำกำไรเป็นสัดส่วน 48.4%

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 36 ฉบับที่ 3,192 วันที่ 15 - 17 กันยายน พ.ศ. 2559