
ศาลปกครองสูงสุดชี้ชะตา “หมอสรณ” ยื่นอุทธรณ์สู้มติสรรหาฯ ปลดพ้น “ประธาน กสทช.”
ศาลปกครองกลางนัดฟังคำสั่งศาลปกครองสูงสุด 2 ก.ย. นี้ คดี “หมอสรณ” ยื่นอุทธรณ์ขอเพิกถอนมติคณะกรรมการสรรหาฯ ฟันพ้นตำแหน่งประธาน กสทช. จับตาจุดเปลี่ยนสำคัญ
KEY
POINTS
- ศาลปกครองสูงสุดนัดฟังคำสั่งในวันที่ 2 กันยายน 2569 เพื่อชี้ชะตาคดีที่ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ อุทธรณ์มติปลดจากตำแหน่งประธาน กสทช.
- คดีนี้สืบเนื่องจากคณะกรรมการสรรหาฯ มีมติว่า นพ.สรณ ขาดคุณสมบัติ ซึ่งต่อมาศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งไม่รับคำฟ้องของ นพ.สรณ ที่ขอให้เพิกถอนมติดังกล่าว
- ผลคำสั่งของศาลปกครองสูงสุดจะชี้ขาดอนาคตตำแหน่งของ นพ.สรณ และส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพและทิศทางการบริหารงานของ กสทช.
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลปกครองกลาง ได้กำหนดนัดฟังคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ในวันที่ 2 กันยายน 2569 เวลา 10.30 น. ณ ห้องพิจารณาคดีที่ 7 ศาลปกครองกลาง ถนนแจ้งวัฒนะ
คำสั่งดังกล่าวเป็นผลมาจากกรณีที่ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (ประธาน กสทช.) ได้ยื่นอุทธรณ์คำสั่งศาลปกครองกลาง หลังจากเมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2569 ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา ในคดีที่ยื่นขอให้ศาลมีคำสั่งเพิกถอนมติของคณะกรรมการสรรหาฯ ที่ชี้ขาดให้พ้นจากตำแหน่งประธาน กสทช.
เปิดชนวนรอยร้าว-ข้อกฎหมาย กสทช.
ชนวนเหตุสำคัญเกิดขึ้นหลังจากคณะกรรมการสรรหาฯ ได้พิจารณาและมีมติชี้ว่า นพ.สรณ มีลักษณะต้องห้ามหรือขาดคุณสมบัติในการดำรงตำแหน่งประธาน กสทช. ส่งผลให้ นพ.สรณ นำเรื่องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมทางปกครองเพื่อยื่นฟ้องขอเพิกถอนมติดังกล่าว
อย่างไรก็ดี ศาลปกครองกลางชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณาและจำหน่ายคดีออกจากสารบบ ทำให้ นพ.สรณ ตัดสินใจยื่นอุทธรณ์ต่อศาลปกครองสูงสุดในเวลาต่อมา
การนัดฟังคำสั่งศาลปกครองสูงสุดในวันที่ 2 กันยายนนี้ จึงถือเป็น “จุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ” ที่ทุกภาคส่วนในอุตสาหกรรมสื่อและโทรคมนาคมต่างจับตาดูอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นคดีความขัดแย้งเชิงโครงสร้างและข้อกฎหมายภายในองค์กรกำกับดูแลระดับชาติ
ผลของคำสั่งศาลปกครองสูงสุดในวันดังกล่าว ไม่เพียงแต่จะเป็นการชี้ชะตาตำแหน่งของ นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ เท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อเสถียรภาพ ทิศทางการบริหารงาน ตลอดจนการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญๆ ภายในสำนักงาน กสทช. ต่อไปในอนาคตอีกด้วย.







