thansettakij
thansettakij
กสทช. สั่งเลื่อนทดลอง "โครงสร้างใหม่" อีกรอบ สะท้อนความไม่พร้อมภายในองค์กร

กสทช. สั่งเลื่อนทดลอง "โครงสร้างใหม่" อีกรอบ สะท้อนความไม่พร้อมภายในองค์กร

"ไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล" ลงนามสั่งเลื่อนทดลอง "โครงสร้างใหม่" อีกรอบ สะท้อนรอยแผลระบบธุรการ-ความไม่พร้อมภายในองค์กร

KEY

POINTS

  • กสทช. มีคำสั่งเลื่อนการทดลองใช้โครงสร้างองค์กรใหม่ออกไปอย่างไม่มีกำหนด ซึ่งนับเป็นการเลื่อนครั้งที่สอง
  • เหตุผลหลักที่ประกาศคือระบบงานธุรการและสารบรรณยังไม่มีความพร้อมที่จะรองรับการเปลี่ยนแปลง
  • การเลื่อนกะทันหันสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาความไม่พร้อมและความท้าทายในการปฏิรูปองค์กรจากภายใน
  • การปรับโครงสร้างดังกล่าวยังถูกคัดค้านจากกรรมการ กสทช. บางส่วน โดยชี้ว่าการดำเนินการโดยไม่ผ่านมติบอร์ดอาจขัดต่อกฎหมาย

จากกรณีที่ นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล รักษาการเลขาธิการ กสทช. และ รองเลขาธิการ กสทช. ได้ลงนามคำสั่ง (ร่าง) ทดลองโครงสร้างใหม่ จากเดิมจะเริ่มใช้วันที่ 1 สิงหาคม 69  ได้แบ่งโครงสร้างการทำงานออกเป็น 1 ภารกิจขึ้นตรงต่อเลขาธิการ กสทช. และอีก 8 ภารกิจเฉพาะด้านรวมเป็น 9 สายงาน ต่อมาเลื่อนออกมาเป็นวันที่ 1 ก.ย. – 31 ธ.ค. 69  นั้น

ล่าสุด นายไตรรัตน์ ได้ลงคำสั่งเมื่อวันที่ 29 ส.ค.69  "เลื่อนการทดลองใช้ (ร่าง) โครงสร้างสำนักงาน กสทช. ใหม่" ออกไปอย่างไม่มีกำหนด 

เหตุผลหลักที่ระบุในประกาศ คือ "ระบบธุรการยังไม่พร้อมสนับสนุน" ซึ่งการเบรกกลางคันครั้งนี้เกิดขึ้นเพียง 3 วันก่อนถึงกำหนดเริ่มทดลอง สะท้อนถึงความท้าทายอย่างยิ่งในการปฏิรูปองค์กรกำกับดูแลสายเทคโนโลยีและสื่อของประเทศ

 

ก่อนหน้านี้ นายไตรรัตน์ วิริยะศิริกุล ได้ให้สัมภาษณ์กับ “ฐานเศรษฐกิจ” ถึงเหตุผลที่ต้องเลื่อนใช้โครงสร้าง เนื่องจากต้องเตรียมความพร้อมด้านระบบสารบรรณกลางและการลงรับหนังสือของแต่ละสำนักเดิม ให้เชื่อมโยงกับระบบจัดส่งเอกสารและเลขรับ-ส่งของส่วนงานใหม่ได้อย่างแม่นยำ เพื่อป้องกันความผิดพลาดในเชิงเอกสารทางราชการ

"การปรับปรุงกระบวนการทำงานดังกล่าว เป็นอำนาจการบริหารจัดการงานภายในของผู้บริหารสูงสุดของสำนักงาน ไม่ได้เป็นการเปลี่ยนโครงสร้างหลักของ กสทช. จึงไม่จำเป็นต้องนำเข้าพิจารณาในที่ประชุมบอร์ดแต่ประการใด" นายไตรรัตน์ กล่าว

บันทึกข้อความถึง สำนักงาน กสทช.

 

กสทช. สั่งเลื่อนทดลอง "โครงสร้างใหม่" อีกรอบ

ลำดับเหตุการณ์ทดลองใช้โครงสร้าง กสทช.

9 กรกฎาคม 2569

  •  กสทช. ออกประกาศฉบับแรก ตั้งเป้าทดลองใช้ (ร่าง) โครงสร้างใหม่ 9 สายงาน ระหว่าง 1 สิงหาคม – 31 ธันวาคม 2569

31 กรกฎาคม 2569

  •  ออกประกาศขยับวันเริ่มทดลองครั้งแรก จากวันที่ 1 สิงหาคม ขยับไปเป็น 1 กันยายน 2569

29 สิงหาคม 2569 (ประกาศล่าสุด)

  • เลขาธิการ กสทช. ลงนามใช้อำนาจตามข้อ 9 (2) ของระเบียบ กสทช. ว่าด้วยการบริหารงานบุคคล พ.ศ. 2555 สั่ง "เลื่อนออกไปก่อนอย่างไม่มีกำหนด" พร้อมแช่แข็งคำสั่งและหลักเกณฑ์เกี่ยวเนื่องทั้งหมด

ทำไมโครงสร้างใหม่จึงสำคัญ และทำไมจึง "สะดุด"?

เป้าหมายของโครงสร้างใหม่ (ที่ต้องถูกยืดออกไป) โครงสร้างใหม่ของ กสทช. ถูกวางแบบพิมพ์เขียวไว้ให้รื้อระบบเดิมจากแบบส่วนงาน มาเป็น 9 ภารกิจหลัก (47 กองงาน) เพื่อตอบโจทย์ยุค Technology Convergence เช่น 

  • จัดตั้งกองป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี  เร่งปราบปรามสแกมเมอร์ และภัยไซเบอร์

  • จัดตั้งกองนวัตกรรม เพื่อกำกับดูแลเทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง AI และโดรน

  • ปรับเป็นองค์กรดิจิทัล  ลดขั้นตอนความเทอะทะของระบบราชการเดิม

ปัญหา "ระบบธุรการไม่พร้อม" สะท้อนอะไร?

การระบุเหตุผลว่าระบบธุรการยังไม่พร้อมสนับสนุนการเปลี่ยนผ่าน สะท้อนถึงปัญหาใน 3 มิติสำคัญ

  • ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ การจัดสรรรหัสหนังสือ การส่งต่อเอกสารสิทธิ์การอนุมัติ (Workflow) ตามโครงสร้าง 9 สายงานใหม่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ หากดึงดันใช้อาจทำให้งานสารบรรณและคำสั่งทางกฎหมายติดขัด

  • การจัดสรรบุคลากรและกรอบอัตรากำลัง: การถ่ายโอนข้าราชการและพนักงานเข้าสู่ 47 กองงานใหม่ยังเกิดข้อติดขัดเรื่องตำแหน่งหน้าที่ คำสั่งแต่งตั้ง และสิทธิประโยชน์

“พิรงรอง” เผยเริ่มเห็นเค้าลางโกลาหล ทดลองโครงสร้างสำนักงาน กสทช.

การปรับโครงสร้างโดยฝ่ายบริหารโดยไม่ผ่านการอนุมัติของบอร์ด กสทช. ใหญ่ อาจส่งผลให้เกิดสุญญากาศหรือข้อโต้แย้งทางกฎหมายภายในองค์กร

ล่าสุด ศ.ดร.พิรงรอง รามสูต กรรมการ คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านกิจการโทรทัศน์ ได้ออกมาโพสต์ข้อความ ว่า โครงสร้าง (ทดลอง) สำนักงาน กสทช. กับ งานด้านกิจการโทรทัศน์

ช่วงนี้ที่สำนักงาน กสทช. มีความเคลื่อนไหวในหน้าสื่อหลายเรื่อง หนึ่งในเรื่องที่ปรากฏในพื้นที่ข่าวไปบ้างแล้วคือ “การทดลอง (ร่าง) โครงสร้างสำนักงาน กสทช.” ซึ่งปกติการปรับโครงสร้างสำนักงานเป็นอำนาจของกรรมการกสทช. แต่เมื่อแผนนี้เป็น “การทดลอง” ก็เลยรับทราบเพียงว่าเป็นการริเริ่มของรักษาการเลขาธิการ กสทช. คนปัจจุบัน และ กำลังจะเริ่มดำเนินการในวันที่ 1 กันยายน นี้ (หลังจากเลื่อนมาแล้วรอบหนึ่ง)

“พิรงรอง” ระบุเริ่มเห็นเค้าลางโกลาหล ทดลองโครงสร้าง กสทช.

“พิรงรอง” เผยเริ่มเห็นเค้าลางโกลาหล ทดลองโครงสร้างสำนักงาน กสทช.

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังจากได้ประชุมร่วมกับผู้บริหารและเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบในสายงานกิจการโทรทัศน์ ก็เริ่มเห็นถึงเค้าลางของความโกลาหลจากสภาวะสองโครงสร้างซ้อนกันระหว่างโครงสร้าง สนง.ในปัจจุบัน กับ โครงสร้างที่เตรียมจะทดลองดังกล่าว หากเรื่องนี้ยังคงเดินหน้าตามที่คิดไว้ สิ่งที่จะเกิดขึ้นคือ เจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติงานรวมถึงผู้บริหารที่เคยเป็นกำลังหลักในแต่ละภารกิจจะถูกสลับสับเปลี่ยนโยกย้ายไปรับภาระงานใหม่เกือบทั้งหมด!

การโยกย้ายบุคลากรข้ามสายงานตามกลุ่มภารกิจใหม่ในครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่การจัดทัพทางบริหาร แต่จะนำไปสู่สภาวะสุญญากาศ และความโกลาหลทางภารกิจที่ส่งผลกระทบต่อเนื่องกันเป็นลูกคลื่น ภายใต้สถานการณ์ที่ กสทช. กำลังมีนโยบายสำคัญ ๆ ที่ต้องผลักดันในหลายเรื่อง ดิฉันยอมรับจริง ๆ ค่ะว่า “หนักใจ” โดยเฉพาะในช่วงโค้งสุดท้ายของใบอนุญาตโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล ที่ไม่เพียงเป็นโครงสร้างพื้นฐานและสถาบันหลักทางสังคมที่กำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนผ่านที่สำคัญมากทั้งทางเศรษฐกิจและสังคม ความชัดเจนของนโยบายจากกสทช. การอำนวยการ ตลอดจนการส่งเสริมสนับสนุนให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปได้อย่างเรียบร้อยภายใต้ภูมิทัศน์สื่อที่กำลังปรับเปลี่ยนไปยังพลิกโฉมจึงเป็นภาระอันต้องอาศัยทั้งความรู้ ความเข้าใจ และความยึดโยงกับพันธกิจทางสังคมสำหรับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยตรงอย่างสำนักงานกสทช.

อันที่จริง กรรมการ กสทช. ก็เคยสอบถามถึงที่มาที่ไปของโครงสร้าง(ทดลอง)นี้ในที่ประชุม กสทช. ในช่วงต้นหรือกลางเดือนกรกฎาคม ที่ผ่านมา เนื่องจาก กสทช. ทุกท่านต่างก็รับทราบกันดีว่า วาระเรื่องการปรับปรุงโครงสร้างองค์กร เป็นวาระค้างพิจารณามาหลายปี แต่ยังไม่ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาพิจารณาในที่ประชุม (ซึ่งตามระเบียบเป็นอำนาจของประธานในที่ประชุมแต่เพียงผู้เดียว) แต่ยังไม่ได้รับคำชี้แจงในที่ประชุมว่าเหตุใดรักษาการเลขาธิการจึงมี โปรเจ็ค “ทดลอง” กับองค์กรกำกับดูแลด้านกิจการสื่อสารและโทรคมนาคมของประเทศในลักษณะนี้ได้ เคยได้รับคำสัญญาจากประธานกสทช.ในขณะนั้นว่าจะมีการอธิบายในเรื่องนี้ในวันที่ 27 กรกฎาคม ที่ผ่านมาแต่เมื่อไม่สามารถประชุมได้ ก็เลยล่วงเลยมาจนป่านนี้

หาก “การประชุม กสทช. ที่ชอบด้วยกฎหมาย” เกิดขึ้น กรรมการน่าจะต้องขอคำอธิบายจากท่านรักษาการเลขาฯและหารืออย่างละเอียดในประเด็นนี้อย่างแน่นอน

อย่างไรก็ดี ระหว่างนี้ เพื่อเป็นการติดตามงานที่ได้ผลักดันทางนโยบายและเตรียมพร้อมสำหรับความเปลี่ยนแปลงใดๆ ดิฉันจึงขอนัดหมายประชุมร่วมกับสำนักที่เกี่ยวข้องกับกิจการโทรทัศน์ โดยมีวัตถุประสงค์หลักที่จะสรุปความคืบหน้า ปัญหา อุปสรรค และเร่งสะสางภารกิจที่ยังค้างคาอยู่ให้เดินหน้าต่อได้

เมื่อวันศุกร์ที่ 21 สิงหาคมที่ผ่านมา ได้พบกันค่อนข้างพร้อมหน้าพร้อมตา ก็ตกลงกันว่าอะไรที่เร่งด่วนและทำได้เลยก็ให้เร่งดำเนินการโดยเร็วที่สุด ปัญหาและความท้าทายบางประการก็ได้ร่วมกันคิดหาทางแก้ไว้ เชื่อว่าจะเห็นความก้าวหน้าที่สำคัญภายในปีนี้ ส่วนบางเรื่องที่มีความซับซ้อน จะต้องรอเวลาหรือดูข้อมูลอื่นประกอบเราจะนัดมาดูกันในรายละเอียดอีกครั้ง

 

ประเด็นเรื่อง MUX

เป็นหนึ่งในประเด็นที่ กสทช. มอบหมายให้สำนักงานไปศึกษาความเป็นไปได้ในการปรับเปลี่ยนให้ผู้รับใบอนุญาตประกอบกิจการโครงข่ายโทรทัศน์ดิจิทัล (MUX) เป็นผู้ได้รับการจัดสรรและใช้งานคลื่นความถี่แทนที่จะเป็นช่องรายการอย่างที่ผ่านมา โดยสำนักที่รับผิดชอบได้เตรียมบทวิเคราะห์เพื่อเสนอที่ประชุม กสทช. ซึ่งภายใต้พ.ร.บ. องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ และ พ.ร.บ.การประกอบกิจการโทรทัศน์ ปี 2551 กฎหมายกำหนดให้ผู้ที่ได้รับจัดสรรคลื่นความถี่ต้องเป็นผู้ประกอบกิจการด้วยตนเอง ซึ่งเป็นการออกแบบรองรับตามหลักคิดในยุค Analog

ในการหารือเมื่อวันศุกร์  ได้มีการอภิปรายว่าหาก MUXเป็นผู้ได้รับการจัดสรรคลื่นแล้วเปิดให้ช่องรายการ (service) อื่น ๆ เข้ามาใช้ capacity ที่เหลืออยู่ กฎหมายปัจจุบันจะยังตอบได้ชัดเจนว่าช่องรายการเหล่านั้นถือเป็นการใช้คลื่นความถี่หรือไม่

แะหากช่องรายการทำผิดกฎหมายในเรื่องเนื้อหาใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ จะเป็นส่วนหนึ่งของบทวิเคราะห์เพื่อนำเสนอให้ที่ประชุม กสทช. ได้พิจารณาในการประชุมครั้งต่อไป

ส่วนในประเด็นยุติการใช้งานกิจการโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมในระบบ C-Band สำหรับการให้บริการ Direct to Home ซึ่งบอร์ด กสทช. เห็นชอบหลักการตามที่สำนักงาน กสทช. เสนอในกรณีที่มีการยุติการใช้งานในเดือนเมษายน 2572 และมอบหมายให้สำนักงาน กสทช. ดำเนินการจัดทำแผนการเปลี่ยนผ่านนั้น ทางสำนักงานได้จัดเตรียมแผนสำหรับกิจกรรมใน 4 ส่วนด้วยกัน คือ การยุติการใช้งานสำหรับการให้บริการผู้รับชมทั่วไป (Direct to Home) เพื่อลดการรบกวนสัญญาณเมื่อนำคลื่นไปใช้ในกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล (IMT) แต่ยังสามารถใช้ในการกระจายสัญญาณทีวีดิจิทัลภาคพื้นดินสำหรับ MUX ได้ อย่างไรก็ตาม จะมีการส่งเสริมให้ผู้ชมทั่วไปย้ายไปใช้บริการทีวีดาวเทียมในระบบ KU-Band โดยจะส่งเสริมทั้งการปรับปรุงคุณภาพสัญญาณและเนื้อหาของรายการด้วย ซึ่งก็มีความเชื่อมโยงกับเนื้อหาของทีวีดิจิทัลภาคพื้นดินอยู่มาก นอกจากนี้ ยังมีแผนสำหรับมาตรการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบตั้งแต่ช่วงก่อนยุติการใช้งาน C-Band ตลอดจนช่วงแรกของเปลี่ยนผ่าน ซึ่งคาดว่าน่าจะอยู่ในช่วงปี 2573 ส่วนกิจกรรมที่ 4 คือการประชาสัมพันธ์ให้เกิดการรับรู้และความเข้าใจถึงการยุติบริการ การเยียวยาและการเปลี่ยนผ่านทั้งหมดก็เป็นเรื่องที่สำคัญไม่แพ้กัน

สำหรับความคืบหน้าและการดำเนินการเกี่ยวกับประกาศ กสทช. เรื่องมาตรการส่งเสริมการรวมกลุ่มของผู้รับใบอนุญาตผู้ผลิตรายการ และผู้ประกอบวิชาชีพสื่อสารมวลชนเกี่ยวกับกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2567 นั้น ขณะนี้พบว่ามีผู้แสดงความจำนงที่จะจดแจ้งองค์กรวิชาชีพเข้ามาแล้ว 8 กลุ่ม/องค์กรด้วยกัน แต่อาจจะยังมีความขลุกขลักบางประการเกี่ยวกับองค์ประกอบของคณะกรรมการควบคุมจริยธรรมของแต่ละองค์กร และสถานะความเป็นนิติบุคคลขององค์กรในกรณีที่ต้องการขอรับการสนับสนุนตามประกาศฯ ทั้งนี้ ทางสำนักงาน กสทช. ก็ได้ช่วยกันคิดหาทางที่จะช่วยให้การดำเนินการเป็นไปได้อย่างรวดเร็วที่สุด เชื่อว่าจะมีการจดแจ้งได้สำเร็จภายในปีนี้

ส่วนในเรื่องการส่งเสริมคุณภาพเนื้อหารายการผ่านการประเมิน social credit นั้น เราเริ่มต้นกันที่รายการข่าวเนื่องจากเป็นประเภทของรายการที่ได้รับเรื่องร้องเรียนมามากที่สุด ในตอนนี้คณะทำงานได้พิจารณาเกณฑ์การพิจารณาเนื้อหารายการ ประเภทรายการข่าว เสร็จเรียบร้อยแล้ว มีการจัดทำคู่มือการประเมินคุณภาพเนื้อหารายการข่าวตลอดจนระบบและapplication ในการเข้ามาประเมินและจะมีการจัดอบรมให้ความรู้สำหรับผู้ที่จะเข้ามาประเมิน social credit ทั่วประเทศ ทั้งนี้ จะมีการรับฟังความคิดเห็น focus group กับทางอุตสาหกรรมต่อไป

ใส่วนของการส่งเสริมให้เกิดช่องทางที่หลากหลายในการเข้าถึงบริการกระจายเสียงและโทรทัศน์ โดยพัฒนาแนวทางการจัดให้มีแพลตฟอร์มกลางของประเทศ สำหรับโทรทัศน์ภาคพื้นดินและวิทยุกระจายเสียงนั้น นอกจาก National Streaming Platform ที่ทางสำนักงาน กสทช. ได้เคยศึกษาแนวทางการพัฒนาเอาไว้และเรื่องยังคงเป็นวาระค้างพิจารณาในที่ประชุมบอร์ดแล้ว ทางสำนักงาน กสทช. ก็ได้ศึกษาแนวทางการพัฒนา Hybrid Broadcast Broadband TV (HbbTV) ที่ทาง อสมท. กำลังนำร่องในการทดลองทดสอบด้วยเช่นกัน และในช่วงปลายปีก็จะมีวิทยากรจากยุโรปมาให้ความรู้เกี่ยวกับ HbbTV และระบบ DVB-I เพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม ในที่สุดแล้วผู้ประกอบกิจการในอุตสาหกรรมก็จะต้องมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเกี่ยวกับทิศทางการพัฒนาในอนาคตด้วย

ส่วนเรื่องระบบกระจายภาพและเสียงเพื่อแจ้งเตือนภัยพิบัติหรือเหตุฉุกเฉินผ่านโครงข่ายทีวีดิจิทัล (Emergency Warning System: EWS) ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่รอการพิจารณาของบอร์ด กสทช. หากร่าง TOR ได้รับความเห็นชอบ ก็พร้อมที่จะเปิดให้โครงข่ายMUXที่มีความพร้อมยื่นขอรับการสนับสนุนในการพัฒนาระบบให้ใช้งานได้จริงเต็มรูปแบบ

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งที่ขอหยิบยกมาเล่าให้ฟัง ยังมีเรื่องอื่นๆ อีก เช่น ความคืบหน้าและการดำเนินการเกี่ยวกับประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์การสนับสนุนการผลิตรายการที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ. 2568 ความคืบหน้าและการดำเนินการเกี่ยวกับงานด้านกำกับดูแลและจริยธรรม ติดตามเรื่องการพัฒนา Trusted Media Ecosystem ต่อเนื่องตลอดจนการจัดสัมมนาโต๊ะกลมกับหน่วยงานภาครัฐเพื่อร่วมกันส่งเสริมและกำกับดูแลให้เกิดระบบนิเวศสื่อที่น่าเชื่อถือ ที่จะมีขึ้นในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้.