
“ไชยชนก ชิดชอบ” ย้อนเบื้องหลังที่มา TH-AI Passport ทลายกำแพงความเหลื่อมล้ำ
"ดีอี )เดินหน้าสลาย "กำแพงค่าใช้จ่าย" ส่งมอบ TH-AI Passport ให้คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป เข้าถึง AI Pro กว่า 14 ค่าย 30 โมเดลฟรี ชูนโยบาย Learn to Earn เปลี่ยนการแจกของเป็นการลงทุนในทรัพยากรมนุษย์อย่างยั่งยืน
KEY
POINTS
- กระทรวงดีอีเปิดตัวโครงการ TH-AI Passport เพื่อทลายกำแพงความเหลื่อมล้ำจากค่าใช้จ่ายที่สูงในการเข้าถึงเทคโนโลยี AI
- เปิดโอกาสให้คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป สามารถใช้งาน AI ระดับโปรจาก 14 ค่ายชั้นนำได้ฟรี โดยมียอดลงทะเบียนล่วงหน้าแล้ว 1.3 ล้านสิทธิ
- ผู้ใช้งานต้องเข้าร่วมการเรียนรู้ผ่านหลักสูตรออนไลน์ (Learn to Earn) เพื่อต่ออายุการใช้งานฟรี และนำทักษะไปประยุกต์ใช้จริง
ย้อนเบื้องหลังที่มา TH-AI Passport
เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี เปิดตัวโครงการ TH–AI Passport อย่างเป็นทางการ โดยให้ประชาชนใช้งานฟรีเป็นเวลา 30 วัน สำหรับผู้ลงทะเบียนล่าสุดจำนวน 1.3 ล้านสิทธิ เปิดให้ใช้งานฟรี ตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม
ไชยชนก ได้ย้อนเบื้องหลังที่มาโครงการ TH-AI Passport ว่า ย้อนกลับไปในอดีต โครงสร้างพื้นฐานของประเทศถูกวัดด้วยความครอบคลุมของถนน ไฟฟ้า และอินเทอร์เน็ต แต่ในยุคปัจจุบัน โครงสร้างพื้นฐานได้วิวัฒนาการสู่ "มันสมองสังเคราะห์" หรือ AI ซึ่งเป็นเครื่องมือสำคัญในการคิด ประมวลผล และขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก ใครเข้าถึงได้ก่อน ย่อมก้าวถึงเส้นชัยทางเศรษฐกิจได้เร็วกว่า
อย่างไรก็ตาม อุปสรรคสำคัญในการเข้าถึงเทคโนโลยีระดับสูงคือ "ค่าใช้จ่าย" ตั้งแต่ 250 ถึง 1,000 บาทต่อเดือน แม้ดูเป็นตัวเลขไม่สูงสำหรับคนบางกลุ่ม แต่กลับเป็น "กำแพงแห่งความเหลื่อมล้ำ" สำหรับคนส่วนใหญ่ รัฐบาลโดยกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จึงได้ริเริ่มโครงการ TH AI Passport เพื่อทลายกำแพงดังกล่าว ภายใต้หลักการยึดประชาชนเป็นศูนย์กลางและการลงทุนในมนุษย์ระยะยาว
โครงการ TH-AI Passport ถูกออกแบบผ่าน 3 เสาหลักสำคัญ ได้แก่:
-
Access (การเข้าถึง): เปิดโอกาสให้คนไทยอายุ 15 ปีขึ้นไป เข้าถึงใช้งาน AI ระดับ Pro จาก 14 ค่ายชั้นนำ รวมมากกว่า 30 โมเดล โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
-
Learn (การเรียนรู้): มุ่งเน้นแนวคิด Learn to Earn โดยผู้ใช้ต้องเข้าร่วมเรียนรู้ผ่านหลักสูตรมาตรฐานสากลกว่า 96 หลักสูตร (ร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก อาทิ Microsoft, Google, OpenAI, NVIDIA และองค์กรอย่าง UNESCO, ASEAN, DEPA) เพื่อต่ออายุการใช้งานต่อเนื่องสูงสุด 1 ปี
-
Apply (การนำไปใช้จริง): มุ่งหวังให้ผู้เรียนได้รับใบประกาศนียบัตร และนำทักษะไปประยุกต์ใช้ในการทำงาน การทำธุรกิจ และชีวิตประจำวันได้ทันที ช่วยลดต้นทุนที่สำคัญที่สุดอย่าง "เวลา" และเพิ่มผลผลิตในทุกอุตสาหกรรม
เผยยอดลงทะเบียน AI Pass กรุงเทพ ครองแชมป์อันดับหนึ่ง
-
ในจำนวน 1.3 ล้านคนที่ลงทะเบียนจองสิทธิ ล่าสุด ส่วนใหญ่เป็นคนในพื้นที่กรุงเทพมหานครประมาณ 250,000 คน
-
ขณะที่คนลงทะเบียนจองสิทธิ์ในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นพื้นที่ของ นายไชยชนก อยู่ที่ 16,000 คน
-
และ จังหวัดอุบลราชธานีซึ่งเป็นพื้นที่ของน.ส.แนน บุญย์ธิดา สมชัย รมช.ดีอี ประมาณ 30,000 คน
ไม่หวั่นฝ่ายค้าน มั่นใจกระบวนการทุกอย่างถูกต้องตามกฏหมาย
ส่วนแผนการรับมือกับแรงต้าน และการตรวจสอบข้อพิรุธของโครงการ นายไชยชนก กล่าวว่า ตนไม่จำเป็นต้องเตรียมการรับมือ มั่นใจในกระบวนการที่มีการดำเนินการถูกต้องตามกฎหมาย ที่มีเจตนาและความตั้งใจทำเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม โดยมีความตั้งใจที่จะลดความเหลื่อมล้ำในยุคดิจิทัลหรือ AI ให้ได้มากที่สุด และไม่ว่าการดำเนินการจะเป็นอย่างไรก็ไม่ได้มีข้อกังวลอะไร
ส่วนกรณีที่พรรคฝ่ายค้านเตรียมนำข้อมูลข้อพิรุธทั้งหมดในโครงการไปยื่นซักฟอกอภิปรายไม่ไว้วางใจ นายไชยชนก กล่าวว่า ตนยินดีมาก และอยากจะให้เกิดขึ้นโดยเร็ว อาจจะเป็นอีกหนึ่งอย่างที่ช่วยโปรโมตให้พี่น้องประชาชนเข้าร่วมโครงการมากขึ้น อยากให้ยอดผู้ลงทะเบียนใช้งานถึง 5,000,000 สิทธิ์โดยเร็ว เพื่อพิสูจน์ว่าโครงการนี้มีประโยชน์ในชีวิตประจำวันของท่านหรือไม่ โดยตนจะทำให้เต็มที่เพื่อให้โครงการไปถึงจุดที่ประสบความสำเร็จ หวังว่าสุดท้ายประโยชน์จะตกอยู่ที่พี่น้องประชาชน ตกไปอยู่ที่ผลิตผลหรือประสิทธิภาพของประเทศในอนาคตข้างหน้า
.
ถ้าเป็นไปได้อยากให้ทุกคนร่วมใช้งาน คุณอาจจะเป็นฝ่ายค้านที่อยากจะเชิญชวนทุกคนมาร่วมพิสูจน์ว่ามันดีหรือไม่ดีอย่างไร อาจจะเป็นพี่น้องประชาชน พ่อค้าแม่ขายที่อยากจะใช้ AI แต่ยังรู้สึกว่ามันไกลตัวไปหรือมีค่าใช้จ่ายที่สูงเกินไป หรือใครก็ตาม ตนอยากจะเชิญชวนทุกคนมาร่วมรณรงค์เข้ามาพิสูจน์ว่าโครงการนี้เป็นประโยชน์หรือไม่ด้วยตัวท่านเอง
การเปิดตัว TH AI Passport จึงไม่ใช่เพียงการแจกสิทธิประโยชน์ชั่วคราว แต่คือการสร้างรากฐานและยกระดับศักยภาพคนไทยครั้งใหญ่ ซึ่งขณะนี้ได้รับกระแสตอบรับอย่างล้นหลามด้วยยอดลงทะเบียนล่วงหน้าทะลุ 1.3 ล้านสิทธิ ก่อนเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการในวันที่ 31 สิงหาคมนี้.







