thansettakij
thansettakij
ไรเดอร์ Lalamove ร้องดีอี ค่ารอบเหลือ 3 บาทต่อกม.-ไร้สวัสดิการ

ไรเดอร์ Lalamove ร้องดีอี ค่ารอบเหลือ 3 บาทต่อกม.-ไร้สวัสดิการ

21 ส.ค. 69 | 10:14 น.
อัปเดตล่าสุด :21 ส.ค. 69 | 10:14 น.

ไรเดอร์ Lalamove กว่า 200 คนบุกดีอี-ETDA ร้องค่ารอบลดจากกม.ละ 10 บาทเหลือ 3 บาท ถูกหักค่าใช้จ่ายรวม 23% ไร้สวัสดิการ จี้รัฐจัดระเบียบแพลตฟอร์ม

KEY

POINTS

  • กลุ่มไรเดอร์ Lalamove ร้องเรียนกระทรวงดีอี เนื่องจากถูกปรับลดค่ารอบอย่างหนักจากเดิมเฉลี่ยกิโลเมตรละ 10 บาท เหลือเพียง 3 บาท
  • นอกจากค่ารอบที่ลดลง ยังถูกหักค่าบริการแพลตฟอร์ม 20% และต้องรับผิดชอบภาษีเองอีก 3% ทำให้รายรับจริงไม่คุ้มกับต้นทุน
  • ผู้ขับขี่ไม่มีสวัสดิการหรือประกันคุ้มครองใดๆ และยังได้รับผลกระทบจากนโยบายที่ไม่เป็นธรรม เช่น การนำส่วนลดของลูกค้ามาหักจากค่ารอบของไรเดอร์

กลุ่มไรเดอร์ Lalamove กว่า 200 ชีวิต รวมตัวยื่นหนังสือร้องกระทรวงดีอี-ETDA สะท้อนความเดือดร้อนหนัก หลังถูกแพลตฟอร์มหั่นค่ารอบร่วงจากกิโลเมตรละ 10 บาท เหลือเพียง 3 บาท แถมโดนหักค่าบริการ-ภาษีซ้ำซ้อนรวม 23% ไร้สวัสดิการคุ้มครอง วอนรัฐยื่นมือจัดระเบียบดึงราคาเป็นธรรม ก่อนอาชีพพังยกกระดาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 21 ส.ค. 2569 เวลา 15.30 น. กลุ่มไรเดอร์ผู้ให้บริการรับ-ส่งสินค้าผ่านแพลตฟอร์ม Lalamove รวมตัวกันประมาณ 200 คน เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เพื่อสะท้อนถึงความเดือดร้อนอย่างหนักจากการถูกปรับลดอัตราค่าตอบแทน (ค่ารอบ) และเงื่อนไขการทำงานที่ไม่เป็นธรรม

การรวมตัวครั้งนี้ มี 3 ส.ส. พรรคประชาชน ประกอบด้วย นายเซีย จำปาทอง, น.ส.พิมพ์กาญจน์ กีรติวิราปกรณ์ และ น.ส.ธนพร วิจันทร์ นำกลุ่มตัวแทนไรเดอร์จำนวน 15 คน เข้าหารือร่วมกับ น.ส.ชมภารี ชมภูรัตน์ รองปลัดกระทรวงดีอี และ นายชัยชนะ มิตรพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (ETDA) เพื่อรับหนังสือและข้อเรียกร้องเชิงนโยบาย

กลุ่มไรเดอร์ผู้ให้บริการรับ-ส่งสินค้าผ่านแพลตฟอร์ม Lalamove รวมตัวกันประมาณ 200 คน เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องเรียนต่อกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี)

ผู้แทนไรเดอร์ สะท้อนถึงปัญหาที่เกิดขึ้นว่า ความเดือดร้อนหลักๆ คือเรื่อง “ค่ารอบ” เมื่อก่อนวิ่งงานคิดคำนวณราคาเฉลี่ยอยู่อย่างต่ำกิโลเมตรละ 10 บาท งานระยะไกลสัก 100 กิโลเมตร เคยได้ค่าตอบแทนประมาณ 950 ถึง 1,000 บาท แต่ตอนนี้ระบบปรับลดลงมาเหลือเพียงกิโลเมตรละ 3 บาทเท่านั้น 

ผู้แทนไรเดอร์ สะท้อนถึงปัญหาที่เกิดขึ้นว่า ความเดือดร้อนหลักๆ คือเรื่อง “ค่ารอบ”ในการวิ่งงานที่ลดลงหนัก

ถ้ารับงานระยะทาง 100 กิโลเมตรเหมือนเดิม ค่าตอบแทนตั้งต้นจะเหลือแค่ 380 บาท แล้วยังต้องโดนหักค่าบริการแพลตฟอร์มเพิ่มอีก 20% สรุปแล้วเงินที่จะตกถึงมือไรเดอร์จริงๆ เหลืออยู่แค่ประมาณ 220 ถึง 292 บาทเท่านั้น 

“ค่าตอบแทนตรงนี้ปรับลดลงมาเรื่อยๆ ตลอดระยะเวลาประมาณ 1 ปีที่ผ่านมา โดยเป็นการลดลงอย่างไม่มีเพดานขั้นต่ำ และแพลตฟอร์มไม่เคยมีการแจ้งเตือนล่วงหน้าให้ไรเดอร์ทราบเลยแม้แต่ครั้งเดียว ไรเดอร์ต้องมารู้ด้วยตัวเองจากการรับงานวิ่งจริง" 

นอกจากนี้ ภาระต้นทุน ค่าน้ำมัน และค่าบริการที่ต้องแบกรับเพิ่มอีกว่า เงิน 200 กว่าบาทที่เหลือจากการวิ่ง 100 กิโลเมตร มันไม่คุ้มค่ากับการทำงานเลย เพราะเรามีต้นทุนค่าน้ำมันตกกิโลเมตรละ 1 บาท มีค่าบริการระบบอีกกิโลเมตรละ 0.75 บาท รวมแล้วเหลือเงินเข้ากระเป๋าจริงแทบไม่ถึง 1.3 บาทต่อกิโลเมตร 

“นี่ยังไม่ได้หักค่าสึกหรอของยานพาหนะ หรือค่าอาหารการกินระหว่างทางเลย ยิ่งคนที่วิ่งสายระยะไกล 40 กิโลเมตรขึ้นไป เช่น วิ่งจากพระราม 2 ไปอยุธยา หรือโซนวังน้อย ปลายทางเป็นพื้นที่นอกเมืองที่ไม่มีงานให้รับกลับ ไรเดอร์ก็ต้องยอมตีกรอบรถเปล่ากลับมาหา งานในเมือง ทำให้ขาดทุนหนักกว่าเดิม”

นอกจากปัญหาราคาค่ารอบที่ตกต่ำแล้ว ไรเดอร์ยังเปิดเผยถึงเบื้องหลังโปรโมชันของแพลตฟอร์ม และระบบการทำงานที่ส่งผลกระทบถึงความปลอดภัยและประวัติการทำงาน 

“แพลตฟอร์มมีการทำโปรโมชันโฆษณาว่าให้ส่วนลดลูกค้า 55% แต่ส่วนลดตรงนี้บริษัทไม่ได้จ่ายคูปองชดเชยให้ แต่ใช้วิธีมาตัดราคากดค่ารอบจากฝั่งไรเดอร์ไปแทน ซ้ำร้ายยังเอาไปโฆษณาว่าส่งไวภายใน 1 ชั่วโมง บังคับให้ไรเดอร์ต้องพ่วงรับงานซ้อน 3-4 งานพร้อมกันเพื่อหาเงินให้พอค่าเดินทางขาเดียว แต่ในระบบหน้าบ้านที่แสดงให้ลูกค้าเห็น กลับระบุว่าเป็นบริการส่งแบบตัวต่อตัว (1:1) พอของไปส่งช้า ลูกค้าที่ไม่เข้าใจก็ร้องเรียนเข้ามา ผลกระทบทั้งหมดก็ตกมาอยู่ที่ไรเดอร์ที่เสี่ยงโดนระบบระงับสัญญาณหรือแบนบัญชี โดยที่แพลตฟอร์มไม่เคยฟังเหตุผลหรือคำอธิบายจากฝั่งคนขับเลย ฟังแต่ฝั่งลูกค้าอย่างเดียว”

สวัสดิการ-ความคุ้มครอง-ภาษี เรื่องสำคัญ

ผู้แทนไรเดอร์กล่าวว่า เรื่องสวัสดิการ ประกันภัย หรือความคุ้มครองต่างๆ แพลตฟอร์มไม่มีให้เลย เกิดอุบัติเหตุหรือเป็นอะไรขึ้นมา ไรเดอร์ต้องรับผิดชอบตัวเองทั้งหมด ยิ่งเรื่องภาษี เมื่อก่อนระบบเคยหักภาษี ณ ที่จ่าย 3% ให้ด้วย แต่ปัจจุบันหักเปอร์เซ็นต์ไปเต็มๆ 20% โดยไม่มีการนำส่งภาษีให้ กลายเป็นว่าไรเดอร์ต้องไปยื่นเสียภาษีเงินได้เองอีก 3% รวมแล้วโดนหักต้นทุนตรงนี้สูงถึง 23% 

นอกจากนี้ หากใครมีเหตุจำเป็นต้องหยุด วิ่งไปสัก 2 เดือน ระบบจะปรับลดอัตราความสำเร็จ ทำให้รับงานได้ยากขึ้นเหมือนต้องไปเริ่มนับหนึ่งทำเควสใหม่ทั้งหมด

“ถ้าวันนี้พวกเราไม่มาออกเสียงเรียกร้อง ปล่อยให้แอปนี้ลดราคาลงไปเรื่อยๆ แอปอื่นก็จะลดราคาตาม สุดท้ายโครงสร้างราคาทั้งหมดจะเสียสมดุล คนทำอาชีพนี้ก็จะตกงานกันหมดในภาวะเศรษฐกิจแบบนี้”

ที่ผ่านมา กลุ่มไรเดอร์ เคยเดินทางไปร้องเรียนที่สำนักงานใหญ่ของบริษัทมาแล้วถึง 2 ครั้ง บริษัทรับเรื่องไว้แต่ก็เงียบหาย ไม่มีความคืบหน้าใดๆ กลับมา

“อยากฝากเรื่องไปถึงผู้มีอำนาจ หรือรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ให้ช่วยเข้ามาเป็นกลางในการยื่นมือช่วยเหลือและจัดระเบียบแพลตฟอร์ม อยากให้ช่วยดึงราคาค่ารอบกลับมาอยู่ในจุดที่เหมาะสมและเป็นธรรม ให้มีการนำส่งภาษีอย่างถูกต้อง และมีมาตรการ คุ้มครองแรงงานไรเดอร์บ้าง พวกเราทุกคนคือประชาชนที่ทำงานสุจริตหาเช้ากินค่ำ ทุกอาชีพมีความสำคัญและควรได้รับโอกาสในการพยุงอาชีพนี้ให้ได้เดินหน้าต่อไป”

นอกจากปัญหาราคาค่ารอบที่ตกต่ำแล้ว ไรเดอร์ยังเปิดเผยถึงเบื้องหลังโปรโมชันของแพลตฟอร์ม และระบบการทำงานที่ส่งผลกระทบถึงความปลอดภัยและประวัติการทำงาน