
สงครามดาวเทียม LEO เมื่อยักษ์โทรคมไทยตื่นรับยุค 'เน็ตอวกาศ'
ถอดรหัสยุทธศาสตร์ 3 ยักษ์ใหญ่ "TRUE-NT- Gulf Space Technology" ตื่นตัวรับยุค "เน็ตอวกาศ" ลุยสมรภูมิดาวเทียม LEO ไทย
KEY
POINTS
- บริษัทโทรคมนาคมยักษ์ใหญ่ของไทย (True, NT, และ Thaicom) กำลังแข่งขันกันเพื่อเข้าสู่ตลาดอินเทอร์เน็ตดาวเทียมวงโคจรต่ำ (LEO) เพื่อให้บริการในพื้นที่ห่างไกลที่โครงข่ายภาคพื้นดินเข้าไม่ถึง
- แต่ละบริษัทมีกลยุทธ์ต่างกัน โดย True ศึกษาความร่วมมือกับ Amazon LEO, NT ปรับแผนจากลูกค้าระดับองค์กรสู่ลูกค้ารายย่อย และ Thaicom (กัลฟ์ สเปซ เทคโนโลยี) เป็นตัวแทนจำหน่ายสัญญาณ Amazon LEO
- ความท้าทายหลักคือข้อบังคับและค่าธรรมเนียมใบอนุญาตจาก กสทช. รวมถึงข้อจำกัดด้านการถือหุ้นของต่างชาติ ซึ่งทำให้ผู้ให้บริการต่างชาติต้องร่วมมือกับพันธมิตรในไทย
- คาดว่าการแข่งขันด้านราคาจะรุนแรงขึ้นในช่วงปี 2569-2570 เมื่อผู้ให้บริการหลักเริ่มเปิดตัวบริการสำหรับลูกค้ารายย่อยอย่างเต็มรูปแบบ
แรงกระเพื่อมจากการเปิดให้บริการของ Starlink ในเวียดนามกำลังบีบให้เค้กสื่อสารภาคพื้นดินของไทยเปลี่ยนไปตลอดกาล เทคโนโลยีดาวเทียมวงโคจรต่ำ (Low Earth Orbit: LEO) ไม่ใช่เรื่องของอวกาศไกลตัวอีกต่อไป แต่กลายเป็น "จิ๊กซอว์ขวานทอง" ชิ้นสุดท้ายที่บิ๊กบราเธอร์อย่าง True, NT และ กัลฟ์ สเปซ เทคโนโลยี ต้องเปิดศึกแย่งชิงพื้นที่ให้บริการกันอย่างดุเดือด
การขยายตัวของเศรษฐกิจดิจิทัลชนกับข้อจำกัดทางภูมิศาสตร์อย่างป่าเขาและเกาะแก่ง ทำให้โครงข่ายไฟเบอร์และเสาสัญญาณ 5G แบบเดิมเข้าไม่ถึง 100% ดาวเทียม LEO จึงเข้ามาปิดช่องว่างด้วยจุดเด่นเรื่อง Latency ต่ำ และความเร็วสูงใกล้เคียงไฟเบอร์
ว่าด้วยเรื่อง ดาวเทียม LEO (Low Earth Orbit) คือ ดาวเทียมวงโคจรต่ำที่อยู่ใกล้พื้นโลกที่สุด ที่ความสูงประมาณ 160 – 2,000 กิโลเมตร
ลักษณะเด่นและข้อดี
-
รับ-ส่งข้อมูลเร็ว ระยะทางใกล้โลกทำให้มีค่าความหน่วง (Latency) ต่ำมาก เหมาะกับอินเทอร์เน็ตความเร็วสูง
-
การใช้งาน นิยมใช้ทำอินเทอร์เน็ตดาวเทียม, การสื่อสาร, IoT และการสำรวจโลกหรือถ่ายภาพพื้นผิวโลก
-
ข้อจำกัด พื้นที่ครอบคลุมต่อหนึ่งดวงน้อย (Footprint แคบ) จึงต้องใช้ดาวเทียมจำนวนมากรวมกันเป็นกลุ่มดาว (Constellation) เพื่อให้บริการได้ทั่วถึง
TRUE ผสานพันธมิตรระดับโลก AWS & Amazon Leo
กลุ่มทรูภายใต้การนำของ ศุภชัย เจียรวนนท์ รองประธานอาวุโส เครือเจริญโภคภัณฑ์ /ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหาร อไรซ์ เวนเจอร์ส กรุ๊ป และ ประธานกรรมการ บมจ. ทรู คอร์ปอเรชั่น ออกมาเปิดเผยว่า ได้วางเป้าหมายอัปเกรดโครงข่ายยุคถัดไปโดยมองหาโซลูชัน LEO เข้ามาเสริมทัพ ด้วยการศึกษาการนำบริการ Amazon Leo ผ่านผู้ได้รับใบอนุญาตช่องสัญญาณต่างชาติ (Landing Rights) เป้าหมายเพื่อ เน้นการใช้งานสาธารณประโยชน์ ขยายอินเทอร์เน็ตบรอดแบนด์สู่โรงพยาบาลห่างไกล ชุมชนชนบท และพร้อมจับมือเป็นพันธมิตรกับผู้ถือ License ในไทยอย่าง NT หรือ Gulf Space Technology
NT ปรับทัพจาก Enterprise สู่ Mass Market
บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT หลังโดนเปรียบเทียบราคาแพ็กเกจ OneWeb สำหรับองค์กร (9,200 บาท/เดือน) กับ Starlink เวียดนาม (1,440 บาท/เดือน) NT ปรับหมากทันควัน โดย NT วางแผนระยะสั้น (Q4/2569) เปิดตัว NT Rural Wi-Fi ในรูปแบบคูปองรายชั่วโมง ให้ชาวบ้านในหมู่บ้านห่างไกลเข้าถึงเน็ตได้ง่าย ส่วนแผนระยะยาว (ต้นปี 2570) เตรียมเปิดแพ็กเกจ LEO สำหรับลูกค้าทั่วไป (B2C) เพื่อเป็นทางเลือกหลักของพื้นที่อับสัญญาณ
กัลฟ์ สเปซ เทคโนโลยี คว้าสิทธิ์ Amazon Leo บุกตลาดไทย
สำหรับ บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น บริษัท กัลฟ์ สเปซ เทคโนโลยี จำกัด หรือ Gulf Space Technology ชื่อย่อ GST อาศัยความเชี่ยวชาญด้านดาวเทียมเดิม ปรับตัวสู่ยุค LEO อย่างก้าวกระโดดผ่านบริษัทย่อย (บริษัท ทีซี 142 จำกัด) โดยมี กลยุทธ์หลัก คือ รับบทเป็นตัวแทนจำหน่ายหลัก (Wholesaler) ส่งมอบสัญญาณ Amazon Leo ให้แก่ผู้จัดจำหน่ายปลายทาง จุดแข็งคือ ใช้กองทัพดาวเทียม Amazon LEO พร้อมอุปกรณ์รับ-ส่งสัญญาณ 3 รุ่น (Nano, Pro, Ultra) เชื่อมต่อตรงเข้ากับโครงข่ายไฟเบอร์และระบบสายอากาศภาคพื้นดิน
อุปสรรคที่ต้องจับตา
ปัจจุบัน สำนักงานกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติหรือ กสทช. ได้แบ่งลักษณะการอนุญาตใช้งานดาวเทียมต่างชาติ เพื่อให้บริการในประเทศเชิงพาณิชย์ออกเป็น 3 ประเภทหลัก เพื่อส่งเสริมการแข่งขันในประเทศ
-
Landing Right (การอนุญาตให้ใช้ช่องสัญญาณดาวเทียมต่างชาติ) สำหรับการใช้โครงข่ายหรือความจุดาวเทียมจากต่างประเทศเข้ามาให้บริการในไทย
-
Gateway (การอนุญาตตั้งสถานีภาคพื้นดิน) สำหรับเชื่อมโยงโครงข่ายและรับส่งสัญญาณภาคพื้นดิน
-
Satellite Services (การอนุญาตเพื่อให้บริการดาวเทียม) สำหรับผู้ให้บริการโครงข่ายหรือขายความจุ
ค่าธรรมเนียม Landing Rights
-
การคิดอัตราค่าธรรมเนียมการเข้าใช้ช่องสัญญาณต่างชาติ หาก กสทช. ตั้งไว้สูง ผู้ให้บริการจะโยนภาระต้นทุนไปที่ผู้บริโภค ทำให้ราคาแพ็กเกจแข่งกับเพื่อนบ้านไม่ได้
การถือหุ้นของคนต่างด้าว (Foreign Ownership Limit)
-
ผู้ให้บริการ LEO ต่างชาติไม่สามารถเข้ามาขายตรงให้ผู้บริโภคไทยได้ง่ายๆ หากไม่จัดตั้งนอมินีหรือจับมือกับพันธมิตรไทยที่มีใบอนุญาตโทรคมนาคม (เช่น Thaicom หรือ True) ทำให้การบุกตลาดต้องพึ่งพาโครงสร้าง Local Partner เป็นหลัก
สงครามราคาจะเริ่มดุเดือดจริงจังในช่วง ปี 2569–2570 เมื่อ Amazon Leo และ NT เปิดตลาด B2C เต็มตัว โดยผู้ชนะในสมรภูมินี้ไม่ใช่คนที่มีดาวเทียมมากที่สุด แต่คือคนที่มี "พันธมิตรในประเทศ" ที่ช่วยเคลียร์ฝั่ง Landing Rights ได้เร็วที่สุด และทำราคาแพ็กเกจได้ใกล้เคียงกับบรอดแบนด์ภาคพื้นดินได้มากสุด.







