thansettakij
thansettakij
พาชมฐาน GISTDA ศรีราชา "ห้องสร้าง THEOS-3" ดาวเทียมฝีมือคนไทย 100%

พาชมฐาน GISTDA ศรีราชา "ห้องสร้าง THEOS-3" ดาวเทียมฝีมือคนไทย 100%

14 ส.ค. 69 | 04:20 น.
อัปเดตล่าสุด :14 ส.ค. 69 | 05:11 น.

จากผู้ซื้อสู่ผู้สร้าง พลิกประวัติศาสตร์เทคโนโลยีไทย ณ ศรีราชา เจาะลึกห้องสร้าง THEOS-3 ดาวเทียมดวงแรกที่วิศวกรไทยออกแบบเอง 100% สร้าง New Space Economy ยกระดับห่วงโซ่อุปทานไทยสู่มาตรฐานสาก

KEY

POINTS

  • GISTDA ศรีราชา เป็นฐานที่ตั้งโรงงานผลิตและศูนย์ทดสอบดาวเทียม THEOS-3 ซึ่งเป็นดาวเทียมวิจัยที่ออกแบบและสร้างโดยฝีมือคนไทย 100%
  • ดาวเทียม THEOS-3 ถูกออกแบบมาเพื่อการติดตามภัยพิบัติ สามารถถ่ายภาพซ้ำที่เดิมได้ทุกวัน (Revisit Time 1 วัน) และมีกำหนดส่งขึ้นสู่อวกาศในปี 2572
  • เป้าหมายสำคัญของการสร้างดาวเทียมเองคือเพื่อ "เอกราชทางข้อมูล" ทำให้ไทยสามารถควบคุมการถ่ายภาพและจัดการข้อมูลได้ 100% โดยไม่มีข้อจำกัดจากต่างชาติ
  • โครงการนี้ช่วยผลักดันเศรษฐกิจอวกาศของไทย โดยใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศกว่า 20% เพื่อเปลี่ยนไทยจาก "ผู้ใช้งาน" ไปสู่ "ผู้ผลิต" เทคโนโลยีอวกาศ

ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงของโลกที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง น้อยคนนักที่จะรู้ว่าประเทศไทยกำลังเดินหน้าประกาศศักดาบนเวทีอวกาศโลก ณ ศูนย์นวัตกรรมอวกาศ (Space Innovation Center) สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISDA ที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

สถานที่แห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานีรับสัญญาณภาคพื้นดินเหมือนในอดีตอีกต่อไป แต่ได้ยกระดับกลายเป็น "โรงงานผลิตดาวเทียม" และศูนย์ทดสอบมาตรฐานสากล ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการสร้างดาวเทียมวิจัยฝีมือคนไทย 100% ภายใต้ชื่อ THEOS-3 ที่กำลังจะเป็นหมุดหมายใหม่ของเศรษฐกิจอวกาศไทย (New Space Economy)

ดร.เจี๊ยบ ฐนิตา เสือป่า ผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมพันธมิตรและพัฒนาธุรกิจ  GISTDA

ย้อนรอย 4 ทศวรรษ: จากการเรียนรู้สู่การครอบครองท้องฟ้า

ดร.เจี๊ยบ ฐนิตา เสือป่า ผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมพันธมิตรและพัฒนาธุรกิจ  GISTDA นำทีมเจ้าหน้าที่ วิศวกร บรรยายให้กับผู้เข้าอบรม "โครงการเพิ่มองค์ความรู้สื่อมวลชนเรื่อง : กระบวนทัศน์ใหม่ของสื่อหลังโลกาภิวัตน์ รุ่นที่ 3 : สร้างเครือข่ายความรู้สู่วาระสาธารณะเพื่อการเปลี่ยนแปลงอย่างยั่งยืน" หรือ ลกส.3 จากสภาการสื่อมวลชนแห่งชาติ ถึงเส้นทางสู่อวกาศของไทยมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่าที่หลายคนฟังแล้วถึงกับร้องว๊าว

เริ่มต้นในปี 2522 เมื่อไทยเข้าร่วมโครงการ ERTS-1 (Earth Resource Technology Satellite) หรือที่รู้จักกันในชื่อ Landsat-1 ของสหรัฐอเมริกา จนกระทั่งในปี 2543 ได้มีการสถาปนาสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ขึ้นเพื่อโฟกัสการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศโดยเฉพาะ

พาชมฐาน GISTDA ศรีราชา "ห้องสร้าง THEOS-3" ดาวเทียมฝีมือคนไทย 100%

ประเทศไทยมีดาวเทียมสำรวจทรัพยากรดวงแรกคือ ไทยโชติ (THEOS-1) ซึ่งถูกส่งขึ้นสู่วงโคจรในปี 2551 และปฏิบัติภารกิจมานานกว่า 18 ปี ซึ่งเกินอายุการใช้งานที่ออกแบบไว้

ต่อมาในปี 2566 ได้ส่ง THEOS-2 ดาวเทียมรายละเอียดสูงมากระดับ 50 เซนติเมตรขึ้นไปประจำการ แต่จุดเปลี่ยนที่สำคัญที่สุดคือโครงการ THEOS-2A ซึ่งเป็นความร่วมมือกับบริษัท SSTL จากอังกฤษ เพื่อถ่ายทอดองค์ความรู้ ให้วิศวกรไทยได้เรียนรู้วิธีการออกแบบและประกอบดาวเทียมจริง จนนำมาสู่ความมั่นใจในการสร้าง THEOS-3 ด้วยตัวเองในวันนี้

พาชมฐาน GISTDA ศรีราชา "ห้องสร้าง THEOS-3" ดาวเทียมฝีมือคนไทย 100%

เจาะลึก "ศรีราชา" ฐานทัพการทดสอบที่หฤโหด

ภายในศูนย์นวัตกรรมที่ศรีราชา ประกอบด้วยห้องปฏิบัติการความสะอาดสูง (Clean Room) สำหรับประกอบอุปกรณ์ที่ละเอียดอ่อน เช่น กล้องดาวเทียม โดยดาวเทียมแต่ละดวงจะต้องผ่านด่านทดสอบที่ "หฤโหด" เพื่อจำลองสภาวะสุดขั้วในอวกาศ 4 ประเภทหลัก

พาชมฐาน GISTDA ศรีราชา "ห้องสร้าง THEOS-3" ดาวเทียมฝีมือคนไทย 100%

1. Vibration & Shock Test : การเขย่าและกระแทกดาวเทียมเพื่อจำลองแรงสั่นสะเทือนมหาศาลขณะที่จรวดพุ่งทะยานสู่ชั้นบรรยากาศ

2. Mass Properties : การวัดจุดศูนย์ถ่วงและมวลที่แม่นยำ เพราะดาวเทียมที่โคจรด้วยความเร็ว 7 กิโลเมตรต่อวินาที (เท่ากับความเร็วลูกปืน) ต้องนิ่งพอที่จะถ่ายภาพที่ชัดเจนจากระยะไกลได้

3. Thermal Cycling : การทดสอบในห้องควบคุมอุณหภูมิที่แกว่งตั้งแต่ติดลบ 20 องศาเซลเซียส ไปจนถึงร้อนจัด 80 องศาเซลเซียส เพื่อให้มั่นใจว่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จะไม่พังเสียหาย

4. Vacuum Chamber : การดูดอากาศออกเพื่อจำลองสภาวะสูญญากาศ ซึ่งคุณสมบัติของวัสดุเช่นพลาสติกหรือการถ่ายเทความร้อนจะเปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

ดาวเทียม THEOS-2A

THEOS-3: ดาวเทียมที่ "ไทยคิด ไทยสร้าง ไทยใช้"

THEOS-3 ถูกออกแบบมาให้เป็นดาวเทียมที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถปรับเปลี่ยนกล้องถ่ายภาพได้ตามภารกิจ โดยในรุ่นนี้มีการอัปเกรดให้มีแผงโซลาร์เซลล์กางได้ทั้งสองข้างเพื่อการชาร์จพลังงานที่ดียิ่งขึ้น จุดเด่นคือการใช้กล้องความละเอียดปานกลาง 4 ตัว เพื่อให้ได้ความกว้างของภาพ ถึง 20 กิโลเมตร

การปรับสเปกนี้ช่วยให้ดาวเทียมสามารถถ่ายภาพซ้ำที่เดิมได้ทุกวัน (Revisit Time 1 วัน) จากเดิมที่ต้องรอรอบ 2 วัน ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งในการติดตามภัยพิบัติที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว เช่น มวลน้ำท่วม หรือการขยายตัวของไฟป่า โดยมีกำหนดส่งขึ้นสู่อวกาศในปี 2572

ดาวเทียม THEOS-3

แผนยุทธศาสตร์ "Constellation" กลุ่มดาวเทียม 18 ดวง

GISTDA วางแผนการมีกลุ่มดาวเทียม (Constellation) เพื่อสร้างระบบฐานข้อมูลที่สมบูรณ์แบบรวม 18 ดวง ดังนี้

  • THEOS-3 (5 ดวง) : เน้นการเกษตรและการบริหารจัดการน้ำ
  • THEOS-4 (Thermal) : ตรวจจับจุดความร้อน (Hotspot) เพื่อจัดการไฟป่า
  • THEOS-5 (SAR) : ดาวเทียมเรดาร์ 10 ดวงที่สามารถ "ถ่ายทะลุเมฆ" และพายุได้ในทุกสภาพอากาศ แม้ในเวลากลางคืน
  • THEOS-6 : ดาวเทียมความละเอียดสูงเพื่อสานต่องานด้านทรัพยากรป่าไม้

ดาวเทียม THEOS-4

เปิดใจวิศวกรไทย: เมื่ออวกาศเป็นเรื่องของทุกคน

"สุธี ชูศรี" นักเทคโนโลยีอวกาศ วิศวกรจาก GISTDA หนึ่งในทีมผู้พัฒนา THEOS-3 ที่ร่วมบรรยายและพาคณะชมศูนย์ประกอบและทดสอบดาวเทียมแห่งชาติ กล่าวถึงความมุ่งมั่นและความท้าทายในโครงการนี้ไว้อย่างกินใจเมื่อถูกถามว่า รู้สึกยังไงที่ได้ร่วมเป็นคนไทยไม่กี่คนในการสร้างดาวเทียมฝีมือคนไทยในครั้งนี้

"สุธี ชูศรี" นักเทคโนโลยีอวกาศ วิศวกรจาก GISTDA หนึ่งในทีมผู้พัฒนา THEOS-3

"ท้าทายครับ... มันเป็นอะไรที่มองว่าโอกาสในคนไทยยังไม่ได้มีเยอะ... ผมมองว่าท้าทายว่าเราจะทำยังไงให้เทคโนโลยีอวกาศสามารถเข้ามาอยู่ในประเทศไทยได้ทั่วไปเหมือนกับเทคโนโลยีผลิตรถยนต์ เทคโนโลยีเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไปที่ทุกคนถามไปใครก็รู้" สุธี กล่าวด้วยความภูมิใจ

สะท้อนว่าเป้าหมายของ GISTDA ไม่ใช่เพียงแค่การมีดาวเทียม แต่คือการสร้างอุตสาหกรรมอวกาศให้กลายเป็นเรื่องปกติของสังคมไทย เพื่อสร้างงานที่ใช้ทักษะสูงให้กับวิศวกรรุ่นใหม่ที่มีทีมงานเพียง 30 คนในปัจจุบันให้เติบโตขึ้น

พาชมฐาน GISTDA ศรีราชา "ห้องสร้าง THEOS-3" ดาวเทียมฝีมือคนไทย 100%

"เอกราชทางข้อมูล" และผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ

คำถามสำคัญที่มีคำตอบในระหว่างการบรรยายคือ "ทำไมไทยต้องสร้างเอง?" คำตอบที่ได้คือเพื่อ "เอกราชทางข้อมูล" หากเราซื้อดาวเทียมจากต่างชาติ เขาอาจจะล็อกสเปคไม่ให้เราถ่ายพื้นที่บางแห่ง เช่น ฐานทัพ หรือพื้นที่ยุทธศาสตร์ แต่หากเป็นดาวเทียมที่คนไทยพัฒนาเอง เรามีสิทธิ์ขาดในการสั่งถ่ายภาพและจัดการข้อมูลได้ 100%

พาชมฐาน GISTDA ศรีราชา "ห้องสร้าง THEOS-3" ดาวเทียมฝีมือคนไทย 100%

ในเชิงเศรษฐกิจ โครงการ THEOS-3 ประสบความสำเร็จในการผลักดันให้มีการใช้ชิ้นส่วนในประเทศ (Local Content) สูงกว่าร้อยละ 20 จากเดิมที่ตั้งเป้าไว้ร้อยละ 10 ไม่ว่าจะเป็นโครงสร้างอะลูมิเนียม แผงโซลาร์เซลล์ หรือแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์

แม้งบประมาณการสร้างจะอยู่ที่ประมาณ 300-400 ล้านบาทต่อดวง แต่นี่คือการลงทุนใน "ปัญญา" และ "สถาปัตยกรรมต้นแบบ" ที่จะช่วยลดต้นทุนในการสร้างดาวเทียมรุ่นต่อๆ ไปได้อย่างมหาศาล

โครงการ THEOS-3 จึงไม่ใช่เพียงแค่โครงการวิจัย แต่คือการประกาศว่าประเทศไทยพร้อมแล้วที่จะก้าวจาก "ผู้ใช้งาน" ไปสู่ "ผู้ผลิต" เทคโนโลยีอวกาศด้วยนวัตกรรมฝีมือคนไทยอย่างแท้จริง