
Google ยกชุดใหญ่สมาร์ทโฟนพรีเมียม Pixel 11 Series อัปเกรดกล้อง-ชิป Tensor G6
Google เดินหน้ารุกตลาดสมาร์ทโฟนระดับพรีเมียม เปิดตัว Pixel 11 Series ยกเครื่องกล้อง-ชิป Tensor G6 พร้อม AI อัจฉริยะและความปลอดภัยขั้นสูง เริ่มขาย ผ่าน Google Store 20 ส.ค. เคาะราคาเริ่ม 48,718 บาท
KEY
POINTS
- Pixel 11 Series ขับเคลื่อนด้วยชิป Google Tensor G6 ที่ทรงพลังที่สุดของบริษัท ช่วยให้การประมวลผล AI บนอุปกรณ์เร็วขึ้นสูงสุด 3.5 เท่า
- ยกระดับกล้องครั้งใหญ่ โดย Pixel 11 มี Super Zoom 30 เท่า ส่วนรุ่น Pro และ Pro XL มาพร้อมเลนส์เทเลโฟโต้ที่ปรับปรุงใหม่ รองรับ Pro Zoom สูงสุด 120 เท่า
- เปิดตัว 3 รุ่น ได้แก่ Pixel 11, 11 Pro และ 11 Pro XL มาพร้อมดีไซน์ใหม่ที่ลดความหนาของแถบกล้องลง 40% และฟีเจอร์ HiLight สำหรับแจ้งเตือนในรุ่น Pro
Google เปิดตัว Pixel 11, Pixel 11 Pro และ Pixel 11 Pro XL สมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ ยกเครื่องครั้งใหญ่ทั้งดีไซน์ กล้อง และประสิทธิภาพ มาพร้อมชิป Google Tensor G6 ที่เร็วและทรงพลังที่สุดของบริษัท รองรับ Gemini Nano รุ่นล่าสุด พร้อมยกระดับความทนทานและประสบการณ์ AI บนอุปกรณ์
อัปเกรดดีไซน์ ลดความหนาแถบกล้อง 40%
Pixel 11 มาพร้อมดีไซน์ใหม่ที่ใช้กระจกแบบเต็มขอบบริเวณแถบกล้อง โดย Google ลดความหนาของแถบกล้องลง 40% ทำให้ตัวเครื่องแทบไม่มีส่วนที่นูนขึ้นมาเมื่อใช้งานร่วมกับเคส Made by Google ช่วยให้ใส่กระเป๋าได้ง่ายขึ้น และวางบนพื้นผิวเรียบได้โดยไม่โยก
มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ Pistachio, Hibiscus, Frost และ Obsidian
ด้าน Pixel 11 Pro และ Pixel 11 Pro XL ยังคงมีให้เลือก 2 ขนาด พร้อมหน้าจอ Super Actua ที่สว่างที่สุดเท่าที่ Google เคยพัฒนา โดยให้ความสว่างสูงสุด 3,600 nits และเคลือบสารป้องกันรอยขีดข่วนรุ่นใหม่ที่เพิ่มความทนทานต่อรอยขีดข่วนมากกว่ารุ่นก่อนกว่า 2 เท่า
ทั้งสองรุ่นยังใช้ดีไซน์ที่เน้นความทนทานต่อการตกหล่นแบบเดียวกับที่เปิดตัวใน Pixel 9 Series โดยมี 4 สี ได้แก่ Canyon, Fog, Olive และ Obsidian แบบด้าน
สมาร์ทโฟนทั้ง 3 รุ่นเริ่มต้นด้วยความจุ 256GB และรองรับการชาร์จเร็วที่สุดเท่าที่ Google เคยมีมา พร้อม Pixelsnap ในตัว ขณะที่ Pixel 11 และ Pixel 11 Pro รองรับมาตรฐาน Qi 2.2 กำลัง 25W ส่วน Pixel 11 Pro XL สามารถเพิ่มระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ได้สูงสุด 15 ชั่วโมงจากการชาร์จเพียง 15 นาที
เปิดตัว HiLight รับแจ้งเตือนโดยไม่ต้องมองหน้าจอ
Google ยังเปิดตัว HiLight สำหรับ Pixel 11 Pro และ Pixel 11 Pro XL โดยใช้ไฟ LED สีรอบแฟลชกล้องเพื่อแจ้งเตือนข้อมูลสำคัญ ช่วยให้ผู้ใช้รับรู้สถานะของโทรศัพท์ได้โดยไม่ต้องหยิบขึ้นมาดูหน้าจอ
เมื่อเรียกใช้งาน Gemini ไฟ HiLight จะแสดงรูปแบบแสงที่แตกต่างกันเพื่อบอกสถานะว่ากำลังรับฟัง ประมวลผล หรือตอบกลับ ขณะที่สายเรียกเข้าสามารถกำหนดสีเฉพาะให้กับบุคคลสำคัญได้ และ Google เตรียมเพิ่มความสามารถใหม่ในอนาคต เช่น การแจ้งเตือนข้อความจากรายชื่อติดต่อที่ผู้ใช้ชื่นชอบ
ยกเครื่องกล้อง เพิ่ม Super Zoom 30 เท่า
Pixel 11 มาพร้อมเซ็นเซอร์กล้องหลัก 48 ล้านพิกเซลขนาดใหญ่ขึ้น ให้ความไวต่อแสงเพิ่มขึ้น 56% ช่วยยกระดับการถ่ายภาพและวิดีโอในสภาพแสงน้อย ขณะที่เลนส์เทเลโฟโต้ 5 เท่า เมื่อทำงานร่วมกับ Tensor G6 รองรับ Super Zoom สูงสุด 30 เท่า
สำหรับ Pixel 11 Pro และ Pixel 11 Pro XL Google ติดตั้งเซ็นเซอร์กล้องหลักรุ่นใหม่ เพื่อมอบประสิทธิภาพกล้องที่ดีที่สุดของ Pixel พร้อมกล้องเทเลโฟโต้ 48 ล้านพิกเซลที่ได้รับการปรับปรุง โดยใช้เซ็นเซอร์รับภาพขนาดใหญ่ขึ้นและเพิ่มความไวต่อแสง 30%
กล้องเทเลโฟโต้ยังรองรับ Portrait Mode ที่ระยะซูม 5 เท่า ขณะที่ Tensor G6 และโมเดลประมวลผลภาพรุ่นใหม่ช่วยเพิ่มความสามารถของ Pro Zoom สูงสุด 120 เท่า
ด้านการถ่ายภาพในที่แสงน้อย Google อัปเกรด Image Signal Processor หรือ ISP บน Tensor G6 รวมถึงปรับปรุงเซ็นเซอร์และซอฟต์แวร์ใหม่ ทำให้ Night Sight สามารถถ่ายภาพได้เร็วขึ้นสูงสุด 4.5 เท่า โดยยังคงคุณภาพของภาพ
Tensor G6 ดัน AI บนอุปกรณ์เร็วขึ้น 3.5 เท่า
หัวใจสำคัญของ Pixel 11 Series คือ Google Tensor G6 ชิปประมวลผลที่ Google ระบุว่าเร็วและทรงพลังที่สุดของบริษัท โดยออกแบบมาเพื่อทำให้ Pixel ทำงานได้ลื่นไหล เข้าใจผู้ใช้ และให้ความช่วยเหลือได้มากขึ้น
Tensor G6 มาพร้อม CPU ที่ได้รับการอัปเกรด ช่วยเพิ่มความเร็วในการท่องเว็บ 25% และทำให้การเปิดแอปเร็วขึ้น 15% ขณะที่ประสิทธิภาพการประมวลผลของ TPU เพิ่มขึ้น 50%
เมื่อทำงานร่วมกับ Gemini Nano รุ่นล่าสุด Tensor G6 สามารถประมวลผลงาน AI บนอุปกรณ์ได้เร็วขึ้นสูงสุด 3.5 เท่า พร้อมใช้พลังงานน้อยลงสูงสุด 3.5 เท่า
Google ยังยกระดับความปลอดภัยด้วยชิป Titan M3 และ Tensor G6 ที่ทำงานร่วมกันเป็นระบบป้องกันใหม่ พร้อมนำเทคโนโลยีการเข้ารหัสหลังยุคควอนตัม หรือ Post-Quantum Cryptography มาใช้กับระบบ Secure Boot เพื่อรับมือกับภัยคุกคามในปัจจุบันและความเสี่ยงจากการโจมตีด้วยคอมพิวเตอร์ควอนตัมในอนาคต
เปิดพรีออร์เดอร์ เริ่ม 48,718 บาท
Google ระบุว่า Pixel 11 Series ทุกรุ่นจะได้รับการอัปเดตระบบปฏิบัติการ ความปลอดภัย และ Pixel Drop เป็นเวลา 7 ปีนับจากวันเปิดตัว ขณะที่ Pixel 11 Pro และ Pixel 11 Pro XL มาพร้อมสิทธิ์ใช้งาน Google AI Pro เป็นเวลา 6 เดือนสำหรับผู้ใช้ที่มีคุณสมบัติตามเงื่อนไข โดยรวมถึงการใช้งาน Gemini ในระดับที่สูงขึ้น พื้นที่จัดเก็บข้อมูลบนคลาวด์ 5TB และ Google Health Premium
นอกจากนี้ Google เปิดตัวเคสรุ่นใหม่ รวมถึง Clear Case และสีใหม่ของ Pixelsnap Ring Stand เพื่อให้ผู้ใช้สามารถเลือกจับคู่กับตัวเครื่องได้
สำหรับราคา Pixel 11, Pixel 11 Pro และ Pixel 11 Pro XL เปิดให้สั่งจองล่วงหน้าแล้ว โดยมีราคาแนะนำเริ่มต้นที่ 1,499 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 48,718 บาท), 1,849 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 60,093 บาท) และ 2,099 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 68,218 บาท) ตามลำดับ โดยคำนวณจากอัตรา 32.5 บาทต่อ 1 ดอลลาร์สหรัฐ
สมาร์ทโฟนทั้ง 3 รุ่นจะเริ่มวางจำหน่ายผ่าน Google Store และร้านค้าพันธมิตรตั้งแต่วันที่ 20 สิงหาคมเป็นต้นไป







