thansettakij
thansettakij
เตือนภัยใกล้ตัว! วิธีสังเกตและรับมืออีเมล์อันตราย ก่อนตกเป็นเหยื่อไซเบอร์

เตือนภัยใกล้ตัว! วิธีสังเกตและรับมืออีเมล์อันตราย ก่อนตกเป็นเหยื่อไซเบอร์

14 ส.ค. 69 | 05:24 น.
อัปเดตล่าสุด :14 ส.ค. 69 | 05:32 น.

อีเมล์ยังเป็นช่องทางสำคัญในการทำงาน แต่กลับเป็นจุดเริ่มต้นของภัยไซเบอร์ มิจฉาชีพใช้ไฟล์แนบและลิงก์ปลอมหลอกขโมยข้อมูล แนะวิธีสังเกตและรับมือ

KEY

POINTS

  • มิจฉาชีพมักใช้อีเมล์หลอกลวงโดยปลอมเป็นหน่วยงานที่น่าเชื่อถือ เพื่อหลอกให้คลิกลิงก์ปลอมหรือเปิดไฟล์แนบที่ซ่อนมัลแวร์
  • วิธีสังเกตเบื้องต้นคือตรวจสอบที่อยู่อีเมล์ผู้ส่งอย่างละเอียด ระวังข้อความที่สร้างความตื่นตระหนก และไม่เปิดไฟล์แนบหรือคลิกลิงก์ที่ไม่คาดคิด
  • ก่อนคลิกลิงก์ควรนำเมาส์ไปวางเพื่อดู URL ปลายทาง และหากไม่แน่ใจควรยืนยันข้อมูลกับหน่วยงานต้นทางผ่านช่องทางอื่นโดยตรง

ในยุคดิจิทัลที่อีเมล์กลายเป็นช่องทางหลักในการสื่อสารและทำงาน ภัยคุกคามทางไซเบอร์ที่พบได้บ่อยและอาจสร้างความเสียหายได้อย่างรวดเร็ว มักเริ่มต้นจากอีเมล์หลอกลวงเพียงฉบับเดียว โดยมิจฉาชีพจะปลอมแปลงอีเมลให้ดูน่าเชื่อถือ เสมือนส่งมาจากธนาคาร หน่วยงานรัฐ บริษัท หรือแม้แต่เพื่อนร่วมงาน ก่อนหลอกให้ผู้รับเปิดไฟล์แนบ คลิกลิงก์ หรือเปิดเผยข้อมูลสำคัญ

ศูนย์เฝ้าระวังการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล – PDPC Eagle Eye แนะนำให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังต่ออีเมล์ที่มีลักษณะผิดปกติ โดยเฉพาะอีเมลที่ขอข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลทางการเงิน รหัสผ่าน หรือเร่งให้ดำเนินการผ่านลิงก์และไฟล์แนบ เพราะอาจเป็นช่องทางที่มิจฉาชีพใช้หลอกเอาข้อมูลไปใช้ต่อ

ไฟล์แนบธรรมดา อาจซ่อนมัลแวร์

หนึ่งในวิธีที่มิจฉาชีพนิยมใช้ คือการส่งไฟล์แนบที่ดูเหมือนเอกสารทั่วไป เช่น Word, Excel, PDF หรือไฟล์บีบอัดอย่าง ZIP โดยอาจตั้งชื่อไฟล์ให้เกี่ยวข้องกับงาน ใบแจ้งหนี้ เอกสารทางราชการ หรือเหตุการณ์ที่ผู้รับคุ้นเคย เพื่อเพิ่มโอกาสให้เหยื่อเปิดไฟล์

 

เมื่อเปิดไฟล์ที่เป็นอันตราย อาจนำไปสู่การติดตั้งมัลแวร์หรือแรนซัมแวร์ในเครื่อง ส่งผลให้ข้อมูลสำคัญถูกล็อกเพื่อเรียกค่าไถ่ หรือถูกขโมยรหัสผ่านและข้อมูลต่าง ๆ ไปใช้ในทางมิชอบ

จุดที่ต้องระวังคือ ไฟล์อันตรายไม่ได้จำเป็นต้องมีชื่อแปลกหรือดูน่ากลัวเสมอไป เพราะมิจฉาชีพสามารถตั้งชื่อไฟล์ให้ดูเหมือนเอกสารที่เกี่ยวข้องกับผู้รับได้ ดังนั้น หากเป็นไฟล์ที่ไม่ได้คาดว่าจะได้รับ หรือผู้ส่งไม่เคยแจ้งล่วงหน้าว่าจะมีการส่งเอกสารมา ควรหยุดและตรวจสอบก่อนเปิดทุกครั้ง

เตือนภัยใกล้ตัว! วิธีสังเกตและรับมืออีเมล์อันตราย ก่อนตกเป็นเหยื่อไซเบอร์

ลิงก์ปลอม หลอกถึงหน้าเว็บไซต์จริง

อีกกลยุทธ์สำคัญคือการส่งลิงก์หลอกลวง หรือฟิชชิ่ง (Phishing) โดยลิงก์ดังกล่าวอาจนำไปยังเว็บไซต์ปลอมที่ออกแบบหน้าตาให้คล้ายกับเว็บไซต์จริง เพื่อหลอกให้ผู้ใช้งานกรอกข้อมูลส่วนตัว รหัสผ่าน หรือข้อมูลบัตรเครดิต

บางครั้งข้อความในอีเมล์อาจระบุว่า “บัญชีของคุณกำลังจะถูกระงับ” “กรุณายืนยันตัวตน” หรือ “มีธุรกรรมผิดปกติ” พร้อมแนบลิงก์ให้กดเพื่อแก้ไขปัญหา ยิ่งทำให้ผู้รับเกิดความกังวลและรีบดำเนินการโดยไม่ทันตรวจสอบ

นอกจากนี้ ลิงก์บางประเภทอาจนำไปยังเว็บไซต์ที่มีโค้ดอันตราย ซึ่งอาจทำให้มัลแวร์ถูกดาวน์โหลดเข้าสู่อุปกรณ์โดยที่ผู้ใช้ไม่ทันระวัง

5 วิธีสังเกตอีเมล์อันตราย

1. ตรวจสอบที่อยู่อีเมล์ผู้ส่งให้ละเอียด

อย่าดูเพียงชื่อผู้ส่งที่แสดงบนหน้าจอ แต่ควรตรวจสอบที่อยู่อีเมลจริงด้วยว่าถูกต้องและตรงกับหน่วยงานหรือบุคคลที่กล่าวอ้างหรือไม่ เพราะมิจฉาชีพอาจใช้ที่อยู่อีเมล์ที่สะกดผิดเพียงเล็กน้อย หรือใช้ชื่อที่ใกล้เคียงกับองค์กรจริงเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ

2. อย่าหลงกลข้อความเร่งด่วน

อีเมลหลอกลวงมักสร้างความตื่นตระหนก เช่น แจ้งว่าบัญชีจะถูกระงับ มีหนี้หรือยอดเงินค้างชำระ มีธุรกรรมผิดปกติ หรือได้รับรางวัล เพื่อกดดันให้ผู้รับรีบคลิกลิงก์หรือเปิดไฟล์โดยไม่ตรวจสอบ

เมื่อเจอข้อความลักษณะนี้ ควรหยุดตั้งสติและตรวจสอบข้อมูลก่อนดำเนินการใด ๆ

3. ตรวจสอบลิงก์ก่อนคลิก

นำเมาส์ไปวางบนลิงก์โดยไม่ต้องคลิก เพื่อดู URL ปลายทางที่ปรากฏขึ้นมา หากที่อยู่เว็บไซต์ไม่ตรงกับหน่วยงานที่อ้างถึง เป็นลิงก์ที่ถูกย่อ หรือมีชื่อโดเมนที่ดูผิดปกติ ควรหลีกเลี่ยงการคลิก

ทางที่ปลอดภัยกว่าคือ หากต้องการเข้าเว็บไซต์ของธนาคารหรือหน่วยงานใด ให้พิมพ์ชื่อเว็บไซต์ด้วยตนเอง หรือใช้แอปพลิเคชันทางการแทนการกดลิงก์จากอีเมล์

4. อย่าเปิดไฟล์แนบที่ไม่คาดคิด

หากไม่ได้รับแจ้งล่วงหน้าว่าจะมีการส่งไฟล์ หรืออีเมล์มาจากบุคคลที่ไม่รู้จัก ควรถือเป็นสัญญาณเตือนและอย่าเพิ่งเปิดไฟล์แนบ โดยเฉพาะไฟล์ที่มีลักษณะผิดปกติหรือไม่เกี่ยวข้องกับงานที่กำลังดำเนินการ

หากเป็นอีเมลจากคนที่รู้จัก แต่เนื้อหาหรือไฟล์แนบดูผิดปกติ ควรติดต่อผู้ส่งผ่านช่องทางอื่นเพื่อยืนยันก่อนเปิดไฟล์ เพราะบัญชีของผู้ส่งเองก็อาจถูกแฮ็กได้

5. ยืนยันข้อมูลผ่านช่องทางอื่น

หากได้รับอีเมล์ที่อ้างว่ามาจากธนาคาร หน่วยงานรัฐ หรือองค์กรสำคัญ และมีข้อความให้ดำเนินการบางอย่าง แต่ยังไม่มั่นใจ ให้ตรวจสอบผ่านช่องทางอื่น เช่น พิมพ์ชื่อเว็บไซต์หลักด้วยตนเอง หรือโทรศัพท์สอบถามหน่วยงานโดยตรง

ที่สำคัญ ไม่ควรใช้หมายเลขโทรศัพท์ ลิงก์ หรือช่องทางติดต่อที่ระบุอยู่ในอีเมล์ต้องสงสัย เพราะข้อมูลเหล่านั้นอาจถูกสร้างขึ้นโดยมิจฉาชีพเพื่อหลอกต่ออีกทอดหนึ่ง

หากเผลอคลิกไปแล้ว ต้องรีบทำอย่างไร

หลายคนอาจคิดว่าเมื่อเผลอคลิกลิงก์ไปแล้วก็ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้ แต่ในความเป็นจริง สิ่งสำคัญคือการรีบจำกัดความเสียหาย

หากยังไม่ได้กรอกข้อมูลใด ๆ ให้ปิดหน้าเว็บไซต์ดังกล่าวทันที และอย่าดาวน์โหลดหรือติดตั้งโปรแกรมเพิ่มเติม หากมีการดาวน์โหลดไฟล์โดยไม่ตั้งใจ ควรหลีกเลี่ยงการเปิดไฟล์และตรวจสอบอุปกรณ์

หากเผลอกรอกรหัสผ่านลงในเว็บไซต์ปลอม ควรรีบเปลี่ยนรหัสผ่านจากเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันทางการ และหากใช้รหัสผ่านเดียวกันกับบริการอื่น ควรเปลี่ยนในบัญชีเหล่านั้นด้วย

กรณีมีการเปิดเผยข้อมูลบัตรเครดิต บัตรเดบิต หรือข้อมูลทางการเงิน ควรรีบติดต่อธนาคารหรือผู้ให้บริการผ่านช่องทางทางการเพื่อระงับหรือเฝ้าระวังธุรกรรมที่ผิดปกติ

อย่าตอบกลับอีเมล์ต้องสงสัย

อีกข้อควรระวังคือการตอบกลับอีเมล์ที่น่าสงสัย เพราะอาจเป็นการยืนยันให้มิจฉาชีพทราบว่าอีเมล์ของเรามีผู้ใช้งานอยู่ และอาจนำไปสู่การส่งข้อความหลอกลวงเพิ่มเติม

หากตรวจสอบแล้วพบว่าเป็นอีเมล์หลอกลวง ควรหลีกเลี่ยงการตอบกลับ ไม่คลิกลิงก์ ไม่เปิดไฟล์แนบ และลบอีเมล์ออกจากกล่องจดหมาย

หยุดคิดก่อนคลิก ลดความเสี่ยงได้

ภัยจากอีเมล์ไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะกับผู้ใช้งานทั่วไป แต่สามารถเกิดขึ้นกับองค์กรและพนักงานที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลสำคัญได้เช่นกัน เพราะมิจฉาชีพใช้วิธีสร้างสถานการณ์ให้ผู้รับรู้สึกว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนและต้องดำเนินการทันที

ดังนั้น ก่อนคลิกลิงก์หรือเปิดไฟล์ใด ๆ ควรใช้หลักง่าย ๆ คือ “หยุด-ตรวจสอบ-ยืนยัน” หยุดก่อนดำเนินการ ตรวจสอบผู้ส่ง ลิงก์ และไฟล์แนบ และยืนยันกับหน่วยงานหรือบุคคลต้นทางผ่านช่องทางอื่น

การระมัดระวังเพียงไม่กี่วินาทีก่อนคลิก อาจช่วยป้องกันการสูญเสียข้อมูลส่วนบุคคล รหัสผ่าน ทรัพย์สิน และลดโอกาสที่อุปกรณ์จะถูกโจมตีจากมัลแวร์ได้

หลักสำคัญคือ “ไม่แน่ใจ อย่าเพิ่งคลิก” เพราะอีเมลเพียงฉบับเดียวอาจเป็นจุดเริ่มต้นของความเสียหายที่ใหญ่กว่าที่คาดคิด