
โสมาภา ไอที นำเทคโนโลยีไทยบุกแอฟริกา ยกระดับระบบชายแดนไลบีเรีย
เทคโนโลยีไทยสู่เวทีโลก "โสมาภา ไอที" ขยายธุรกิจสู่แอฟริกา ผ่านโครงการ eBorder ในไลบีเรีย พัฒนาระบบร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไลบีเรีย
KEY
POINTS
- เทคโนโลยีไทยสู่เวทีโลก : Somapa IT ขยายธุรกิจสู่แอฟริกา ผ่านโครงการ eBorder ในไลบีเรีย
- พัฒนาระบบร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไลบีเรีย ตั้งแต่การออกแบบ สำรวจพื้นที่ ถ่ายทอดองค์ความรู้ จนเปิดใช้งานระบบ eBorder ณ ท่าอากาศยานนานาชาติโรเบิร์ตส์
- สร้างความร่วมมือ ถ่ายทอดทักษะ และวางรากฐานการบริหารจัดการชายแดนดิจิทัลให้ไลบีเรียในระยะยาว
ท่ามกลางการแข่งขันของอุตสาหกรรมเทคโนโลยีโลก ผู้ประกอบการไทยเริ่มก้าวข้ามการเป็นผู้รับจ้างพัฒนาระบบ สู่การส่งออกองค์ความรู้และนวัตกรรมสู่ต่างประเทศ ล่าสุด บริษัท โสมาภา อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) (Somapa Information Technology PCL.) ผู้พัฒนาระบบบริหารจัดการชายแดนและระบบตรวจคนเข้าเมืองของไทย นำเทคโนโลยีบริหารจัดการชายแดนและระบบตรวจคนเข้าเมืองเข้าสู่ประเทศไลบีเรีย นับเป็นโครงการแรกในทวีปแอฟริกา ภายใต้ยุทธศาสตร์ Breaking Through the Global ที่มุ่งขยายธุรกิจจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้สู่ตลาดใหม่ทั่วโลก
เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไลบีเรีย (Liberia Immigration Service : LIS) เปิดใช้งาน Liberia eBorder Solution - Foundation Program ณ ท่าอากาศยานนานาชาติโรเบิร์ตส์ ซึ่งเป็นระบบบริหารจัดการการเดินทางเข้า-ออกประเทศแบบดิจิทัลที่ Somapa IT ร่วมพัฒนากับรัฐบาลไลบีเรีย เพื่อยกระดับความมั่นคงชายแดน เพิ่มประสิทธิภาพการตรวจคนเข้าเมือง และเสริมศักยภาพการบริหารจัดการข้อมูลด้านความมั่นคงของประเทศ
18 เดือนจากข้อตกลง สู่การใช้งานจริง
“โสมาภา ไอที” และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไลบีเรียทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 18 เดือน หลังลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) เมื่อเดือนธันวาคม 2567 ทีมวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญของ “โสมาภา ไอที” ได้ลงพื้นที่สำรวจด่านชายแดน สนามบิน และร่วมประชุมเชิงปฏิบัติการกับเจ้าหน้าที่ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองไลบีเรีย รวมถึงทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ทั้งการบินพลเรือน การท่าอากาศยาน กระทรวงคมนาคม หน่วยงานด้านความมั่นคง และสาธารณสุข เพื่อออกแบบระบบที่สอดคล้องกับสภาพการปฏิบัติงานจริงของประเทศ
นายศุภประเสริฐ วงศ์สุวรรณ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โสมาภา อินฟอร์เมชั่น เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทดำเนินธุรกิจภายใต้แนวคิด "Service and Expertise Company" โดยให้ความสำคัญกับการทำงานร่วมกับลูกค้า ถ่ายทอดองค์ความรู้ และพัฒนาศักยภาพของบุคลากร เพื่อให้ประเทศเจ้าของโครงการสามารถบริหารจัดการระบบได้ด้วยตนเองในระยะยาว มากกว่าการเป็นเพียงผู้จำหน่ายระบบเทคโนโลยี
"เราไม่ได้เดินทางไปพร้อมกับผลิตภัณฑ์ที่สร้างเสร็จแล้ว แล้วขอให้ประเทศหนึ่งยอมรับมัน เราออกแบบร่วมกัน เราสร้างร่วมกัน เราเรียนรู้ประเทศนั้น เราเรียนรู้ชายแดน และเราเรียนรู้จากผู้คนที่ทำหน้าที่ปกป้องชายแดนเหล่านั้น"
พลิกโฉมระบบบริหารชายแดนไลบีเรีย สนับสนุนการทำงานเจ้าหน้าที่
“โสมาภา ไอที” เริ่มต้นด้วย Foundation Program โครงการนำร่องระยะเวลา 3 เดือน เพื่อรองรับการใช้งานจริงที่ท่าอากาศยานนานาชาติโรเบิร์ตส์ ก่อนขยายสู่ระบบ eBorder เต็มรูปแบบในอนาคต
- ระบบที่เปิดใช้งานสามารถอ่านข้อมูลหนังสือเดินทางอัตโนมัติ
- จัดเก็บข้อมูลชีวมิติ (Biometric)
- ตรวจสอบบุคคลเฝ้าระวังแบบเรียลไทม์
- การตรวจสอบข้อมูลกับฐานข้อมูลบุคคลเฝ้าระวังของ LIS แบบเรียลไทม์
- การค้นหาและวิเคราะห์ข้อมูลการเดินทางจากสำนักงานใหญ่
- การสร้างระบบแจ้งเตือน (Alert) ที่มีผลทันทีเมื่อมีการบันทึกข้อมูลใหม่
- การระบุตัวบุคคลจากข้อมูลอัตลักษณ์ ไม่ใช่เพียงหมายเลขหนังสือเดินทาง ทำให้สามารถตรวจพบบุคคลที่เปลี่ยนเอกสารเดินทางหรือใช้หนังสือเดินทางฉบับใหม่ได้
นอกจากการติดตั้งระบบแล้ว “โสมาภา ไอที” ส่งทีมวิศวกรประจำกรุงมอนโรเวียเพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงาน พร้อมเปิดศูนย์สนับสนุนด้านเทคนิคจากสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพฯ ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อดูแลการใช้งานของเจ้าหน้าที่ไลบีเรียตลอดระยะเวลาโครงการนำร่อง
การเปิดใช้งานระบบดังกล่าวยังได้รับการสนับสนุนจากภาคนิติบัญญัติของไลบีเรีย โดย โมโม ไซรัส (Momo Cyrus) ประธานคณะกรรมาธิการด้านความมั่นคงแห่งชาติและการป้องกันประเทศ วุฒิสภาไลบีเรีย กล่าวชื่นชมความร่วมมือครั้งนี้ พร้อมขอบคุณพันธมิตรทุกภาคส่วนที่มีบทบาทในการผลักดันการยกระดับระบบบริหารจัดการชายแดนของประเทศ และยืนยันว่าจะสนับสนุนการผลักดันด้านกฎหมายและนโยบาย เพื่อให้โครงการสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืนในระยะยาว
โอกาสใหม่ของธุรกิจไทยบนเวทีโลก
ปัจจุบัน Somapa IT มีประสบการณ์ในการพัฒนาระบบบริหารจัดการชายแดน ระบบตรวจคนเข้าเมือง และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลภาครัฐมากว่า 30 ปี โดยมีผลงานในหลายประเทศของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ก่อนขยายธุรกิจสู่ทวีปแอฟริกาเป็นครั้งแรก
ความสำเร็จของโครงการในไลบีเรียจึงไม่เพียงเป็นก้าวสำคัญของบริษัท หากยังสะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพของผู้ประกอบการไทยในการพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถแข่งขันในระดับสากล พร้อมส่งออกทั้งนวัตกรรม ความเชี่ยวชาญ และการถ่ายทอดองค์ความรู้ไปยังประเทศกำลังพัฒนา ซึ่งกำลังเร่งลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและระบบภาครัฐ โดยเฉพาะในภูมิภาคแอฟริกา ซึ่งถือเป็นตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสำหรับผู้ประกอบการไทยในอนาคต







