
ดีอี-MonoMax ลุยปราบเว็บเถื่อนบอลโลก 2026 สั่งบล็อกทันที 24 ชม
กระทรวงดีอี แท็กทีม MonoMax เจ้าของลิขสิทธิ์บอลโลก 2026 และพรีเมียร์ลีก ยกระดับความร่วมมือรัฐ-เอกชน บูรณาการข้อมูลเชิงรุก เจอตรงไหน บล็อกตรงนั้นตลอด 24 ชั่วโมง ปกป้องเศรษฐกิจดิจิทัล
KEY
POINTS
- กระทรวงดีอีร่วมมือกับ MonoMax ผู้ถือลิขสิทธิ์บอลโลก 2026 เพื่อปราบปรามเว็บละเมิดลิขสิทธิ์และเว็บพนันออนไลน์
- ยกระดับมาตรการให้สามารถสั่งปิดกั้น (Take Down) แพลตฟอร์มผิดกฎหมายได้ทันทีตลอด 24 ชั่วโมงเมื่อตรวจพบ
- ในช่วงครึ่งเดือนที่ผ่านมาได้ดำเนินการปิดกั้นลิงก์ผิดกฎหมายที่เกี่ยวข้องไปแล้วกว่า 12,000 URLs
กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จับมือภาคเอกชนคุมเข้มลิขสิทธิ์และความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ โดยล่าสุด นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดีอี หรือ ดีอี ได้ร่วมหารือกับ นายนวมินทร์ ประสพเนตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โมโนเน็กซ์ จำกัด (มหาชน) เพื่อวางมาตรการเชิงรุกในการป้องกันและปราบปรามเว็บไซต์-แพลตฟอร์มพนันออนไลน์ รวมถึงการละเมิดลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026
โชว์ผลงานครึ่งเดือนแรก: สอยร่วงทะลุ 1.2 หมื่น URLs จากการเดินหน้าอย่างจริงจังตั้งแต่วันที่ 10 – 24 มิถุนายน 2569 ศูนย์เฝ้าระวังเว็บไซต์ผิดกฎหมาย กระทรวงดีอี ได้ดำเนินการปิดกั้นลิงก์และแพลตฟอร์มผิดกฎหมายที่เกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์และพนันออนไลน์ไปแล้วรวม 12,671 URLs โดยแบ่งเป็น:
- คำสั่งศาลสั่งปิดกั้น: 4,496 URLs
- ประสานงานโซเชียลมีเดียหลัก (Facebook, Instagram, X, YouTube) เพื่อปิดกั้น: 8,175 URLs
ยกระดับความร่วมมือ "เจอแล้วบล็อกทันที"
ความร่วมมือในครั้งนี้ ถือเป็นการยกระดับไปอีกขั้น เนื่องจาก บริษัท โมโนเน็กซ์ จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ได้รับลิขสิทธิ์อย่างเป็นทางการในการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลก 2026 และฟุตบอลพรีเมียร์ลีก จะเข้ามาบูรณาการข้อมูลร่วมกับกระทรวงดีอีโดยตรง ส่งผลให้เมื่อมีการตรวจพบการละเมิดลิขสิทธิ์หรือเว็บพนัน เจ้าหน้าที่จะสามารถเร่งรัดกระบวนการ และสั่ง "Take Down" หรือปิดกั้นแพลตฟอร์มผิดกฎหมายนั้นได้ในทันที
นางสาวแนน บุณย์ธิดา รมช.ดีอี เน้นย้ำว่า: "รัฐบาลและกระทรวงดีอี ได้จัดทีมเฝ้าระวังและตรวจสอบการกระทำความผิดตลอด 24 ชั่วโมง การได้ภาคเอกชนเข้ามาต่อจิ๊กซอว์ข้อมูลร่วมกัน จะช่วยให้ขั้นตอนการประสานงานและสั่งปิดกั้นทำได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งนี่คือสิ่งสำคัญในการปกป้องประชาชน ลดความเสียหายทางสังคม และช่วยเพิ่มโอกาสในการเติบโตทางเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศอย่างยั่งยืน".







