thansettakij
thansettakij
‘ปลัดดีอี’ แจงยิบ TH-AI Passport ยันกระบวนการทำงานเกือบปี ไม่ใช่ 31 วัน

‘ปลัดดีอี’ แจงยิบ TH-AI Passport ยันกระบวนการทำงานเกือบปี ไม่ใช่ 31 วัน

18 มิ.ย. 69 | 07:18 น.
อัปเดตล่าสุด :18 มิ.ย. 69 | 07:36 น.

‘ปลัดดีอี’ ลั่นกรองงานมาเป็นปีไม่ใช่ลักไก่ 31 วันย้อนถามฝ่ายค้าน “ทำถูกทุกขั้นตอน จะให้ยกเลิกเพราะโดนข้อหาลอย ๆ แล้วใครจะรับผิดชอบตอนเอกชนฟ้อง?”

KEY

POINTS

  • ปลัดกระทรวงดีอีชี้แจงไทม์ไลน์โครงการ TH-AI Passport ว่าใช้เวลาดำเนินการเกือบ 1 ปี ไม่ใช่ 31 วันตามที่ถูกกล่าวหา
  • ฝ่ายค้านโต้แย้งด้วยหลักฐานว่ามีการคัดลอก TOR จากโครงการอื่น ลดระยะเวลาตรวจสอบ และพบแอปพลิเคชันต้องสงสัยที่เชื่อมโยงกับผู้ชนะประมูล
  • ปลัดดีอียืนกรานไม่สามารถยกเลิกโครงการได้ เนื่องจากดำเนินการตามขั้นตอนแล้ว และเสี่ยงที่จะถูกบริษัทเอกชนฟ้องร้องหากยกเลิกตามข้อกล่าวหา

โปรเจกต์ TH-AI Passport มูลค่า 1,621 ล้านบาท ได้กลายสภาพเป็น "สมรภูมิต่างฝ่ายต่างดักทาง" อย่างสมบูรณ์แบบ ในการประชุมร่วม 2 กรรมาธิการฯ เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ซึ่งเผยให้เห็นรอยร้าวลึกและการปะทะทางอารมณ์ขั้นสุดระหว่าง "ข้าราชการประจำ-ฝ่ายค้าน-และพรรคภูมิใจไทย"

นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดีอี เลือกที่จะเปิดเกมสู้ด้วย "ไทม์ไลน์เชิงประวัติศาสตร์" เพื่อโต้แย้งข้อหาลักไก่ประกวดราคาใน 31 วัน โดยลากหลักฐานย้อนกลับไปไกลถึง:

  • พฤษภาคม 2565 (ยุคบิ๊กตู่): เริ่มตั้งไข่แผนปฏิบัติการ AI แห่งชาติ
  • พฤษภาคม 2568 (ยุคเศรษฐา): เคาะเป้าหมายเชิงรุกดันคนเข้าถึง AI 20 ล้านคน
  • ตุลาคม 2568 (รัฐบาลอนุทิน): เมื่อเปลี่ยนผ่านรัฐบาล งบปกติหมด จึงต้องหันไปพึ่งเงินหมุนเวียน "กองทุนดีอี" ที่มีหน้าตักอยู่เกือบ 2,000 ล้านบาท

 

ปลัดดีอี ยืนยันหนักแน่นว่า เงินกองทุนนี้ไม่ได้ดึงไปใช้ง่ายๆ เพราะต้องผ่าน "บอร์ดกลาง" ที่เป็นคนนอกและผู้ทรงคุณวุฒิไอทีสแกนอย่างยิบย่อย กว่าจะคลอดออกมาเป็น TOR และเซ็นสัญญาเมื่อ 14 เมษายน 2569 รวมระยะเวลากรองงานเกือบ 1 ปีเต็ม!

พรรคส้มงัดหลักฐาน "ก๊อปปี้ TOR-แอปฯ บังเอิญหน้าเหมือน"

แม้ปลัดจะกางไทม์ไลน์สู้ แต่ นางสาวรักชนก ศรีนอก ก็จัดหนักด้วยหลักฐานจับพิรุธว่า TOR โครงการนี้มีเนื้อหาซ้ำซ้อนกับโครงการ National Credit Bank ของกระทรวง อว. แบบคำต่อคำสูงถึง 99.99% ซ้ำร้าย นายธีระชาติ ก่อตระกูล ทีมงานผู้นำฝ่ายค้าน ยังแฉซ้ำว่าแอบพบลักษณะการร่นเวลาตรวจงาน ครม.เศรษฐกิจ จาก 90 วันเหลือ 30 วัน แถมพ่วงเงื่อนไขซื้อจอโฆษณาในร้านสะดวกซื้อ และการค้นพบแอปพลิเคชันชื่อเดียวกันเป๊ะใน App Store ก่อนจะโดนลบหายไปอย่างมีเงื่อนงำ ซึ่งโยงใยไปถึงผู้รับประโยชน์คนสุดท้ายที่มีความสัมพันธ์เชิงธุรกิจกับผู้ชนะประมูล

"เท้ง ณัฐพงษ์" โผล่กลางวง จี้ ป.ป.ช. ใช้ "สามัญสำนึก" ตรวจผลประโยชน์ทับซ้อน

ดีกรีความเดือดพุ่งทะลุปรอทเมื่อ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน โผล่เข้ามากลางห้องประชุมหลังจากดูไลฟ์สด พร้อมยิงคำถามตรงไปที่ตัวแทน ป.ป.ช. (ผู้อำนวยการสำนักมาตรการป้องกันการทุจริต) ให้ใช้ "สามัญสำนึก" พิจารณาจากพฤติการณ์แวดล้อม ทั้งเรื่องแอปฯ ปริศนา และการล็อกสเปกเอื้อทุนใหญ่ ว่าเข้าข่ายมีดีลหลังบ้านและผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่

 

บรรยากาศการประชุมกรรมาธิการ 2 ฝ่าย โปรเจกต์ TH-AI Passport มูลค่า 1,621 ล้านบาท

ภูมิใจไทยเดือด! ซัดฉากหน้า "เซ็ตอัพ" – ชาดายอมรับสัมพันธ์ Plan B แต่ท้า "แน่จริงไปฟ้อง ป.ป.ช."

การโผล่มาของหัวหน้าพรรคส้ม ทำเอา นายศุภชัย ใจสมุทร แกนนำภูมิใจไทยตบโต๊ะประท้วงทันที โดยมองว่ากรรมาธิการชุดนี้ไม่ได้มาตรวจสอบตามเนื้อผ้า แต่เป็นการ "เซ็ตอัพและเตี๊ยมกันมา" เพื่อดิสเครดิตทางการเมือง ก่อนจะประกาศวอล์กเอาท์ไม่ขอร่วมสังฆกรรม

ขณะที่ นายชาดา ไทยเศรษฐ์ สส.อุทัยธานี ก่อนจะลุกออกจากห้องประชุมไปหาหมอ ได้ทิ้งฝีปากระดับตำนานไว้ โดยยอมรับแบบแมนๆ ว่า “เรื่องหน้าจอของบริษัท แพลนบี (Plan B) ยอมรับว่าผู้บริหารมีความเกี่ยวข้องกับพรรคภูมิใจไทยจริง! แต่ถ้าพวกคุณคิดว่าทุจริต ล็อกสเปก หรือมีเงื่อนงำ ไม่ต้องมานั่งตั้งคำถามด้อยค่าโครงการรัฐบาลในห้องนี้ ให้รวบรวมหลักฐานทั้งหมดไปยื่น ป.ป.ช. เลย ทำให้น้องๆ เต็มที่ ผมไม่เอาอนาคตการเมืองมาเสี่ยงทำลายประเทศอยู่แล้ว”

ก่อนเดินออก ชาดายังโดน ไอซ์ รักชนก ฝากประโยคแซ่บไปถึงนายกฯ อนุทิน ว่าคนของภูมิใจไทยป่วนประชุม ขณะที่ไอซ์ยื่นคำขาด  "เรารู้ว่า AI มีประโยชน์ แต่โครงการรอบนี้ 1,600 ล้านมันสกปรก ท่านต้องยกเลิกแล้วไปตั้งไข่ใหม่ในงบปกติปี 71 ทำไมถึงเลือกจะเดินลุยไฟ?"

ในช่วงท้ายของการประชุม ปลัดพชร ถึงกับเก็บอารมณ์ไม่อยู่ ตอกกลับฝั่งฝ่ายค้านด้วยบริบทของข้าราชการประจำแบบเนื้อๆ เน้นๆ

“เรานำโครงการนี้ไปขอในงบปี 70 ด้วย แต่การที่ท่านมากล่าวหาว่าทุจริต ทั้งที่เราทำตามกระบวนการทุกอย่าง แล้วอยู่ๆ จะมาสั่งให้พวกผมยกเลิกด้วยเหตุอะไร? เหตุเพราะถูกตั้งข้อหาลอยๆ ในสภาเหรอ? แล้วถ้าบริษัทเอกชนเขาฟ้องร้องกระทรวงขึ้นมา ใครจะรับผิดชอบ? ขอให้เข้าใจบริบทราชการด้วย!”

ร้อนถึง รังสิมันต์ โรม ที่ต้องรีบเบรกเกมและปลอบใจว่า "เข้าใจความรู้สึกของปลัด" แต่ยืนยันว่าฝ่ายค้านก็ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเข้มข้นที่สุด.