
Stablecoins หนุนโอนเงินอาเซียน ครองตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลกว่า 50%
Stablecoins ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นในอาเซียนจากการเป็นช่องทางโอนเงินต้นทุนต่ำและใช้ป้องกันความเสี่ยงจากค่าเงิน จนมีสัดส่วนมากกว่า 50% ของกระแสเงินหมุนเวียนในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของภูมิภาค
KEY
POINTS
- Stablecoins ครองสัดส่วนมากกว่า 50% ของกระแสเงินหมุนเวียนในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของอาเซียน
- มีบทบาทสำคัญในการโอนเงินข้ามพรมแดนในภูมิภาค เนื่องจากช่วยลดต้นทุนและมีความผันผวนของมูลค่าต่ำ
- ปัจจัยหนุนความนิยมมาจากการใช้เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากค่าเงินท้องถิ่น และเป็นประตูเชื่อมสู่ระบบการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi)
- เวียดนามเป็นประเทศที่โดดเด่นด้านการยอมรับสินทรัพย์ดิจิทัลในภูมิภาค ขณะที่ทวีปเอเชียมีส่วนแบ่งการซื้อขาย Stablecoins ถึง 30% ของทั้งโลก
รายงาน Asia Capital Markets Report 2026 ของ OECD ชี้ว่าตลาดทุนเอเชียยังเผชิญแรงกดดันจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายภาษีการค้าในช่วงปี 2025 ถึงต้นปี 2026 แต่ยังคงมีบทบาทสำคัญต่อการระดมทุนระดับโลก ขณะเดียวกันรายงานยังสะท้อนการเติบโตอย่างรวดเร็วของตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลในภูมิภาค โดยเฉพาะ Stablecoins ที่มีบทบาทเพิ่มขึ้นทั้งในด้านการโอนเงินข้ามพรมแดน การบริหารสภาพคล่อง และการเข้าถึงบริการทางการเงินดิจิทัล
Stablecoins กลายเป็นเครื่องมือสำคัญของการโอนเงินในอาเซียน
Stablecoins มีบทบาทสำคัญอย่างมากต่อการโอนเงินระหว่างประเทศ (Remittances) ภายในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะในช่วงที่การทำธุรกรรมข้ามพรมแดนมีความต้องการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือการเป็นช่องทางทางเลือกที่ช่วยลดต้นทุนการโอนเงินได้ โดยเฉพาะในเส้นทางการโอนเงินที่มีค่าธรรมเนียมสูง (High-cost corridors) ซึ่ง Stablecoins โดยเฉพาะ Tether (USDT) สามารถเข้ามาแทนที่ช่องทางดั้งเดิมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
นอกจากนี้ Stablecoins ยังมีความผันผวนของราคาต่ำกว่าสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทอื่น เนื่องจากมีการผูกมูลค่าไว้กับสินทรัพย์อ้างอิง เช่น สกุลเงินกระดาษ (Fiat Currency) ทำให้เหมาะสำหรับการโอนมูลค่าและการชำระเงินมากกว่า
ปัจจัยที่ทำให้ Stablecoins ได้รับความนิยมในอาเซียน
การเติบโตของ Stablecoins ในอาเซียนได้รับแรงสนับสนุนจากหลายปัจจัย ได้แก่ เป็นช่องทางโอนเงินระหว่างประเทศที่มีต้นทุนต่ำ มีความผันผวนของราคาต่ำเมื่อเทียบกับสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทอื่น ใช้เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของสกุลเงินท้องถิ่นในประเทศตลาดเกิดใหม่ สามารถอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมข้ามพรมแดนในพื้นที่ที่มีมาตรการควบคุมเงินทุน (Capital Controls) ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างเงินตราปกติ (Fiat Money) กับสินทรัพย์ดิจิทัลอื่น ๆ สนับสนุนกิจกรรมด้านการซื้อขาย การกู้ยืม และการเสริมสภาพคล่องในระบบนิเวศ DeFi
อีกปัจจัยสำคัญคือโครงสร้างประชากรของอาเซียน ซึ่งมีฐานผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตที่เติบโตอย่างรวดเร็ว และมีประชากรคนรุ่นใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี (Tech-savvy) พร้อมเปิดรับระบบการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi)
Stablecoins ครองสัดส่วนกว่า 50% ของกระแสเงินหมุนเวียนสินทรัพย์ดิจิทัลในอาเซียน
ข้อมูลระบุว่า Stablecoins มีสัดส่วนอย่างน้อย 50% ของกระแสเงินหมุนเวียนในสินทรัพย์ดิจิทัลทั้งหมดของกลุ่มประเทศอาเซียนในช่วงปี 2020-2022 และสัดส่วนดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นอีกหลังจากตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลเข้าสู่ภาวะขาลงในปี 2022
ปัจจัยที่สนับสนุนให้ Stablecoins มีสัดส่วนการใช้งานสูง ได้แก่ ความสามารถในการโอนเงินระหว่างประเทศด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่า ความผันผวนของราคาที่ต่ำ การใช้เป็นเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงจากค่าเงิน การเป็นเครื่องมือพื้นฐานสำหรับการเข้าถึงระบบ DeFi ความต้องการของนักลงทุนรายย่อยที่ต้องการเข้าถึงโอกาสใหม่ ๆ ในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล
นอกจากนี้ การมีส่วนร่วมของนักลงทุนรายย่อยในอาเซียนยังได้รับแรงขับเคลื่อนจากการเก็งกำไรและความกลัวที่จะตกขบวน (FOMO) ซึ่ง Stablecoins เป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้สามารถเข้าสู่กิจกรรมดังกล่าวได้
เอเชียครอง 30% ของกิจกรรมซื้อขาย Stablecoins ทั่วโลก
ข้อมูลระบุว่าในปี 2025 ภูมิภาคเอเชียมีส่วนแบ่งกิจกรรมการซื้อขาย Stablecoins คิดเป็น 30% ของทั้งโลก สะท้อนถึงระดับการยอมรับและความนิยมในการใช้งาน Stablecoins ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในภูมิภาค
ประเทศใดในอาเซียนโดดเด่นด้านการใช้งานสินทรัพย์ดิจิทัล
แม้ข้อมูลจะไม่ได้ระบุว่าประเทศใดใช้ Stablecoins เพื่อป้องกันเงินเฟ้อหรือความเสี่ยงจากค่าเงินมากที่สุดเป็นอันดับหนึ่ง แต่ได้ชี้ให้เห็นว่าเวียดนามเป็นประเทศที่โดดเด่นที่สุดในด้านกิจกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลเมื่อเทียบกับขนาดเศรษฐกิจ
ในช่วงปี 2024-2025 เวียดนามมีเงินทุนไหลเข้าสินทรัพย์ดิจิทัลคิดเป็นมูลค่าสูงถึง 55% ของ GDP และยังติด 1 ใน 10 ประเทศที่มีอัตราการยอมรับคริปโตสูงที่สุดในโลกในปี 2024
ขณะเดียวกัน ข้อมูลยังระบุว่ากิจกรรมคริปโตในประเทศอย่างปากีสถานและกัมพูชามีความสัมพันธ์กับการพึ่งพาเงินตราต่างประเทศ ช่องทางดิจิทัลสำหรับการโอนเงิน และข้อจำกัดในระบบการเงินปกติ
เหตุผลที่เวียดนามมีสัดส่วนธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลสูงเมื่อเทียบกับ GDP
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้เวียดนามมีสัดส่วนเงินทุนไหลเข้าสินทรัพย์ดิจิทัลสูงถึง 55% ของ GDP ในช่วงปี 2024-2025 ประกอบด้วย
1. ขนาด GDP ที่เล็กกว่าเศรษฐกิจขนาดใหญ่
เมื่อเปรียบเทียบมูลค่าธุรกรรมสินทรัพย์ดิจิทัลกับฐาน GDP ที่ยังมีขนาดไม่ใหญ่มาก ทำให้สัดส่วนที่คำนวณออกมาสูงกว่าหลายประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่กว่า
2. การพึ่งพาช่องทางดิจิทัลและเงินตราต่างประเทศ
เวียดนามมีการพึ่งพาช่องทางดิจิทัลและเงินตราต่างประเทศในการทำธุรกรรมและการชำระเงินมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสินทรัพย์ดิจิทัลสามารถตอบโจทย์ความต้องการดังกล่าวได้
3. อัตราการยอมรับคริปโตในระดับสูง
เวียดนามติดอันดับ 1 ใน 10 ประเทศที่มีอัตราการยอมรับคริปโตสูงที่สุดของโลกในปี 2024 สะท้อนถึงการใช้งานที่แพร่หลายในระดับประชาชน
4. โครงสร้างประชากรที่เอื้อต่อการเติบโต
ประเทศมีฐานผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตที่เติบโตอย่างรวดเร็ว และมีประชากรคนรุ่นใหม่ที่มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยี ซึ่งมีความสนใจในการเข้าร่วมระบบการเงินแบบกระจายศูนย์ (DeFi)
5. ความต้องการโอนเงินระหว่างประเทศ
สินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะ Stablecoins ถูกใช้เป็นช่องทางทางเลือกสำหรับการโอนเงินกลับประเทศ เนื่องจากมีต้นทุนต่ำกว่าและรวดเร็วกว่าช่องทางแบบดั้งเดิม
6. ความชัดเจนด้านกฎหมายและนโยบาย
รัฐบาลเวียดนามได้ผลักดันกฎหมายอุตสาหกรรมเทคโนโลยีดิจิทัล (Digital Technology Industry Law) ซึ่งเริ่มมีผลบังคับใช้ในปี 2026 เพื่อกำกับดูแลและส่งเสริมอุตสาหกรรมดังกล่าวอย่างเป็นระบบ
Stablecoins กำลังเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของเศรษฐกิจดิจิทัลอาเซียน
ข้อมูลสะท้อนว่า Stablecoins ไม่ได้ถูกใช้เพียงเพื่อการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลเท่านั้น แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการโอนเงินระหว่างประเทศ การป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงิน การอำนวยความสะดวกในการทำธุรกรรมข้ามพรมแดน และการสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ภายในระบบนิเวศ DeFi
ด้วยสัดส่วนการใช้งานที่มากกว่า 50% ของกระแสเงินหมุนเวียนสินทรัพย์ดิจิทัลในอาเซียน Stablecoins จึงกลายเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบการเงินดิจิทัลในภูมิภาคนี้อย่างชัดเจน







