
คริปโตโลกพุ่งแตะ 87 ล้านล้าน แต่รายย่อยไทยวูบ ยอดบัญชีแอคทีฟร่วง
ก.ล.ต. กางสถิติสมรภูมิคริปโต เม.ย. 69 มาร์เก็ตแคปโลกพุ่งทะลุ 87 ล้านล้านบาท สวนทางรายย่อยไทย "บัญชี Active" วูบ 7.6% ขณะที่ USDT ยังผงาดครองแชมป์เทรดสูงสุด
KEY
POINTS
- มูลค่าตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลกเติบโตขึ้น แตะระดับ 87.75 ล้านล้านบาทในเดือนเมษายน 2569
- สวนทางกับตลาดในประเทศไทยที่จำนวนบัญชีผู้ใช้งานที่ยังเคลื่อนไหว (Active Accounts) ลดลง 7.66% เหลือเพียง 1.35 แสนบัญชี
- ถึงแม้ว่ามูลค่าการซื้อขายรวมรายเดือนในไทยจะเพิ่มขึ้น แต่มูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันกลับลดลง ซึ่งสะท้อนการชะลอตัวของนักลงทุนรายย่อย
สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เผยแพร่รายงานภาวะตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลรายเดือนเมษายน 2569 พบความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลโลกที่มีทิศทางเติบโตอย่างต่อเนื่อง สวนทางกับบรรยากาศการซื้อขายในประเทศไทยที่แม้จะมีมูลค่ารวมเพิ่มขึ้นแต่จำนวนผู้ใช้งานที่แอคทีฟกลับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
ตลาดโลกโตแรง มูลค่าแตะ 87.75 ล้านล้านบาท
ภาพรวมตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลกในเดือนเมษายน 2569 พบว่ามีมูลค่าตามราคาตลาด (Market Cap.) รวมอยู่ที่ 2.70 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 87.75 ล้านล้านบาท (คำนวณจากอัตราแลกเปลี่ยน 32.5 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 6.91% เมื่อเทียบกับเดือนมีนาคมที่ผ่านมา
ในด้านสภาพคล่อง พบว่ามูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน (Daily Avg. Volume) ทั่วโลกพุ่งสูงถึง 227.03 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 7.38 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนถึง 17.29% โดยมี Bitcoin (BTC) เป็นผู้เล่นหลักที่ครองส่วนแบ่งตลาดสูงสุด (Dominance) อยู่ที่ 56.51% ตามมาด้วย Ethereum (ETH) 9.55% และ Tether (USDT) 6.81% ตามลำดับ
เจาะลึกผลตอบแทน: ทองคำ-หุ้นเกิดใหม่ ยังนำบิตคอยน์
หากพิจารณาผลตอบแทนรายปี (Yield % YoY) พบสถิติที่น่าสนใจว่า ดัชนี MSCI Emerging Market ให้ผลตอบแทนสูงสุดที่ 43.80% ตามมาด้วยทองคำ (Gold) ที่ 40.42% ในขณะที่สินทรัพย์ดิจิทัลอย่าง Ethereum ให้ผลตอบแทนที่ 26.13% ซึ่งใกล้เคียงกับดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) ที่ให้ผลตอบแทน 24.76% อย่างไรก็ตาม Bitcoin กลับมีผลตอบแทนย้อนหลังหนึ่งปีติดลบอยู่ที่ -19.15%
ตลาดไทยมูลค่ารวมพุ่งแต่ "รายย่อย" เริ่มแผ่ว
สำหรับสถานการณ์ภายในประเทศไทย ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (DA Exchange) มีมูลค่าการซื้อขายรวมตลอดทั้งเดือนเมษายน 2569 อยู่ที่ประมาณ 7.13 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.68% จากเดือนมีนาคม แต่เมื่อพิจารณาในรายละเอียดพบว่า มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันกลับลดลง 14.65% มาอยู่ที่ 1.74 พันล้านบาท เมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าที่มีค่าเฉลี่ยสูงถึง 2.41 พันล้านบาทในปี 2568
สิ่งที่น่าจับตามองคือ "จำนวนบัญชีที่เคลื่อนไหว" (Active Accounts) ในเดือนเมษายน 2569 เหลือเพียง 1.35 แสนบัญชี ลดลง 7.66% จากเดือนมีนาคม 2569 แม้ว่าจำนวนบัญชีผู้ลงทุนทั้งหมดจะสูงถึง 3.11 ล้านบัญชีก็ตาม โดยสัดส่วนผู้ลงทุนในไทยแบ่งเป็นบุคคลธรรมดาในประเทศ 43%, บุคคลธรรมดาต่างประเทศ 28%, นิติบุคคลในประเทศ 19% และนิติบุคคลต่างประเทศ 10%
USDT ยืนหนึ่งเหรียญยอดฮิต
ด้านพฤติกรรมการซื้อขาย เหรียญที่มีมูลค่าซื้อขายสูงสุดในไทย 5 อันดับแรกประกอบด้วย:
- Tether (USDT): 1,027 ล้านบาท
- Bitcoin (BTC): 276 ล้านบาท
- Ethereum (ETH): 82 ล้านบาท
- XRP: 41 ล้านบาท
- Optimism (OP): 40 ล้านบาท
ระบบนิเวศ DA ไทยยังขยายตัว
ในส่วนของโครงสร้างอุตสาหกรรม ปัจจุบันไทยมีผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล (DA) ที่เปิดให้บริการแล้วรวมหลายประเภท เช่น ศูนย์ซื้อขาย (Exchange) 8 ราย อาทิ Bitkub, Orbix, และ Binance TH เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีนายหน้า (Broker) 15 ราย, ผู้ค้า (Dealer) 4 ราย และผู้จัดการกองทุน (Fund Manager) 2 ราย โดยมีจำนวนเหรียญที่ให้บริการรวมทั้งสิ้น 684 เหรียญ ซึ่งรวมถึงเหรียญเข้าใหม่ในเดือนเมษายน เช่น WET, ELSA, SKR เป็นต้น
การชะลอตัวของบัญชีที่เคลื่อนไหวในเดือนนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความระมัดระวังของนักลงทุนรายย่อยท่ามกลางความผันผวนของตลาดโลก แม้มูลค่าการซื้อขายรวมจะยังคงรักษาระดับได้จากกลุ่มนักลงทุนสถาบันและนิติบุคคลก็ตาม







