thansettakij
thansettakij
ตลาดคริปโต พ.ค.ซึมต่อ มาร์เก็ตแคปโลกลด 1.86% วอลุ่มหด 14.83%

ตลาดคริปโต พ.ค.ซึมต่อ มาร์เก็ตแคปโลกลด 1.86% วอลุ่มหด 14.83%

12 มิ.ย. 69 | 11:00 น.
อัปเดตล่าสุด :12 มิ.ย. 69 | 11:03 น.

ก.ล.ต. เปิดภาพรวมตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลพ.ค. 2569 ตลาดโลกอ่อนตัวตามแรงกดดันราคาเหรียญหลัก ขณะที่ตลาดไทยมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวันเหลือ 1,841 ล้านบาท ลดลง 6.13% จากเดือนก่อน

KEY

POINTS

  • ตลาดคริปโตทั่วโลกในเดือนพฤษภาคมยังคงซบเซา โดยมูลค่าตลาดรวม (Market Cap) ลดลง 1.86% และปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันหดตัว 14.83% จากเดือนก่อนหน้า
  • ราคาเหรียญหลักอย่าง Bitcoin และ Ethereum ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ และเมื่อเทียบผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปียังคงติดลบ สวนทางกับสินทรัพย์ดั้งเดิมที่ให้ผลตอบแทนเป็นบวก
  • ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของไทยมีทิศทางสอดคล้องกับตลาดโลก โดยมูลค่าตลาดและปริมาณการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันปรับตัวลดลงเช่นกัน

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. รายงานตัวเลขตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลเดือนพฤษภาคม 2569 ยังอยู่ในภาวะปรับฐานต่อเนื่อง ทั้งในระดับโลกและตลาดไทย สะท้อนผ่านมูลค่าตลาดรวม หรือ Market Cap. ของสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วโลกที่ลดลงมาอยู่ที่ 2.65 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หดตัว 1.86% จากเดือนก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 193.35 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลงถึง 14.83%

Bitcoin - Ethereum ผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีติดลบ

การอ่อนตัวของตลาดครั้งนี้สอดคล้องกับราคาสินทรัพย์ดิจิทัลกลุ่มขนาดใหญ่ 5 อันดับแรก ซึ่งส่วนใหญ่ปรับตัวลดลงจากเดือนเมษายน 2569 โดยเฉพาะ Bitcoin และ Ethereum ซึ่งยังเป็นเหรียญหลักที่นักลงทุนทั่วโลกจับตา

ณ สิ้นเดือนพฤษภาคม 2569 Bitcoin มีราคาอยู่ที่ 2,397,962.03 บาท ลดลง 3.33% จากเดือนก่อน มีมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 30.85 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ขณะที่ Ethereum ราคาอยู่ที่ 65,321.49 บาท ลดลง 10.95% มีมูลค่าซื้อขายเฉลี่ยต่อวัน 14.99 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

ส่วน Tether หรือ USDT ราคาอยู่ที่ 32.54 บาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.14% โดยยังเป็นเหรียญที่มีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันสูงสุดในกลุ่ม 5 อันดับแรกที่ 83.99 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ สะท้อนบทบาทของ Stablecoin ในฐานะเครื่องมือพักเงินและใช้หมุนเวียนสภาพคล่องในตลาดคริปโต

 

ตลาดคริปโต พ.ค.ซึมต่อ มาร์เก็ตแคปโลกลด 1.86% วอลุ่มหด 14.83%

 

ด้าน XRP ราคาอยู่ที่ 23,092.76 บาท เพิ่มขึ้น 15.49% สวนทางเหรียญหลักอื่น ขณะที่ BNB ราคาอยู่ที่ 43.39 บาท ลดลง 2.40%

Bitcoin ยังครองส่วนแบ่งสูงสุด 55.56%

เมื่อพิจารณาสัดส่วนมูลค่าตลาด พบว่า Bitcoin ยังครองส่วนแบ่งสูงสุด หรือ Dominance ที่ 55.56% ตามด้วย Ethereum 9.12% และ USDT 7.09% สะท้อนว่าตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลยังพึ่งพาเหรียญหลักไม่กี่ตัวเป็นแกนสำคัญของตลาด

อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบผลตอบแทนย้อนหลัง 1 ปีตามประเภทสินทรัพย์ พบว่าสินทรัพย์ดิจิทัลยังให้ผลตอบแทนต่ำกว่าสินทรัพย์ลงทุนประเภทอื่น โดย Bitcoin ติดลบ 29.76% และ Ethereum ติดลบ 21.18% ขณะที่ BNB ยังบวก 7.87%

ในทางกลับกัน สินทรัพย์ดั้งเดิมหลายประเภทให้ผลตอบแทนเป็นบวกอย่างมีนัยสำคัญ โดย MSCI Emerging Market เพิ่มขึ้น 51.39% MSCI Asia เพิ่มขึ้น 42.18% ทองคำเพิ่มขึ้น 38.03% SET Index เพิ่มขึ้น 36.48% และ MSCI World เพิ่มขึ้น 25.91%

ภาพดังกล่าวสะท้อนว่า แม้คริปโตยังเป็นสินทรัพย์ที่มีสภาพคล่องสูงและได้รับความสนใจจากนักลงทุน แต่ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา ผลตอบแทนยังตามหลังตลาดหุ้น ทองคำ และสินทรัพย์เสี่ยงดั้งเดิมหลายประเภท โดยเฉพาะในช่วงที่นักลงทุนให้ความสำคัญกับปัจจัยเศรษฐกิจมหภาค อัตราดอกเบี้ย และความผันผวนของตลาดโลก

ตลาดไทยมูลค่าซื้อขายลด บัญชี Active เพิ่ม

สำหรับตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลของไทย ข้อมูล ก.ล.ต. ระบุว่า ศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล หรือ DA Exchange มีมูลค่าตลาดประมาณ 7 หมื่นล้านบาท ลดลง 1.95% จากเดือนเมษายน 2569

ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 1,841 ล้านบาท ลดลง 6.13% จากเดือนก่อน สอดคล้องกับภาวะตลาดโลกที่วอลุ่มการซื้อขายลดลง

อย่างไรก็ตาม จำนวนบัญชีที่มีการเคลื่อนไหว หรือ Active Account กลับเพิ่มขึ้นเป็น 1.43 แสนบัญชี เพิ่มขึ้น 5.80% จากเดือนเมษายน 2569 สะท้อนว่า แม้มูลค่าซื้อขายลดลง แต่นักลงทุนรายย่อยยังมีการเข้ามาทำธุรกรรมในตลาดต่อเนื่อง

หากดูข้อมูลย้อนหลัง มูลค่าทรัพย์สินลูกค้าที่ฝากไว้ในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลลดลงต่อเนื่องจาก 91,278 ล้านบาทในปี 2567 เหลือ 79,563 ล้านบาทในปี 2568 และอยู่ที่ 69,971 ล้านบาทในเดือนพฤษภาคม 2569

ขณะที่จำนวนผู้ลงทุนเพิ่มจาก 2.43 ล้านบัญชีในปี 2567 เป็น 3.09 ล้านบัญชีในปี 2568 และ 3.13 ล้านบัญชีในเดือนพฤษภาคม 2569 แต่จำนวนบัญชี Active ลดลงจาก 2.65 แสนบัญชีในปี 2567 เหลือ 1.51 แสนบัญชีในปี 2568 และ 1.43 แสนบัญชีในเดือนพฤษภาคม 2569

ตัวเลขนี้สะท้อนภาพสำคัญของตลาดไทยว่า ฐานบัญชีผู้ลงทุนยังขยายตัว แต่ความถี่หรือความเข้มข้นของการซื้อขายลดลงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า

นักลงทุนบุคคลในประเทศยังเป็นฐานหลัก

โครงสร้างผู้ลงทุนในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทยยังถูกขับเคลื่อนโดยบุคคลธรรมดาในประเทศเป็นหลัก คิดเป็นสัดส่วน 47% ของผู้ลงทุนทั้งหมด รองลงมาคือ นิติบุคคลในประเทศ 22% นิติบุคคลต่างประเทศ 22% และบุคคลธรรมดาต่างประเทศ 9%

สำหรับเหรียญ 5 อันดับแรกที่มีการซื้อขายผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลในไทย พบว่า USDT มีมูลค่าสูงสุด 1,047 ล้านบาท คิดเป็น 57% ตามด้วย Bitcoin 277 ล้านบาท หรือ 15% เหรียญอื่น ๆ 114 ล้านบาท หรือ 6% Ethereum 71 ล้านบาท หรือ 4% และเหรียญอีกกลุ่ม 46 ล้านบาท หรือ 2%

การที่ USDT มีสัดส่วนการซื้อขายสูงสุด สะท้อนพฤติกรรมของนักลงทุนไทยที่ใช้ Stablecoin เป็นตัวกลางในการซื้อขาย โอนย้าย หรือพักเงินในช่วงตลาดผันผวน มากกว่าการเก็งกำไรเฉพาะเหรียญหลักเพียงอย่างเดียว

ข้อมูล ก.ล.ต. ระบุว่า ณ เดือนพฤษภาคม 2569 มีผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลหลายประเภท แบ่งเป็น DA Exchange จำนวน 8 ราย DA Broker จำนวน 15 ราย DA Dealer จำนวน 4 ราย DA Fund Manager จำนวน 3 ราย DA Investment Advisory จำนวน 2 ราย และ DA Custodian Wallet Provider จำนวน 2 ราย

นอกจากนี้ ยังมีเหรียญที่ได้รับบริการผ่านผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ทั้ง Exchange, Broker และ Dealer รวม 694 เหรียญ

ภาพรวมทั้งหมดชี้ว่า ตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลไทยยังไม่เข้าสู่ภาวะร้อนแรง แม้จำนวนบัญชีผู้ลงทุนเพิ่มขึ้น แต่เม็ดเงินซื้อขายและมูลค่าทรัพย์สินลูกค้าลดลงต่อเนื่อง สะท้อนพฤติกรรมการลงทุนที่ระมัดระวังมากขึ้น ท่ามกลางภาวะตลาดโลกที่ยังผันผวน และผลตอบแทนของสินทรัพย์ดิจิทัลหลักยังอ่อนแอกว่าสินทรัพย์ลงทุนประเภทอื่นอย่างชัดเจน