thansettakij
thansettakij
"ดีอี" ถก Meta ปมไลฟ์อนาจาร 5 บัญชีอวตาร ย้ำคำชี้แจงระบบ AI ฟังไม่ขึ้น

"ดีอี" ถก Meta ปมไลฟ์อนาจาร 5 บัญชีอวตาร ย้ำคำชี้แจงระบบ AI ฟังไม่ขึ้น

25 พ.ค. 69 | 07:15 น.
อัปเดตล่าสุด :25 พ.ค. 69 | 07:45 น.

'ไชยชนก ชิดชอบ' เผยข้ออ้างเรื่องอัลกอริทึมตรวจจับ AI พลาดยังฟังไม่ขึ้น ทาง Meta ขอเวลาแพลตฟอร์ม 3-5 วันในการส่งรายละเอียดเพิ่มเติมกลับมาให้กระทรวงฯ

KEY

POINTS

  • กระทรวงดีอีประชุมกับ Meta กรณี 5 บัญชีอวตารไลฟ์สดอนาจาร แต่ Meta ยังไม่สามารถให้รายละเอียดได้และขอเวลาตรวจสอบเพิ่มเติม
  • ดีอีไม่ยอมรับคำชี้แจงของ Meta ที่อ้างว่าระบบ AI ตรวจจับการไลฟ์สดไม่พบ โดยระบุว่าเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น
  • Meta รับปากจะปรับปรุงกระบวนการปิดกั้นเนื้อหาที่ผิดกฎหมาย หลังอ้างว่า AI ที่ใช้สกัดกั้นได้ 95% อาจถูกหลบเลี่ยง
  • ดีอีเตรียมผลักดันหลักเกณฑ์ใหม่ ให้แพลตฟอร์มต้องรับผิดชอบและปิดกั้นเนื้อหาผิดกฎหมายทันทีหากตรวจพบ

วันนี้ 25 พ.ค. 69 นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ ดีอี เปิดเผยภายหลังได้ร่วมประชุม กับ นางสาวคลาร่า โก๊ะ (Clara Koh)  ผู้อำนวยการฝ่ายนโยบายสาธารณะประจำภูมิภาคอาเซียน ตัวแทนจาก Meta และ ตัวแทนจากกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง  เพื่อกำหนดมาตรการป้องกัน และ ปราบปรามการกระทำความผิดตามกฎหมาย ผ่านแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย กรณี live อนาจารโชว์สดใน Facebok ว่า การประชุมครั้งนี้ Meta ยังไม่สามารถตอบรายละเอียดทั้ง 5 บัญชี ที่โชว์ live อนาจารผ่าน Facebook ต้นทางมาจากในไทย หรือ นอกประเทศ ทาง Meta ขอเวลา 3-5 วัน ส่งรายละเอียดตอบคำถามเพิ่มเติมกลับมาทางกระทรวงดีอี ภายหลังจาก Meta ชี้แจงว่าใช้ AI ตรวจปิดระบบ อาจทำให้อัลกอริทึมตรวจจับไม่ได้ว่า เกิด live อนาจาร มีการใช้ข้อความหลบเลี่ยงทำให้ระบบตรวจจับไม่พบ

ดังนั้น ทาง META อยู่ระหว่างเจรจากับบริษัทโกลบอลต้องพิสูจน์ตัวเองว่าได้มีการดำเนินการปิดกั้นตามกำหนดหรือไม่ และมีมาตรการใช้ AI ในการปิดกั้นจริงหรือไม่ ซึ่งทาง META อ้างว่า AI ที่ใช้ตรวจสอบปิดกั้นคอนเทนต์สกัดกั้นได้ถึง 95% ที่เหลืออีก 5% เป็นเคสที่พบน้อยมาก จะต้องมีการตรวจสอบเชิงลึกต่อไป

อย่างไรก็ตามในขั้นตอนเร่งด่วนกระทรวงดีอี , ETDA และ META ได้มีการร่วมหารือกัน โดย META จะรับไปปรับปรุงกระบวนการปิดกั้นเนื้อหาของโซเชียลมีเดียที่ผิดกฎหมาย ในส่วนนี้กระทรวงดีอี ได้รวบรวมหลักฐานการกระทำความผิดและส่งต่อให้กับกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บช.สอท.) และกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท) ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

 

 

 

 

สำหรับเรื่องดังกล่าวในกรณีของ META เบื้องต้นทาง ETDA ได้ให้ทาง META ชี้แจงและส่งหลักฐานการดำเนินการมาเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง นอกจากนี้กระทรวงดีอีจะมีการร่วมหารือกับผู้บริหารระดับสูงของ META ในวันพรุ่งนี้ (26 พ.ค.) อีกครั้งหนึ่ง 

นอกจากนี้ การออกหลักเกณฑ์เพื่อป้องกันการเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นซ้ำนั้น โดยได้เร่งรัดการปรับหลักเกณฑ์การดูแลแพลตฟอร์มใหม่ โดยให้แพลตฟอร์มมีส่วนรับผิดชอบต่อการ กระทำที่ผิดกฎหมายด้วย โดยเบื้องต้นมีดังนี้

ให้แพลตฟอร์มดำเนินการปิดกั้นเนื้อหาที่ผิดกฎหมายในทันที จากเดิมที่ต้องดำเนินการให้เร็วที่สุดและไม่เกิน 24 ชั่วโมง นับตั้งแต่แพลฟอร์มได้รับข้อร้องเรียน

หากตรวจพบมีการโพสต์เนื้อหาที่กระทำความผิด โดยซึ่งหน้าและแพลตฟอร์มไม่รีบดำเนินการแก้ไข ให้ถือว่า แพลตฟอร์ม อาจเข้าข่ายการกระทำมีความผิดและจะต้องมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้นด้วย

  ไชยชนก ชิดชอบ

ส่วนประเด็นเรื่องของการกดไลก์ หรือการคอนเมนต์ แสดงความคิดเห็นของประชาชนในช่วงที่มีการเผยแพร่เนื้อหาที่ผิดกฎหมาย ในครั้งนี้ยังถือว่าไม่มีความผิด เนื่องจากไม่ได้เป็นการทำให้เผยแพร่ ในประเด็นนี้ เมื่อมีการปรับหลักเกณฑ์กระทรวงดีอีเตรียมพิจารณาให้ถือว่าเป็นการมีส่วนร่วมทำให้เกิดการเผยแพร่ด้วย เนื่องจากทำให้ algorithm ของแพลตฟอร์มทำงานและผลักดันให้มีการเผยแพร่เพิ่มขึ้น ดังนั้นจึงต้องขอเตือนประชาชนว่าการกดไลก์ หรือแสดงความคิดเห็นในเนื้อหานั้นๆ ถือเป็นการส่งเสริมให้มีการเผยแพร่ในทางอ้อม 

 กระทรวงดีอี จะติดตามการดำเนินการในแต่ละส่วนอย่างจริงจัง ทั้งในส่วนของการติดตามเร่งรัดการดำเนินคดีกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง การออกหลักเกณฑ์ใหม่เพื่อใช้ควบคุมดูแลแพลตฟอร์มในแนวทางที่ถูกต้อง รวมทั้งกรณีที่เกี่ยวกับการป้องกันและปราบปรามเฟกนิวส์ เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในการใช้งานดิจิทัลที่เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชนต่อได้

อย่างไรก็ตามกำลังจะแก้ไขกฏหมายพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 (พรก. ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี) เริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2566 เพื่อให้หน่วยงานและธนาคารทุกแห่งร่วมกันกำหนดมาตรการดูแลประชาชนจากมิจฉาชีพหลอกโอนเงิน และรับมือกับการหลบเลี่ยงการตรวจสอบธุรกรรมของมิจฉาชีพผ่านสิ่งที่เรียกว่า ‘บัญชีม้า’ เตรียมปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้สอดรับกับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

สรุปผลการดำเนินการตรวจสอบการโพสต์ที่มีการเผยแพร่ข้อมูลลามก่อนาจารตามกระตามข่าวในสื่อโชเชียล

มีเดียการตรวจสอบพบเพจที่มีการเผยแพร่ข้อมูลลามกอนาจาร จำนวน 4 เพจคือ

  • Adira Foxoi มีการเผยแพร่เมื่อ: 24 พฤษภาคม 2569 เวลา 14.29 น.
  • Amandaa Cox มีการเผยแพร่เมื่อ24 พฤษภาคม 2569 เวลา 16.22 น.
  •  Aavaa Steff มีการเผยแพร่เมื่อ: 24 พฤษภาคม 2569 เวลา 16.20 น.
  •  Video 1 มีการเผยแพร่เมื่อ: 24 พฤษภาคม 2569 เวลา 18.27 น.

ไลฟ์สดอนาจาร และ ผู้ที่กดไลท์ หรือ แชร์ ทั้งจำคุกเกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท 

สำหรับผู้ที่ไลฟ์สด มีความผิดตาม พ.ร.บ. คอมพิวเตอร์ฯ มาตรา 14 (4) ฐานนำเข้าข้อมูลคอมพิวเตอร์ใดๆ ที่มีลักษณะอันลามก ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ผู้ที่กดไลก์หรือกดแชร์ คลิปหรือไลฟ์อนาจารดังกล่าว อาจมีความผิดในอัตราโทษเดียวกัน (จำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาท) หากเป็นการเผยแพร่หรือส่งต่อโดยรู้อยู่แล้วว่าเป็นข้อมูลลามก