
เบดร็อค เดินหน้าเมืองอัจฉริยะ ดึง AI เชื่อมข้อมูลรัฐ-เอกชน-ประชาชน
เบดร็อค หนุนนวัตกรรม AI เดินหน้าเมืองอัจฉริยะ เชื่อมข้อมูลรัฐ-เอกชน-ประชาชน เพิ่มความปลอดภัย แก้ปัญหาเมือง ยกระดับคุณภาพชีวิตท้องถิ่น
KEY
POINTS
- บริษัท เบดร็อค อนาไลติกส์ ใช้เทคโนโลยี AI พัฒนาแพลตฟอร์ม "เมืองอัจฉริยะ" (Smart City) เพื่อเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างภาครัฐ เอกชน และประชาชน
- หัวใจหลักคือแพลตฟอร์มดิจิทัลข้อมูลเมือง (CDDP) ที่ทำหน้าที่เป็น "สมองกล" รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อคาดการณ์สถานการณ์ล่วงหน้า เช่น พื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติ
- นำเสนอนวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาเมืองและยกระดับคุณภาพชีวิต เช่น แพลตฟอร์ม "Bellme" สำหรับแจ้งปัญหาเมือง และ "Smart Tax Platform" เพื่อการจัดเก็บภาษีที่โปร่งใสและเป็นธรรม
นายวีรวัฒน์ รัตนวราหะ ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท เบดร็อค อนาไลติกส์ จำกัด หรือ เบดร็อค อนาไลติกส์ (Bedrock) หนึ่งในกลุ่ม บริษัท เอไอ แอนด์ โรโบติกส์ เวนเจอร์ส จำกัด (ARV) ผู้เชี่ยวชาญด้านโครงสร้างพื้นฐานข้อมูลและเทคโนโลยี AI เปิดเผยว่า บริษัทเชื่อมั่นว่าหากนำปัญญาประดิษฐ์มาทำงานร่วมกับข้อมูลเมืองจะช่วยให้องค์กร ส่วนท้องถิ่นทำงานได้เต็มประสิทธิภาพมากขึ้น
นวัตกรรมของ Bedrock จึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่ระบบบนหน้า จอ แต่ได้ผสานเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชนโดยตรง ทั้งในด้าน การดูแลความปลอดภัย การอำนวยความสะดวก และการเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาต่างๆ ผลลัพธ์ที่เกิด ขึ้นจริงในหลายพื้นที่ ถือเป็นการพลิกโฉมท้องถิ่นให้ก้าวสู่การเป็น 'เมืองอัจฉริยะ' (Smart City) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประกอบไปด้วย
1. บริหารจัดการและรับมือทุกเหตุฉุกเฉินให้เป็นเรื่องง่าย (Disaster Management)
- Bellme ผู้ช่วยงานบริการท้องถิ่น แจ้งเหตุฉับไว แก้ปัญหาตรงจุด : ปัญหาโครงสร้างพื้นฐานในเขตเมือง เช่น ถนนชำรุด ไฟฟ้าส่องสว่างขัดข้อง หรือท่อประปาแตก มักสร้าง ความยุ่งยากในขั้นตอนการร้องเรียนสำหรับประชาชน
ทว่าปัญหาเหล่านี้กำลังจะได้รับการแก้ไขอย่างตรงจุดด้วย Bellme แพลตฟอร์มรับแจ้งเหตุและจัดการปัญหาเมืองแบบออนไลน์ ที่จะเข้ามาพลิกโฉมการร้อง เรียนให้เป็นเรื่องง่าย ประชาชนสามารถเข้าถึงระบบได้สะดวกผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน LINE OA เพียงแจ้งรายละเอียดพร้อมปักหมุดพิกัดจุดเกิดเหตุ ระบบจะส่งข้อมูลตรงไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบใน พื้นที่ทันที พร้อมฟีเจอร์ติดตามสถานะการดำเนินงานได้แบบเรียลไทม์
"เป้าหมายคือการยกระดับการสื่อสารระหว่างประชาชนและเจ้าหน้าที่รัฐให้มีความสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้นระบบนี้ จะช่วยลดข้อสงสัยของประชาชนว่าปัญหาที่แจ้งไปได้รับการแก้ไขถึงขั้นตอนใดแล้ว เนื่องจากมีการ รายงานความคืบหน้าให้ทราบตลอด ซึ่งนับเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเชื่อมั่นระหว่างภาครัฐและภาค ประชาชน"
- CDDP360 ระบบบันทึกหลักฐานสาธารณภัย อุ่นใจ และรักษาสิทธิ์ในยามวิกฤต : เมื่อเกิดภัยพิบัติ เช่น เหตุอุทกภัย สิ่งที่สร้างความกังวลให้ประชาชนไม่แพ้กันคือการประเมินและเยียวยา ความเสียหาย CDDP360 จึงได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นระบบบันทึกหลักฐานสาธารณภัยโดยเฉพาะช่วย ให้ประชาชนสามารถบันทึกภาพและข้อมูลความเสียหายของทรัพย์สินได้อย่างเป็นระบบ เพื่อนำข้อมูลเหล่านี้ ไปใช้ประกอบการยื่นขอรับความช่วยเหลือจากภาครัฐ ใช้เคลมประกันภัย วางแผนซ่อมแซมและยืนยันสิทธิ์ ต่างๆ ในอนาคตได้อย่างครบถ้วน ป้องกันปัญหาข้อมูลตกหล่น
2. นวัตกรรมเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีกว่า (Better Living)
- Smart Tax Platform เทคโนโลยีจัดการภาษีอัจฉริยะ : การสำรวจและประเมินภาษีจะไม่ยุ่งยาก ซ้ำซ้อน และคลาดเคลื่อนอีกต่อไป ด้วยระบบภาษีอัจฉริยะ (Smart Tax Platform) ที่ดึงศักยภาพของเทคโนโลยี AI เข้ามาช่วยประมวลผลข้อมูลจากการสำรวจพื้นที่จริง โดยระบบสามารถวิเคราะห์หาตำแหน่ง วัดขนาด จำแนกประเภทของป้าย ตลอดจนแยกประเภทการใช้ ประโยชน์ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างได้อย่างแม่นยำ
“Smart Tax Platform จะทำงานผ่าน 2 กลไกหลัก คือ ระบบภาษีที่ดินและสิ่งปลูก สร้างอัจฉริยะ และ ระบบภาษีป้ายอัจฉริยะ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดภาระงานของเจ้าหน้าที่แล้ว ยังทำให้การจัดเก็บรายได้ของท้องถิ่นมีความถูกต้อง ครบถ้วน โปร่งใส และที่สำคัญที่สุดคือสร้างความ เป็นธรรมให้แก่ประชาชนผู้เสียภาษีทุกคน”
- CDDP (City Digital Data Platform) ศูนย์กลางข้อมูล ขับเคลื่อนอนาคตเมืองด้วย AI : หากนวัตกรรมต่างๆ เปรียบเสมือนแขนขาที่คอยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน แพลตฟอร์มดิจิทัลข้อมูล เมือง หรือ CDDP (City Digital Data Platform) อาจเปรียบได้กับ "สมองกลอัจฉริยะ" ที่ทำหน้าที่สั่งการ และร้อยเรียงทุกระบบให้ทำงานร่วมกันอย่างสมบูรณ์แบบ
CDDP ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อรวบรวม เชื่อมต่อ และแลกเปลี่ยนข้อมูลดิจิทัลอย่างไร้รอยต่อ ระหว่างองค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) หน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชนทั่วประเทศ เพื่อยกระดับข้อมูลทั้งหมดให้อยู่ บนมาตรฐานเดียวกัน
จุดเด่นของ CDDP คือการผสานเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Machine Learning เข้ามาวิเคราะห์ ข้อมูลเชิงลึก เพื่อเรียนรู้บริบทของเมืองในทุกมิติ จนนำไปสู่ความสามารถในการ "คาดการณ์สถานการณ์ ล่วงหน้า" ได้อย่างแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นทิศทางการขยายตัวของเมือง การประเมินพื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติ หรือ การวิเคราะห์จุดวิกฤตจราจร นอกจากนี้ ตัวระบบยังรองรับการแจ้งเตือนเหตุฉุกเฉินแบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วย ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถเข้าช่วยเหลือประชาชนได้อย่างรวดเร็ว ทันท่วงที และมีประสิทธิภาพสูงสุด
3. เบื้องหลังการขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะ
เบื้องหลังความสะดวกสบายที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในหลายพื้นที่ สะท้อนให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญของ Bedrock ที่ก้าวข้ามบทบาทของการเป็นเพียงผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม สู่การเป็นพันธมิตรร่วมขับเคลื่อน เทคโนโลยีดิจิทัลให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทั่วประเทศ โดยมีเป้าหมายหลักในการยกระดับ ระบบงานรูปแบบเดิม สู่การนำเทคโนโลยี AI มาบูรณาการฐานข้อมูลเมือง เพื่อสนับสนุนให้ทุกการตัด สินใจและการจัดสรรงบประมาณของท้องถิ่น เกิดความคุ้มค่าและตอบโจทย์ประชาชนอย่างแท้จริง
“เป้าหมายของ Bedrock ไม่ใช่แค่การสร้างเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย แต่เรามุ่งมั่นสู่การเป็นพันธมิตรที่นำความ เชี่ยวชาญด้านข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ มาบูรณาการเข้ากับโครงสร้างพื้นฐานของเมือง เพื่อยกระดับ คุณภาพชีวิตและรักษาความปลอดภัยของข้อมูล เราเชื่อมั่นว่าการขับเคลื่อนเมืองอัจฉริยะที่ยั่งยืน ต้องเริ่มต้นจากการมีเทคโนโลยีที่เข้าใจง่ายและพร้อมดูแลชีวิตของประชาชนในทุกมิติอย่างแท้จริง"







