
NTT DATA ดันองค์กรไทยสู่ Agentic AI เร่งทรานส์ฟอร์มธุรกิจเต็มสูบ
NTT DATA พร้อมนำไทยสู่ยุค AI-Native Enterprise ด้วยโซลูชันครบวงจร ปลดล็อกข้อจำกัดระบบเดิม มุ่งสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจที่วัดผลได้จริง พร้อมหนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน
KEY
POINTS
- NTT DATA ผลักดันองค์กรไทยสู่การใช้ Agentic AI ซึ่งเป็น AI ขั้นสูงที่ทำงานได้อัตโนมัติ เพื่อเร่งการทรานส์ฟอร์มธุรกิจและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน
- นำเสนอโซลูชันครบวงจรผ่านแนวทาง “Agent First Strategy” และแพลตฟอร์ม “Agentic AI Factory” เพื่อช่วยให้องค์กรขยายการใช้งาน AI ได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
- ชี้ว่าความท้าทายหลักขององค์กรไทยไม่ใช่การเริ่มต้นใช้ AI แต่คือการขยายผลไปทั่วทั้งองค์กร ซึ่งบริษัทพร้อมเป็นพันธมิตรช่วยแก้ปัญหาด้านโครงสร้างพื้นฐาน ข้อมูล และการพัฒนาบุคลากร
ท่ามกลางแรงกดดันทางเศรษฐกิจและการแข่งขันที่ทวีความเข้มข้น องค์กรไทยกำลังเร่งปรับตัวสู่การทรานส์ฟอร์มอย่างจริงจัง โดยให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพ ความยืดหยุ่น และการลงทุนอย่างมีวินัยมากยิ่งขึ้น
ในบริบทนี้ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ไม่ได้เป็นเพียงทางเลือกอีกต่อไป แต่ได้กลายเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนศักยภาพทางธุรกิจและการเติบโตในระยะยาว
NTT DATA, Inc. นำความเชี่ยวชาญระดับโลก ผสานความเข้าใจตลาดท้องถิ่น และวัฒนธรรมองค์กรแบบ people-first เพื่อสนับสนุนองค์กรไทยก้าวจากการเริ่มต้นใช้งาน AI ไปสู่การทรานส์ฟอร์มในระดับองค์กรอย่างเต็มรูปแบบ ในฐานะ “Trusted End-to-End Digital Transformation Partner” บริษัทฯ ช่วยให้องค์กรสามารถนำ AI ไปใช้งานได้อย่างเป็นระบบ ปลอดภัย และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างเป็นรูปธรรมและขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว
ในหลากหลายอุตสาหกรรมของไทย ไม่ว่าจะเป็นภาคการเงิน การผลิต ค้าปลีก การแพทย์ พลังงาน และโลจิสติกส์ ต่างเร่งนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มาปรับใช้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ลดต้นทุน และยกระดับการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ แม้ว่าหลายองค์กรจะเริ่มนำ AI ไปใช้งานในบางส่วนของธุรกิจแล้ว แต่องค์กรชั้นนำที่สามารถนำ AI ไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพเริ่มเห็นผลลัพธ์ทางธุรกิจอย่างชัดเจน
โดยมีข้อมูลชี้ว่าองค์กรที่เป็นผู้นำด้าน AI มีโอกาสสร้างการเติบโตของรายได้มากกว่า 10% สูงกว่าองค์กรทั่วไปถึง 2.5 เท่า และมีแนวโน้มรักษาอัตรากำไรในระดับ 15% ขึ้นไปได้สูงกว่า 3.6 เท่า
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญในปัจจุบัน คือการขยายการใช้งาน AI ให้ครอบคลุมทั้งองค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้โครงสร้างพื้นฐานที่พร้อม ความปลอดภัย และธรรมาภิบาลที่เหมาะสม
นายธนพงษ์ อิทธิสกุลชัย กรรมการผู้จัดการ NTT DATA, Inc. กล่าวว่า แม้องค์กรไทยจะเริ่มนำ AI มาใช้มากขึ้น แต่ยังคงเผชิญข้อจำกัดสำคัญในการขยายการใช้งานไปสู่ระดับองค์กร ไม่ว่าจะเป็นระบบไอทีแบบเดิม (Legacy Systems) โครงสร้างข้อมูลที่กระจัดกระจาย ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน และการขาดแคลนบุคลากรที่มีทักษะด้านดิจิทัลและ AI
NTT DATA ขับเคลื่อนการทรานส์ฟอร์มด้วยจุดแข็งด้านความสามารถแบบครบวงจร (Full-Stack Capabilities) ครอบคลุมตั้งแต่การวางกลยุทธ์ โมเดล AI โครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ ไปจนถึงความมั่นคงปลอดภัยและธรรมาภิบาล โดยใช้แนวทาง “Agent First Strategy” และแพลตฟอร์ม “Agentic AI Factory” เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถนำ AI ไปใช้งานในระดับอุตสาหกรรม (industrialize) ขยายการใช้งานได้อย่างรวดเร็ว และสร้างผลลัพธ์ทางธุรกิจได้อย่างชัดเจน
เมื่อ AI ก้าวสู่การใช้งานในระดับองค์กร องค์กรกำลังก้าวไปสู่รูปแบบ “AI-Native Enterprise” ที่เทคโนโลยี AI ถูกฝังอยู่ในกระบวนการหลักของธุรกิจ เทคโนโลยีขั้นสูงอย่าง Agentic AI ซึ่งสามารถทำงานแบบอัตโนมัติ มีเป้าหมาย และปรับตัวได้ กำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในการยกระดับการดำเนินงานสู่รูปแบบที่ชาญฉลาดและคล่องตัวมากยิ่งขึ้น
ในฐานะผู้นำด้านบริการไอทีและดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชัน NTT DATA ชี้ว่า ความสำเร็จในยุค AI ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยการบูรณาการอย่างครบวงจร ทั้งด้านการให้คำปรึกษา แอปพลิเคชัน โครงสร้างพื้นฐาน และการดำเนินงาน
นอกเหนือจากการพัฒนาเทคโนโลยี NTT DATA ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนา AI อย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible AI) โดยเน้นความปลอดภัย ความโปร่งใส และการกำกับดูแลที่เหมาะสม ควบคู่กับการเสริมสร้างความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ เพื่อรองรับความเสี่ยงจากการใช้งาน AI และข้อมูลในวงกว้าง โดยเฉพาะในองค์กรที่มีระบบสำคัญและข้อมูลอ่อนไหว
ในระยะยาว NTT DATA ยังคงมุ่งมั่นในการเป็นพันธมิตรด้านดิจิทัลระยะยาวให้กับองค์กรไทย เพื่อร่วมขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งในภาคธุรกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยเดินหน้าลงทุนในการพัฒนาบุคลากรอย่างต่อเนื่อง ผ่านความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา โครงการฝึกงาน และโครงการพัฒนาทักษะและการยกระดับทักษะใหม่ (upskilling and reskilling)
ขณะเดียวกัน บริษัทยังพัฒนาแพลตฟอร์มและโซลูชันด้านการเรียนรู้ เพื่อช่วยให้องค์กรสามารถเสริมสร้างศักยภาพของบุคลากร เร่งการถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านดิจิทัลและ AI และสร้างความเชี่ยวชาญภายในองค์กร เพื่อให้พร้อมสำหรับการทรานส์ฟอร์มอย่างต่อเนื่องในโลกที่ขับเคลื่อนด้วย AI มากยิ่งขึ้น







