thansettakij
thansettakij
กขค. งัดกฏเหล็กสั่งเลิกล็อก “ขนส่ง” ฝ่าฝืนโทษอาญาคุก 2 ปี-ปรับ 10%

กขค. งัดกฏเหล็กสั่งเลิกล็อก “ขนส่ง” ฝ่าฝืนโทษอาญาคุก 2 ปี-ปรับ 10%

09 เม.ย. 69 | 09:31 น.
อัปเดตล่าสุด :09 เม.ย. 69 | 09:35 น.

กขค. ประกาศสงครามแพลตฟอร์มยักษ์ ดีเดย์กฎใหม่คุม Multi-sided Platform บังคับเปิดทางเลือก “ร้านค้า” เลือกบริษัทขนส่งเองได้ ห้ามมัดมือชกใช้ Standard Delivery ด้าน ETDA ขยับรับลูก ออกคู่มือคุมเข้มค่าธรรมเนียมแฝง SMEs ร้องระงมอย่าเป็นแค่ “เสือกระดาษ”

KEY

POINTS

  • กขค. ออกกฎใหม่ห้ามแพลตฟอร์มดิจิทัลบังคับให้ผู้ขายใช้บริการขนส่งเพียงรายเดียว เพื่อป้องกันการผูกขาดและส่งเสริมการแข่งขัน
  • กฎดังกล่าวให้อิสระแก่ผู้ขายในการเลือกผู้ให้บริการขนส่งได้เอง เพื่อให้สามารถบริหารจัดการต้นทุนและคุณภาพการจัดส่งได้ดีขึ้น
  • แพลตฟอร์มที่ฝ่าฝืนและสร้างความเสียหายให้ผู้ขาย อาจมีความผิดทางอาญา มีโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 10% ของรายได้

ผศ.ดร.วิษณุ วงศ์สินศิริกุล เลขาธิการคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ย้ำชัดว่า ประกาศแนวทางกำกับแพลตฟอร์มดิจิทัลมีผลบังคับใช้แล้วตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2569 โดยมีเป้าหมายสกัดพฤติกรรม “กินรวบ” ในระบบนิเวศอีคอมเมิร์ซ

หัวใจสำคัญของกฎใหม่:

  • ห้ามบังคับเลือกขนส่ง: แพลตฟอร์มต้องเปิดให้ผู้ขายเลือกผู้ให้บริการขนส่ง (Logistic) ได้ตามความเหมาะสม ไม่ใช่การล็อกระบบไว้กับบริษัทในเครือหรือพันธมิตรเพียงรายเดียว

ต้องโปร่งใส: ระบบต้องแสดงตัวเลือกผู้ให้บริการที่ชัดเจน ไม่คลุมเครือ เพื่อให้ร้านค้าบริหารต้นทุนได้จริง

เปิดตลาดท้องถิ่น: เพื่อให้ผู้ให้บริการขนส่งรายย่อยหรือขนส่งเฉพาะพื้นที่เข้าถึงฐานลูกค้าบนแพลตฟอร์มได้มากขึ้น

สำหรับบทลงโทษ ประกาศดังกล่าวเชื่อมโยงกับพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560 โดยเฉพาะมาตรา 50, 54, 55, 57 และ 58 ซึ่งเป็นกฎหมายแม่ในการพิจารณาความผิด

กรณีที่ความเสียหายเกิดกับ “ผู้ขาย” บนแพลตฟอร์ม และพบว่าแพลตฟอร์มมีอำนาจเหนือตลาด อาจเข้าข่ายความผิดตามมาตรา 50 ซึ่งเป็นโทษทางอาญา มีโทษปรับไม่เกิน 10% ของรายได้ในปีที่กระทำความผิด และจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ

ขณะที่หากผู้เสียหายเป็น “ผู้ให้บริการโลจิสติกส์” ที่ไม่ได้รับโอกาสเข้าสู่ระบบของแพลตฟอร์ม อาจถูกพิจารณาในมิติของตลาดขนส่ง และเข้าข่ายมาตรา 57 ซึ่งเป็นโทษทางปกครอง ปรับไม่เกิน 10% ของรายได้ แต่ไม่มีโทษจำคุก เว้นแต่พบว่ามีอำนาจเหนือตลาด ก็อาจถูกยกระดับไปอยู่ในกรอบมาตรา 50 ได้เช่นกัน

ในเชิงนโยบาย กขค. มองว่า ผู้ขายบนแพลตฟอร์มไม่ได้ต้องการทำกำไรจากบริการขนส่ง แต่ต้องการ “คุณภาพและความรับผิดชอบ” ของการจัดส่งสินค้า ทั้งความตรงเวลา สภาพสินค้า และการแก้ไขปัญหาเมื่อเกิดความเสียหาย ดังนั้น สิทธิในการเลือกผู้ให้บริการจึงเป็นกลไกสำคัญในการบริหารธุรกิจของร้านค้า ไม่ควรถูกจำกัดโดยแพลตฟอร์ม

ขณะเดียวกัน กติกาใหม่นี้ยังมีเป้าหมายเปิดการแข่งขันในตลาดโลจิสติกส์ให้กว้างขึ้น เปิดทางให้ผู้ให้บริการรายใหม่ โดยเฉพาะผู้ประกอบการท้องถิ่นหรือผู้เชี่ยวชาญเฉพาะพื้นที่ เข้าสู่ระบบแพลตฟอร์มได้มากขึ้น ส่งผลให้การแข่งขันขยับจาก “การปิดกั้น” ไปสู่ “การแข่งขันด้านคุณภาพ”

อย่างไรก็ตาม การจัดสรรปริมาณงานให้ผู้ให้บริการขนส่งแต่ละรายยังสามารถทำได้ หากมีเหตุผลรองรับอย่างเป็นธรรม เช่น ประสิทธิภาพการจัดส่ง อัตราความเสียหาย หรือคุณภาพบริการ ไม่ใช่การเลือกปฏิบัติโดยไม่มีหลักเกณฑ์

อีกประเด็นที่ถูกจับตา คือกรณีผู้ให้บริการขนส่งหลายรายปรับขึ้นค่าบริการพร้อมกันชั่วคราวชิ้นละ 3 บาท ซึ่ง กขค. ระบุว่าสามารถตรวจสอบได้ในมิติการแข่งขันว่ามีการสมคบหรือฮั้วราคาหรือไม่ แม้การพิสูจน์จะทำได้ยาก โดยเฉพาะในช่วงที่ต้นทุนพลังงานปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งอาจเป็นเหตุผลรองรับการปรับราคาได้

ภาพรวมจึงสะท้อนว่า แม้กฎเกณฑ์ใหม่จะเริ่มมีผลบังคับใช้แล้ว แต่ “โจทย์ใหญ่” ยังอยู่ที่การกำกับให้เกิดผลในทางปฏิบัติ โดยเฉพาะการทำให้แพลตฟอร์มเปิดสิทธิเลือกขนส่งได้จริง เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดที่ผู้ค้ากำลังเผชิญ และทำให้โครงสร้างการแข่งขันในตลาดอีคอมเมิร์ซและโลจิสติกส์ไทยเดินหน้าไปสู่ความเป็นธรรมอย่างแท้จริง

ขณะที่ สำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ สพธอ. หรือ ETDA จัดกิจกรรมเสวนา “DPS TRUST EVERY CLICK: เคลียร์ชัดเงื่อนไขค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม” ชวนหน่วยงานกำกับดูแล แพลตฟอร์ม ผู้ประกอบการ และผู้บริโภค สะท้อนภาพรวมผลกระทบค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์มดิจิทัล พร้อมเปิดคู่มือ ‘การดูแลเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและเป็นธรรมในการคิดค่าธรรมเนียมของบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล’แนวทางใหม่ยกระดับความโปร่งใสและความเป็นธรรมในระบบนิเวศดิจิทัลที่ส่งผลต่อทั้งผู้ประกอบการ ผู้บริโภค และผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม

น.ส.พลอย เจริญสม ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ETDA กล่าวว่า  เปิดผลการศึกษาพบว่า SMEs กำลังเผชิญกับ "ต้นทุนผันผวน" จากการเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียมบ่อยครั้งและการเรียกเก็บค่าโฆษณาแฝง

น.ส.พลอย เจริญสม

เปิด 2 หลักการ Best Practice (คู่มือความโปร่งใส):

ความโปร่งใส: ต้องแสดงค่าธรรมเนียมทุกรายการไว้ที่เดียว อธิบายที่มาที่ไปชัดเจน และต้องแจ้งล่วงหน้าอย่างน้อย 15 วัน ก่อนเปลี่ยนเงื่อนไข

ความเป็นธรรม: ค่าธรรมเนียมต้องไม่ซ้ำซ้อน ไม่บังคับซื้อบริการเสริม และต้องสอดคล้องกับต้นทุนจริงที่เกิดขึ้น