
SECOM ชู Hybrid Security ทางรอดธุรกิจรปภ. ยุคค่าแรงพุ่ง
SECOM ชู "Hybrid Security" ทางออกวิกฤตต้นทุนพุ่ง รับมือมาตรการปรับค่าล่วงเวลา (OT) ที่กำลังจะเริ่มเมษายนนี้
บริษัท รักษาความปลอดภัย ไทยซีคอม จำกัด หรือ ซีคอม (SECOM) ผู้นำด้านระบบรักษาความปลอดภัยคุณภาพญี่ปุ่น ได้รับเกียรติเข้าร่วมเสวนาพร้อมเผยกลยุทธ์รับมือวิกฤตต้นทุนแรงงานระลอกใหม่ ภายในงานเสวนา "กลยุทธ์การรับมือค่าล่วงเวลา (OT)" จัดโดย สมาคมผู้ประกอบการรักษาความปลอดภัยแห่งประเทศไทย พร้อมชูโซลูชัน ‘Hybrid Security’ ยกระดับความปลอดภัยสู่ยุคที่ธุรกิจต้องขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี
นายเอกรัฐ วิภาณุรัตน์ กรรมการ บริษัท รักษาความปลอดภัย ไทยซีคอม จำกัด เผยถึง หนึ่งในความท้าทายหลักที่ผู้ให้บริการด้านความปลอดภัยกำลังเผชิญ คือภาระต้นทุนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นผลจากการปรับขึ้นอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการปรับเพิ่มอัตราค่าตอบแทนการทำงานล่วงเวลา (OT) สำหรับบุคลากรด้านความปลอดภัยที่จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในเดือนเมษายนนี้ด้วย ดังนั้น หากเรายังยึดติดกับการใช้กำลังคนเพียงอย่างเดียว (Man-Power Only) ธุรกิจจะแบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้นและสูญเสียความสามารถในการแข่งขันในที่สุด โดยทางซีคอม ในฐานะขององค์กรด้านระบบรักษาความปลอดภัย ได้เล็งเห็นถึงความท้าทายนี้ จึงพร้อมนำเสนอโซลูชัน “ Hybrid Security” ที่จะมาช่วยแบ่งเบาภาระให้ผู้ประกอบการซึ่งกำลังจะเผชิญกับภาระค่าแรงที่กำลังจะเพิ่มขึ้นนี้ โดยจุดเด่นของ Hybrid Security คือ การผสานการทำงานระหว่าง "พนักงานรักษาความปลอดภัย (Man-Power)" และ "เทคโนโลยีรักษาความปลอดภัยอัจฉริยะ (Technology)" เข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ เพื่อทลายข้อจำกัดของโมเดลแบบเก่าที่ใช้คนเพียงอย่างเดียว
Game Changer! ไฮบริดโซลูชัน ทางรอดธุรกิจรปภ. ยุคค่าแรงพุ่ง
นายเอกรัฐ ตอกย้ำบทบาทและความสำคัญของ "Hybrid Security" ที่กำลังก้าวเข้ามาเป็น "Game Changer" ซึ่งจะมาปฏิรูปโครงสร้างธุรกิจรักษาความปลอดภัยจากการพึ่งพาแรงงานคน (Labor Intensive) ไปสู่การเป็นธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ (Technology-Driven โดยหัวใจสำคัญคือการผสานความเชี่ยวชาญของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้ากับระบบ AI Analytics และเซนเซอร์ตรวจจับประสิทธิภาพสูง ซึ่งไม่เพียงแต่จะช่วยให้ผู้ประกอบการสามารถบริหารจัดการต้นทุนคงที่ได้อย่างแม่นยำและยั่งยืนในระยะยาว แต่ยังเป็นการปิดช่องโหว่จากความเหนื่อยล้าของบุคลากร (Human Error) ด้วยระบบเฝ้าระวังอัจฉริยะตลอด 24 ชั่วโมง การปรับกลยุทธ์นี้ จึงไม่ใช่แค่ทางเลือกเพื่อลดค่าใช้จ่าย แต่คือการยกระดับขีดความสามารถในการระงับเหตุที่รวดเร็วและแม่นยำกว่าเดิม เปลี่ยนบทบาทของ รปภ. จากผู้เฝ้าสังเกตการณ์สู่เจ้าหน้าที่เทคนิคผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งถือเป็นทางรอดสำคัญที่จะพลิกวิกฤตต้นทุนแรงงานให้กลายเป็นโอกาสในการสร้างมาตรฐานความปลอดภัยที่เหนือชั้นกว่าในยุคดิจิทัล
Smart Selection: ทางเลือกเชิงกลยุทธ์ที่เหนือกว่าสำหรับผู้ประกอบการไทย
การปรับเปลี่ยนสู่ระบบ Hybrid คือ "Smart Selection" หรือทางเลือกที่ชาญฉลาดที่สุดสำหรับผู้ประกอบการยุคนี้ เพราะเป็นการเปลี่ยน "ค่าใช้จ่ายจม" (Sunk Cost) จากค่า OT ที่พุ่งสูง ให้กลายเป็นการลงทุนในเทคโนโลยีที่เพิ่มมูลค่าในระยะยาว (Smart Investment) อีกทั้งยังเป็นการบริหารคนอย่างชาญฉลาด (Smart Human Resource) ช่วยให้เจ้าหน้าที่มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ลดอัตราการลาออก และสร้างมาตรฐานความปลอดภัยที่แม่นยำกว่าเดิม
วิสัยทัศน์สู่การเติบโตอย่างยั่งยืน: ยกระดับคุณภาพชีวิตควบคู่ประสิทธิภาพธุรกิจ
นายเอกรัฐ เน้นย้ำทิ้งท้ายว่า การปรับตัวสู่ Hybrid Security ไม่ใช่การลดความสำคัญของพนักงานรักษาความปลอดภัย แต่คือการ "ยกระดับคุณภาพชีวิต" ของพนักงานให้ทำงานได้อย่างชาญฉลาดขึ้น มีเวลาพักผ่อนมากขึ้น ในขณะที่องค์กรและลูกค้าสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของกฎหมายแรงงานและสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน







