
เปิดโฉม Smart Security Care รับสังคมสูงวัย - Silver Economy
SECOM เปิดตัว Smart Security Care ผสาน IoT ดูแลผู้สูงอายุครบวงจร ทั้งเซนเซอร์ตรวจจับ กล่องยาอัจฉริยะ ปุ่มฉุกเฉิน ต่อยอดโมเดลญี่ปุ่นที่มีสัญญากว่า 1.62 ล้านราย รับไทยเข้าสู่สังคมสูงวัยเร็วกว่าใคร
KEY
POINTS
- ซีคอม (SECOM) เปิดตัวโซลูชัน “Smart Security Care” เพื่อรองรับสังคมผู้สูงวัยและเจาะตลาด Silver Economy ในประเทศไทย
- โซลูชันนี้ผสานเทคโนโลยี IoT และอุปกรณ์อัจฉริยะ เช่น เซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว กล่องยา และปุ่มแจ้งเหตุฉุกเฉิน เพื่อดูแลผู้สูงอายุครบวงจร
- เป็นการต่อยอดความสำเร็จจากตลาดญี่ปุ่น เพื่อช่วยให้ผู้สูงอายุใช้ชีวิตที่บ้านได้อย่างปลอดภัย และสร้างความอุ่นใจให้ครอบครัวที่ดูแลจากระยะไกล
ไทยกำลังก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเร็วกว่าญี่ปุ่นถึง 6 ปี ซีคอม (SECOM) จับจังหวะนี้เปิดตัวโซลูชัน "Smart Security Care" ผสาน IoT ดูแลผู้สูงวัยครบวงจร ต่อยอดความสำเร็จจากตลาดญี่ปุ่นที่มีสัญญาบริการกว่า 1.62 ล้านสัญญา รุกตลาด Silver Economy ที่กำลังเติบโตแบบก้าวกระโดด
นายเอกรัฐ วิภาณุรัตน์ กรรมการ บริษัท รักษาความปลอดภัย ไทยซีคอม จำกัด (SECOM) กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว ทำให้ "AgeTech" หรือเทคโนโลยีเพื่อผู้สูงวัย จะกลายเป็นหนึ่งในกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจยุคใหม่ โดยบริษัทได้นำความเชี่ยวชาญด้านระบบรักษาความปลอดภัยมาผสานกับนวัตกรรมอัจฉริยะ พัฒนาโซลูชัน "SECOM Smart Security Care" เพื่อรองรับทั้งกลุ่ม Silver Market และครอบครัวยุคใหม่ที่ต้องดูแลผู้สูงอายุจากระยะไกล
ข้อมูลจากธนาคารโลก (World Bank) ระบุว่า ประเทศไทยใช้เวลาเพียง 18 ปีในการเปลี่ยนผ่านจาก "สังคมสูงวัย" (Aging Society) สู่ "สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์" (Aged Society) ซึ่งเร็วกว่าญี่ปุ่นที่ใช้เวลามากกว่า 24 ปี และคาดว่าประเทศไทยจะก้าวสู่ "สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด" (Super-Aged Society) ภายในปี 2576ส่งผลให้โครงสร้างเศรษฐกิจ ระบบสาธารณสุข และรูปแบบการอยู่อาศัยเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ Silver Economy กำลังก้าวขึ้นเป็นหนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพสูง และเปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจพัฒนานวัตกรรมรองรับความต้องการของผู้สูงอายุ
จากแนวโน้มดังกล่าว SECOM จึงประกาศเดินหน้ารุกตลาด Silver Economy อย่างจริงจัง ด้วยการนำเทคโนโลยี AgeTech (Ageing Technology) มาต่อยอดธุรกิจด้านความปลอดภัย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุไทย และสร้างโอกาสการเติบโตในตลาดใหม่ที่กำลังขยายตัว
ญี่ปุ่นต้นแบบตลาด AgeTech ดันไทยต่อยอด
นายเอกรัฐ กล่าวว่า ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทแม่ของ Thai SECOM ได้เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุระดับสุดยอด (Super-Aged Society) แล้ว ส่งผลให้ความต้องการระบบรักษาความปลอดภัยสำหรับผู้สูงวัยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ปัจจุบัน SECOM ประเทศญี่ปุ่นเป็นผู้นำด้านบริการรักษาความปลอดภัยที่ได้รับความไว้วางใจสูงสุด ด้วยจำนวนสัญญาบริการรักษาความปลอดภัยที่พักอาศัยกว่า 1.62 ล้านสัญญา และนับตั้งแต่ปี 2560 จำนวนการติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยในบ้านที่มีผู้สูงอายุอายุ 65 ปีขึ้นไป เติบโตมากกว่าสองเท่า สะท้อนความต้องการที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
ประสบการณ์จากตลาดญี่ปุ่นจึงถูกนำมาต่อยอดสู่การพัฒนาโครงการ SECOM Smart Security Care สำหรับประเทศไทย เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากรที่กำลังเกิดขึ้น
ผสาน IoT ดูแลผู้สูงอายุครบวงจร
สำหรับ SECOM Smart Security Care ได้รับการออกแบบให้เป็นโซลูชันดูแลผู้สูงอายุแบบครบวงจร โดยผสานเทคโนโลยี Internet of Things (IoT) และอุปกรณ์อัจฉริยะหลายรูปแบบ ได้แก่
- ระบบเซนเซอร์ตรวจจับการเคลื่อนไหว (Motion Sensor) วิเคราะห์พฤติกรรมการใช้ชีวิตโดยไม่กระทบความเป็นส่วนตัว
- กล่องยาอัจฉริยะ (Medicine Box) แจ้งเตือนไปยังสมาร์ทโฟนของผู้ดูแล หากผู้สูงอายุลืมรับประทานยา
- ปุ่มแจ้งเหตุฉุกเฉิน (Panic Button) เชื่อมต่อโดยตรงกับ SECOM Control Center ที่มีเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและประสานหน่วยแพทย์ฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง
ระบบดังกล่าวช่วยให้ผู้สูงอายุสามารถใช้ชีวิตภายในบ้านได้อย่างปลอดภัย ขณะที่สมาชิกในครอบครัวสามารถติดตามและดูแลจากระยะไกลได้อย่างมั่นใจ
สอดรับนโยบายรัฐ รับมือสังคมสูงวัย
การพัฒนาโซลูชันดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายภาครัฐ ทั้งแผนผู้สูงอายุแห่งชาติ ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2566-2580) การพัฒนาระบบการดูแลระยะยาว (Long-Term Care) และการผลักดัน Smart Healthcare เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชากรสูงวัยอย่างยั่งยืน
บริษัทตั้งเป้านำความเชี่ยวชาญด้านระบบรักษาความปลอดภัยมาตรฐานญี่ปุ่น ผสานเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อสร้างระบบดูแลผู้สูงอายุที่ตอบโจทย์สังคมไทย โดยวางตำแหน่ง SECOM Smart Security Care ให้เป็นมากกว่าโซลูชันรักษาความปลอดภัย แต่เป็นเครื่องมือสร้าง "ความอุ่นใจ" ให้ทั้งผู้สูงอายุและครอบครัว พร้อมรองรับการเติบโตของตลาด Silver Economy ซึ่งจะเป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจไทยในอนาคต







