thansettakij
thansettakij
สงครามตะวันออกกลาง เขย่าซัพพลายเชนไอทีทุบสมาร์ทโฟนทรุดหนัก

สงครามตะวันออกกลาง เขย่าซัพพลายเชนไอทีทุบสมาร์ทโฟนทรุดหนัก

11 มี.ค. 2569 | 01:18 น.

วิกฤตความขัดแย้งสหรัฐ-อิสราเอล-อิหร่าน ยืดเยื้อซัดซัพพลายเชนโลก เคาน์เตอร์พอยท์ชี้ปี 2569 ยอดส่งออกสมาร์ทโฟนจ่อร่วง 12% ต่ำสุดในรอบ 13 ปี เหตุโลจิสติกส์อัมพาต-ต้นทุนพุ่ง

KEY

POINTS

  • ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลกระทบโดยตรงต่อการขนส่งทางอากาศ ทำให้ต้นทุนโลจิสติกส์ของสมาร์ทโฟนพุ่งสูงขึ้นจากการเปลี่ยนเส้นทางบินและราคาน้ำมันที่ผันผวน
  • คาดการณ์ว่ายอดส่งออกสมาร์ทโฟนทั่วโลกในปี 2569 จะลดลง 12.4% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2556 โดยเฉพาะกลุ่มราคาประหยัดที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด
  • วิกฤตซัพพลายเชนยังส่งผลให้ตลาดสมาร์ทโฟนมือสองและเครื่องรีเฟอร์บิช (Refurbished) ประสบปัญหาขาดแคลนอะไหล่และมีรอบการซ่อมแซมที่ยาวนานขึ้น

สถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐอเมริกา อิสราเอล และอิหร่าน ที่ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2568 และยกระดับสู่การเผชิญหน้าทางทหารในเดือนกุมภาพันธ์ ปี 2569 กำลังกลายเป็นมรสุมลูกใหญ่ที่ซัดเข้าใส่ห่วงโซ่อุปทานเทคโนโลยีโลกอย่างเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสมาร์ทโฟนที่ต้องเผชิญกับภาวะ “Perfect Storm” ทั้งจากปัญหาโลจิสติกส์และวิกฤตราคาชิ้นส่วนที่พุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์

โลจิสติกส์อัมพาต-ต้นทุนแฝงพุ่ง

ข้อมูลจาก เคาน์เตอร์พอยท์ รีเสิร์ช (Counterpoint Research) ระบุว่าความเสี่ยงด้านโลจิสติกส์คือปัจจัยลบอันดับหนึ่ง เนื่องจากสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ส่วนใหญ่พึ่งพาการขนส่งทางอากาศเป็นหลักเพื่อทำความเร็วในการวางจำหน่ายและลดความเสี่ยงสินค้าค้างสต็อก แต่การที่น่านฟ้าตะวันออกกลางซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนถ่ายสินค้า (Hub) สำคัญของโลกถูกจำกัดการใช้งาน ทำให้สายการบินต้องเปลี่ยนเส้นทางบินใหม่ ส่งผลให้ระยะเวลาการบินยาวนานขึ้นอีก 2-3 ชั่วโมง และมีค่าใช้จ่ายน้ำมันส่วนเกินสูงถึงเที่ยวละ 25,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 812,500 บาท)

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ผันผวนรุนแรง โดยเคยพุ่งทะลุ 120 ดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 3,900 บาท) ต่อบาร์เรล ก่อนจะปรับตัวลงตามสถานการณ์รายวัน ได้กลายเป็นแรงกดดันโดยตรงต่อต้นทุนค่าขนส่งและเบี้ยประกันภัย ซึ่งบีบให้ผู้ผลิตสมาร์ทโฟน (OEM) ต้องปรับเปลี่ยนกลยุทธ์จากเดิมที่เน้น “ประสิทธิภาพ (Efficiency)” มาเป็นการเน้น “ความยืดหยุ่น (Resilience)” เพื่อรักษาความต่อเนื่องของซัพพลายเชน

ยอดส่งออกวูบ-มือถือราคาประหยัดอ่วม

เคาน์เตอร์พอยท์ รีเสิร์ช คาดการณ์ว่ายอดส่งออกสมาร์ทโฟนทั่วโลกในปี 2569 จะลดลง 12.4% หรือต่ำกว่า 1.1 พันล้านเครื่อง ซึ่งถือเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่ปี 2556 โดยกลุ่มที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคือสมาร์ทโฟนระดับล่าง (ราคาต่ำกว่า 100 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3,250 บาท) ที่มียอดจำหน่ายจ่อร่วงถึง 31% เนื่องจากกำไรที่น้อยอยู่แล้วถูกซ้ำเติมด้วยราคาหน่วยความจำ (Memory) ที่พุ่งสูงขึ้นเกือบ 3 เท่าเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา

สงครามตะวันออกกลาง เขย่าซัพพลายเชนไอทีทุบสมาร์ทโฟนทรุดหนัก

ในขณะที่ตลาดสินค้ามือสองและเครื่องรีเฟอร์บิช (Refurbished) ซึ่งพึ่งพาการขนส่งชิ้นส่วนทางเรือผ่านท่าเรือสำคัญในตะวันออกกลาง เช่น เจเบล อาลี (Jebel Ali) ในดูไบ ก็เริ่มประสบปัญหาขาดแคลนอะไหล่และรอบการซ่อมแซมที่ยาวนานขึ้น กระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในวงกว้าง

จับตาจุดเปลี่ยนปี 2570

นักวิเคราะห์ มองว่า การฟื้นตัวของตลาดสมาร์ทโฟนอาจไม่เกิดขึ้นในระยะสั้น และคาดว่าสถานการณ์จะเริ่มกลับเข้าสู่ภาวะปกติได้ในช่วงครึ่งหลังของปี 2570 เมื่อโรงงานผลิตหน่วยความจำแห่งใหม่เริ่มดำเนินการผลิตอย่างเต็มรูปแบบ อย่างไรก็ตาม ในปี 2569 นี้ ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนท่ามกลางความผันผวนของภูมิรัฐศาสตร์ จะเป็นตัวตัดสินผู้แพ้-ผู้ชนะในสมรภูมิไอทีโลกอย่างแท้จริง