thansettakij
หัวเว่ย คลาวด์หนุนใช้ ‘AI’ เพิ่มประสิทธิภาพองค์กร ยกระดับอุตสาหกรรม

หัวเว่ย คลาวด์หนุนใช้ ‘AI’ เพิ่มประสิทธิภาพองค์กร ยกระดับอุตสาหกรรม

10 ก.พ. 2569 | 22:11 น.
อัปเดตล่าสุด :11 ก.พ. 2569 | 00:33 น.

หัวเว่ย คลาวด์เดินหน้าหนุนใช้ ‘AI’ เพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยองค์กร ลดความซ้ำซ้อนในการทำงาน มุ่งยกระดับอุตสาหกรรม

KEY

POINTS

  • หัวเว่ย คลาวด์ ชี้แนวโน้มการใช้ AI ในองค์กรกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ความอัจฉริยะ (Intelligent Transformation) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และเร่งการตัดสินใจทางธุรกิจ
  • นำเสนอโซลูชัน AI แบบครบวงจรตั้งแต่ฮาร์ดแวร์ถึงซอฟต์แวร์ พร้อมศูนย์ข้อมูล 3 แห่งในไทยเพื่อรองรับอธิปไตยทางข้อมูลและความปลอดภัย
  • แนะองค์กรที่ต้องการใช้ AI ต้องเริ่มต้นจากการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน เตรียมความพร้อมข้อมูล และวางรากฐานด้านความปลอดภัยที่แข็งแกร่ง
  • เผยเทรนด์การใช้ Hybrid AI ที่ผสานโอเพ่นซอร์สกับบริการบนคลาวด์ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างต้นทุน ความยืดหยุ่น และความปลอดภัยของข้อมูล

นายสุรศักดิ์ วนิชเวทย์พิบูล หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคโนโลยี (CTO) หัวเว่ย คลาวด์ ประเทศไทย เปิดเผยในงาน Cybersec Asia 2026 Bangkok ว่า การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ (AI) มาใช้งานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกได้ก้าวเข้าสู่การพัฒนาระยะใหม่ จากเดิมที่มุ่งเน้นการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล (Digital Transformation) สู่การเปลี่ยนผ่านสู่ความอัจฉริยะในระดับองค์กร (Enterprise-wide Intelligent Transformation) ซึ่งขับเคลื่อนโดยความต้องการเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และเร่งการตัดสินใจทางธุรกิจให้รวดเร็วยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ การเริ่มต้นใช้งาน AI ไม่ควรเริ่มจากเทคโนโลยีเพียงอย่างเดียว องค์กรจำเป็นต้องกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจน เตรียมความพร้อมด้านข้อมูล และวางรากฐานด้านธรรมาภิบาลและความมั่นคงปลอดภัยให้แข็งแกร่ง ก่อนนำ AI มาใช้งานในวงกว้าง

อย่างไรก็ดี ปัจจุบันมีแนวโน้มการใช้งาน Hybrid AI ที่เพิ่มขึ้น โดยผสานการใช้ AI แบบโอเพ่นซอร์สสำหรับข้อมูลที่มีความอ่อนไหวหรือมีความเสี่ยงสูง เข้ากับบริการ AI บนคลาวด์สำหรับกรณีการใช้งานที่เน้นนวัตกรรม แนวทางดังกล่าวช่วยให้องค์กรสามารถสร้างสมดุลระหว่างการบริหารต้นทุน ความยืดหยุ่น และความปลอดภัยของข้อมูล พร้อมลดความซับซ้อนในการดำเนินงาน

“ความสำเร็จของ AI ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการเลือกโมเดลเพียงอย่างเดียว แต่ยังขึ้นอยู่กับเครื่องมือที่ช่วยสนับสนุนการพัฒนา การบริหารจัดการ และการดูแลวงจรชีวิตของ AI ในสภาพแวดล้อมที่หลากหลาย”

หัวเว่ย คลาวด์หนุนใช้ ‘AI’ เพิ่มประสิทธิภาพองค์กรยกระดับอุตฯ

สำหรับขีดความสามารถด้าน AI ของหัวเว่ย คลาวด์ ถูกพัฒนาบนโครงสร้างเทคโนโลยีแบบครบวงจร (End-to-End) ที่ผสานทั้งฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่บริษัทพัฒนาขึ้นเอง ครอบคลุมตั้งแต่ชิปประมวลผล AI Ascend แพลตฟอร์มพัฒนา AI บริการโมเดลขนาดใหญ่ ไปจนถึงเครื่องมือสำหรับพัฒนาแอปพลิเคชัน เพื่อรองรับการฝึกโมเดล การนำไปใช้งาน และการดำเนินงานในระดับองค์กร

อย่างไรก็ดี ปัจจุบัน หัวเว่ย คลาวด์ ให้บริการคลาวด์ระดับภูมิภาค 34 แห่งทั่วโลก โดยมีศูนย์ข้อมูล 3 แห่งในประเทศไทย เพื่อรองรับการคุ้มครองอธิปไตยของข้อมูล (Data Sovereignty) และปฏิบัติตามกฎหมายท้องถิ่น 

นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับการรับรองมาตรฐานระดับโลกมากกว่า 170 รายการ ครอบคลุมด้านความมั่นคงปลอดภัย การดำเนินงาน และมาตรฐานอุตสาหกรรม

นายสุรศักดิ์ กล่าวอีกว่า ความปลอดภัยของ AI ต้องครอบคลุมตลอดทั้งวงจรการใช้งาน ตั้งแต่คุณภาพของข้อมูล ความน่าเชื่อถือของโมเดล การควบคุมสิทธิ์การเข้าถึง การคุ้มครองความเป็นส่วนตัว ไปจนถึงการตรวจสอบภัยคุกคามอย่างต่อเนื่อง

สำหรับสถาปัตยกรรมความปลอดภัย (Security Architecture) ของหัวเว่ย คลาวด์ ประกอบด้วยระบบป้องกันหลายชั้น การเข้ารหัสข้อมูลทั้งในขั้นตอนจัดเก็บและรับส่ง ระบบบริหารจัดการตัวตนที่เข้มงวด และระบบเฝ้าระวังที่ขับเคลื่อนด้วย AI เพื่อช่วยตรวจจับและลดความเสี่ยงแบบเรียลไทม์ ทำให้องค์กรมั่นใจได้ว่า ระบบ AI จะมีทั้งประสิทธิภาพ ความน่าเชื่อถือ และการปฏิบัติตามข้อกำหนดและกฎระเบียบ

“AI ที่น่าเชื่อถือ เริ่มต้นจากความเข้าใจว่าข้อมูลใดสามารถนำมาใช้ได้ ใครมีสิทธิ์เข้าถึง และจะตรวจสอบผลลัพธ์จาก AI อย่างไร”

อย่างไรก็ดีด้วยโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ แพลตฟอร์ม AI และแนวคิดด้านความปลอดภัยเป็นศูนย์กลาง หัวเว่ย คลาวด์ ประเทศไทย มุ่งสนับสนุนองค์กรในหลากหลายอุตสาหกรรม ให้สามารถเร่งการนำ AI มาใช้งานได้อย่างมีความรับผิดชอบและยั่งยืน

“เป้าหมาย คือ การช่วยให้องค์กรเปลี่ยนวิสัยทัศน์ด้าน AI ให้กลายเป็นผลลัพธ์ทางธุรกิจที่จับต้องได้อย่างปลอดภัย สอดคล้องกับกฎระเบียบ และมีประสิทธิภาพ”