thansettakij
หัวเว่ย คลาวด์-MFEC เพิ่มความสามารถแข่งขันองค์กร ดันเศรษฐกิจดิจิทัลไทย

หัวเว่ย คลาวด์-MFEC เพิ่มความสามารถแข่งขันองค์กร ดันเศรษฐกิจดิจิทัลไทย

28 ม.ค. 2569 | 23:11 น.

หัวเว่ย คลาวด์ผนึกMFEC สรา้งรากฐานดิจิทัล มุ่งเพิ่มความสามารถในการแข่งขันขององค์กร ขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลไทย

KEY

POINTS

  • หัวเว่ย คลาวด์ ร่วมมือกับ MFEC เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันขององค์กรไทย และขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล ผ่านโซลูชันคลาวด์
  • มุ่งเน้นการสนับสนุนองค์กรขนาดใหญ่ในภาคการเงินให้ปรับปรุงระบบเทคโนโลยีเดิม (Legacy Systems) สู่คลาวด์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และตอบสนองลูกค้าได้รวดเร็วขึ้น
  • ตัวอย่างความสำเร็จคือการย้ายระบบบัตรเครดิตของธนาคารพาณิชย์ขึ้นคลาวด์ ช่วยลดต้นทุนไอที 30% และการปรับปรุงระบบคะแนนสะสมที่ลดเวลาประมวลผลจาก 20 นาทีเหลือ 3 นาที

นางเซลีน เฉา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หัวเว่ย คลาวด์ ประเทศไทย เปิดเผยว่า ปี 2569 จะยังมุ่งเน้นการยกระดับองค์กร รวมถึงสร้างรากฐานดิจิทัลที่ดี และมีความยืดหยุ่น เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

ทั้งนี้ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทยอย่างยั่งยืน โดยผ่านการขยายระบบนิเวศพันธมิตรในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง รวมถึงร่วมมือกับพันธมิตรท้องถิ่นที่มีความเชี่ยวชาญ เช่น MFEC เพื่อสนับสนุนการทรานส์ฟอร์มดิจิทัลในหลากหลายอุตสาหกรรม ด้วยการผสานศักยภาพคลาวด์เข้ากับความเชี่ยวชาญในประเทศ

สำหรับการดำเนินการดังกล่าว จะเป้นการนำเสนอโซลูชันคลาวด์ที่มีความปลอดภัย สามารถขยายตัวได้ และมีประสิทธิภาพสูง ให้แก่องค์กรขนาดใหญ่ในภาคการเงินของประเทศไทย

ซึ่งจะทำให้ปรับปรุงระบบเทคโนโลยีแบบเก่า (Legacy Systems) ให้ทันสมัย รวมถึงรับมือกับความคาดหวังของลูกค้าที่เพิ่มสูงขึ้น ทั้งในด้านความรวดเร็ว ความเสถียร และบริการดิจิทัล เช่น การย้ายระบบบัตรเครดิตของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่แห่งหนึ่งที่ถือหุ้นโดยรัฐบาลขึ้นสู่คลาวด์ จากเดิมที่ระบบมีข้อจำกัดด้านขีดความสามารถ ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสูง และการบริหารจัดการศูนย์ข้อมูลที่ซับซ้อน ธนาคารได้ปรับใช้กลยุทธ์ Cloud-first เพื่อยกระดับประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน

หัวเว่ย คลาวด์-MFEC เพิ่มความสามารถแข่งขันองค์กร ดันเศรษฐกิจดิจิทัลไทย

โดยภายหลังการย้ายระบบ องค์ประกอบหลักของระบบบัตรเครดิตได้ทำงานบน Huawei Cloud รองรับผู้ถือบัตรหลายล้านคนและร้านค้าหลายพันแห่งทั่วประเทศ ส่งผลให้เกิดประโยชน์ที่ชัดเจนและสามารถวัดผลได้ เช่น การลดต้นทุนด้านไอทีโดยรวมลง 30% ความเสถียรของระบบที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และความสามารถในการขยายบริการได้อย่างรวดเร็วเพื่อรองรับการเติบโตทางธุรกิจ 

นอกจากนี้ ขีดความสามารถในการประมวลผลธุรกรรมยังเพิ่มขึ้นอย่างมาก รองรับธุรกรรมได้หลายสิบล้านรายการต่อวัน ทั้งลดระยะเวลาในนำเสนอบริการใหม่จากเดิมที่ใช้เวลาหลายปี เหลือเพียงไม่กี่เดือน

อย่างไรก็ดี ยังมีกรณีสนับสนุนสถาบันการเงินขนาดใหญ่ในการปรับปรุงระบบบริหารจัดการคะแนนสะสม (Rewards System) โดยการย้ายภาระงานไปยัง Huawei Cloud GaussDB ซึ่งช่วยแก้ไขข้อจำกัดด้านประสิทธิภาพและความสามารถในการขยายตัวของระบบฐานข้อมูลเดิมโดยทำให้ระยะเวลาในการจัดทำรายงานและประมวลผลคำสั่ง Query ที่มีความซับซ้อน ลดลงจากประมาณ 20 นาที เหลือ 3 นาที ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานอย่างมีนัยสำคัญ ระบบสามารถขยายตัวได้ตามความต้องการ และปกป้องข้อมูล อีกทั้งสถาบันการเงินยังสามารถลดต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับฐานข้อมูลได้ประมาณ 35% โดยไม่กระทบต่อการทำงานของแอปพลิเคชันเดิม

นายดิเรก ยิ้มละมัย ผู้จัดการโซลูชันคลาวด์ บริษัท MFEC กล่าวว่า จากการดำเนินโครงการดังกล่าวเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นด้านประสิทธิภาพด้านต้นทุน การยกระดับสมรรถนะของระบบ หรือการเพิ่มความคล่องตัวทางธุรกิจทำให้ได้ Huawei Cloud Outstanding Partner of the Year 2025 ซึ่งเป็นการช่วยให้องค์กรต่างๆสามารถทรานส์ฟอร์มการดำเนินงานและเติบโตอย่างยั่งยืนผ่านเทคโนโลยีคลาวด์