thansettakij
Apple โต้คดีผูกขาด ยันระบบนิเวศไร้รอยต่อเป็นหัวใจของนวัตกรรม

Apple โต้คดีผูกขาด ยันระบบนิเวศไร้รอยต่อเป็นหัวใจของนวัตกรรม

03 ก.พ. 2569 | 04:31 น.
อัปเดตล่าสุด :03 ก.พ. 2569 | 05:59 น.

แอปเปิล (Apple) ตอกย้ำกลยุทธ์ระบบนิเวศที่แข็งแรง มัดใจผู้ใช้ด้วยอุปกรณ์ที่ทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อ ท่ามกลางศึกคดีผูกขาดกับ DOJ ที่อาจสะเทือนการสร้างนวัตกรรมในอนาคต

KEY

POINTS

  • กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) ฟ้อง Apple ในข้อหาผูกขาดทางการค้าจากระบบนิเวศของผลิตภัณฑ์ที่เชื่อมต่อกันอย่างเหนียวแน่น
  • Apple โต้แย้งว่าระบบนิเวศที่ทำงานร่วมกันอย่างไร้รอยต่อคือหัวใจของนวัตกรรมและเป็นหลักการที่ทำให้ผลิตภัณฑ์แตกต่างจากคู่แข่ง
  • บริษัทเตือนว่าหากแพ้คดี อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการสร้างสรรค์เทคโนโลยีที่มอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดให้แก่ผู้ใช้งาน

แอปเปิล (Apple) ตอกย้ำความสำเร็จของกลยุทธ์การสร้างระบบนิเวศ (Ecosystem) ที่แข็งแกร่ง โดยเน้นการผนวกผลิตภัณฑ์และบริการเข้าด้วยกันอย่างเหนียวแน่น เพื่อให้อุปกรณ์ทุกอย่างสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างไร้รอยต่อ ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ลูกค้าเกิดความภักดีต่อแบรนด์โดยมี iPhone เป็นศูนย์กลางของทุกสรรพสิ่ง

จากรายงานของ Statista Consumer Insights พบข้อมูลที่น่าสนใจว่า ผู้ใช้ ไอโฟน มีแนวโน้มที่จะเลือกใช้อุปกรณ์เสริมและผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของแอปเปิลสูงกว่าผู้ใช้สมาร์ทโฟนแบรนด์อื่นอย่างมีนัยสำคัญ โดยผลสำรวจระบุว่า 77% ของผู้ใช้ iPhone ที่เป็นเจ้าของสมาร์ทวอทช์เลือกใช้ Apple Watch ในขณะที่กลุ่มผู้ไม่ได้ใช้ iPhone แต่เลือกใช้ Apple Watch มีสัดส่วนเพียง 28% เท่านั้น นอกจากนี้พฤติกรรมดังกล่าวยังครอบคลุมไปถึงกลุ่มหูฟัง แท็บเล็ต และแล็ปท็อปอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในการสร้าง "กำแพงสวนที่สวยงาม" นี้ ได้ดึงดูดความสนใจจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) ในปี 2567 เนื่องจากหน่วยงานภาครัฐมองว่า เส้นแบ่งระหว่างการสร้างประสบการณ์ใช้งานที่ดีกับการสร้างอุปสรรคเพื่อกีดกันคู่แข่งออกจากตลาดนั้นมีความหมิ่นเหม่ต่อการละเมิดกฎหมายป้องกันการผูกขาด

Apple โต้คดีผูกขาด ยันระบบนิเวศไร้รอยต่อเป็นหัวใจของนวัตกรรม ทางด้าน Apple ได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้ข้อกล่าวหาดังกล่าวอย่างดุเดือด โดยระบุว่าการฟ้องร้องในครั้งนี้ถือเป็นการคุกคามตัวตนและหลักการพื้นฐานที่ทำให้ผลิตภัณฑ์ของ Apple มีความแตกต่างในตลาดที่มีการแข่งขันสูง

พร้อมเตือนว่าหากบริษัทแพ้คดี อาจส่งผลให้ Apple ไม่สามารถสร้างสรรค์เทคโนโลยีที่ทำงานสอดประสานกันได้อย่างสมบูรณ์แบบเพื่อมอบ "ประสบการณ์มหัศจรรย์" ให้แก่ผู้ใช้งานได้ดังเดิม