

KEY
POINTS
แอปเปิล (Apple) แถลงเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมาว่าได้บรรลุข้อตกลงเข้าซื้อกิจการ คิว.ไอ (Q.ai) สตาร์ทอัพสัญชาติอิสราเอลที่พัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) สำหรับระบบเสียง โดยไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดทางการเงินของข้อตกลงนี้
อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้องระบุว่า ดีลนี้มีมูลค่าประมาณ 1.6 พันล้านดอลลาร์ (5.2 หมื่นล้านบาท) ซึ่ง คิว.ไอ (Q.ai) ได้รับการสนับสนุนจากบริษัทร่วมทุนยักษ์ใหญ่หลายแห่ง อาทิ แมตเทอร์ เวนเจอร์ พาร์ทเนอร์ส (Matter Venture Partners), ไคลเนอร์ เพอร์กินส์ (Kleiner Perkins), สปาร์ค แคปิตอล (Spark Capital), เอ็กเซอร์ (Exor) และ จีวี (GV) หรืออดีต Google Ventures
แม้ Apple จะไม่ได้ระบุชัดเจนว่าจะนำเทคโนโลยีของ คิว.ไอ (Q.ai) ไปใช้อย่างไร แต่เปิดเผยว่าสตาร์ทอัพรายนี้ได้พัฒนาแอปพลิเคชัน Machine Learning รูปแบบใหม่ที่ช่วยให้อุปกรณ์เข้าใจ "เสียงกระซิบ" และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเสียงในสภาพแวดล้อมที่ท้าทาย
เมื่อปี 2568 คิว.ไอ (Q.ai) ได้ยื่นจดสิทธิบัตรการใช้ "การขยับของผิวหน้าในระดับไมโคร" (Facial Skin Micromovements) เพื่อตรวจจับคำพูดที่ขยับผ่านริมฝีปาก ระบุตัวตนบุคคล ไปจนถึงประเมินอารมณ์ อัตราการเต้นของหัวใจ และอัตราการหายใจ
จอห์นนี่ สรูจิ (Johny Srouji) รองประธานอาวุโสฝ่ายเทคโนโลยีฮาร์ดแวร์ของ Apple ระบุว่า คิว.ไอ (Q.ai) เป็นบริษัทที่โดดเด่นในการบุกเบิกวิธีใหม่ๆ ในการใช้ภาพและ Machine Learning ซึ่ง Apple รู้สึกตื่นเต้นอย่างมากกับการควบรวมกิจการในครั้งนี้
ในช่วงที่ผ่านมา Apple ได้เพิ่มฟีเจอร์ AI ใหม่ๆ ลงในหูฟัง แอร์พอดส์ (AirPods) อย่างต่อเนื่อง เช่น เทคโนโลยีแปลภาษาแบบเรียลไทม์ที่เปิดตัวไปเมื่อปีที่แล้ว การเข้าซื้อ คิว.ไอ (Q.ai) จึงถูกมองว่าเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับประสบการณ์ด้านเสียงและเซนเซอร์อัจฉริยะในอนาคต
ที่มา รอยเตอร์