ย้อนรอย เทเลนอร์ กรุ๊ป ยักษ์ใหญ่โทรคมนาคมจากนอร์เวย์ ลงทุนในไทย

22 ม.ค. 2569 | 08:10 น.
อัปเดตล่าสุด :22 ม.ค. 2569 | 12:06 น.

ย้อนรอย เทเลนอร์ กรุ๊ป ยักษ์ใหญ่โทรคมนาคมจากนอร์เวย์ ลงทุนในประเทศไทย ยาวนานกว่า 25 ปี ตัดสินใจขายหุ้นออกไป 24.95% ให้กับ กลุ่มอไรซ์ ถือหุ้นโดย 'ศุภชัย เจียรวนนท์"

KEY

POINTS

  • เทเลนอร์ กรุ๊ป จากนอร์เวย์ เริ่มลงทุนในไทยเมื่อกว่า 25 ปีก่อน โดยเข้าถือหุ้นใหญ่ในบริษัทดีแทค (DTAC)
  • ในปี 2565 ได้นำดีแทคควบรวมกิจการกับทรู (TRUE) และกลายเป็นผู้ถือหุ้นหลักในบริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)
  • ล่าสุด เทเลนอร์ได้ตัดสินใจถอนการลงทุน โดยขายหุ้นในทรู คอร์ปอเรชั่น สัดส่วน 24.95% ให้กับบริษัทของนายศุภชัย เจียรวนนท์
  • มีแผนจะขายหุ้นส่วนที่เหลือทั้งหมดภายใน 2 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นการสิ้นสุดบทบาทการเป็นผู้ถือหุ้นหลักในธุรกิจโทรคมนาคมไทย

ในที่สุด เทเลนอร์ หรือ Telenor Thailand Investments Pte. Ltd.  ได้ตัดสินใจถอนการลงทุนในประเทศไทย ล่าสุด TRUE หรือ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันนี้ 22 มกราคม 2569 ว่า บริษัทได้รับแจ้งจาก Telenor Thailand Investments Pte. Ltd. ("เทเลนอร์") ผู้ถือหุ้นของบริษัทว่า เทเลนอร์ ได้ลงนามในสัญญากับ บริษัท อไรซ์ ดิจิทัล เทคโนโลยี จำกัด ("อไรซ์") ซึ่งเป็นบริษัทที่ถือหุ้นโดยนายศุภชัย เจียรวนนท์ เพื่อขายหุ้นของบริษัทในสัดส่วนร้อยละ 24.95  นอกจากนี้ยังได้ตกลงให้มีสิทธิการซื้อขายหุ้น (put/call option) สำหรับหุ้นส่วนที่เหลือร้อยละ 5.35 ของเทเลนอร์ ภายหลังครบระยะเวลา 2 ปีนับจากวันที่ปิดการขายครั้งแรก

ย้อนรอย เทเลนอร์ (Telenor Group) ลงทุนในไทย

เทเลนอร์กรุ๊ป (Telenor Group) จากนอร์เวย์ เข้ามาถือหุ้นในเมืองไทยผ่านการร่วมลงทุนในบริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดี แทค (DTAC) โดยเริ่มเข้ามาถือหุ้นตั้งแต่ช่วงปี พ.ศ. 2543 - 2544  ซึ่งถือเป็นการเข้ามาลงทุนระยะยาวและดำเนินธุรกิจโทรคมนาคมใน ประเทศไทย มานานกว่า 25 ปี ก่อนจะควบรวมกิจการกับทรู (TRUE) ในเวลาต่อมา 

ขยายฐานลงทุนในเอเชีย

เป้าหมายหลักของ เทเลนอร์กรุ๊ป  ในครั้งนั้น ต้องการขยายฐานลูกค้าในเอเชีย โดยใช้ ไทยเป็นยุทธศาสตร์หลัก เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่และมีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ และนำวัฒนธรรมองค์กรแบบ "Open Office" เข้ามาสร้างความฮือฮาในไทย

ถึงยุคควบรวม “TRUE – DTAC”

ต่อมาเมื่อปี 2565  TRUE และ DTAC ตัดสินใจควบรวมกิจการ ด้วยเหตุผลที่ว่า เมื่อเทคโนโลยีเปลี่ยนผ่านสู่ยุค 5G และ AI เทเลนอร์ตัดสินใจปรับกลยุทธ์จาก "คู่แข่ง" มาเป็น "พันธมิตร"

DTAC และ TRUE ได้ควบรวมกิจการกันอย่างเป็นทางการ

โครงสร้างการถือหุ้น  เทเลนอร์ และ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) ตกลงเป็น "พันธมิตรที่เท่าเทียมกัน" (Equal Partnership) โดย เทเลนอร์ ถือหุ้นในบริษัทใหม่ (TRUE) ประมาณ 30.1% - 30.3% ผ่านบริษัท Telenor Thailand Investments Pte. Ltd.

จุดเปลี่ยนสำคัญ : การขายหุ้นครั้งใหญ่ (21 มกราคม 2569) ข้อมูลล่าสุด ณ วันนี้ พบว่าเทเลนอร์ได้เริ่มแผน "ทางออกจากการลงทุน" (Exit Strategy) ในฐานะผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของ True Corporation:

ธุรกรรม : เทเลนอร์ ลงนามขายหุ้น TRUE จำนวน 24.95% ให้กับ บริษัท  ดิจิทัล เทคโนโลยี จำกัด (Arise Digital Technology) ซึ่งมี นายศุภชัย เจียรวนนท์ เป็นเจ้าของ

มูลค่า: การขายครั้งนี้มีมูลค่าประมาณ 39,000 ล้านโครนนอร์เวย์ (หรือประมาณ 100,900 ล้านบาท)

แผนในอนาคต : เทเลนอร์ยังตกลงขายหุ้นส่วนที่เหลืออีก 5.35% ภายในอีก 2 ปีข้างหน้า (พ.ศ. 2571) ซึ่งจะส่งผลให้เทเลนอร์ค่อยๆ ลดบทบาทจากการเป็นเจ้าของหลักไปสู่การเป็นพันธมิตรทางเทคโนโลยีแทน

 

 

(ซ้าย) นางสาวเบเนดิกต์ ชิลเบรด ฟาสเมอร์ ซีอีโอของ Telenor  (ขวา) ศุภชัย เจียรวนนท์  ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี) และ ประธานกรรมการ บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน)

“เรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้บรรลุข้อตกลงกับ Arise เกี่ยวกับการขายหุ้นของเราใน True และขอขอบคุณพนักงานและลูกค้าของ True เป็นพิเศษ เรามั่นใจว่าบุคลากรที่มีความมุ่งมั่นของ True จะยังคงเติบโตและสร้างสรรค์นวัตกรรมต่อไปเพื่อลูกค้าประมาณ 60 ล้านราย” นางสาวเบเนดิกต์ ชิลเบรด ฟาสเมอร์ ซีอีโอ ของ Telenor กล่าว.