WEF เปิดบทเรียนราคาแพง! แฮก Jaguar ครั้งเดียว สะเทือนเศรษฐกิจอังกฤษเกือบแสนล้าน

15 ม.ค. 2569 | 07:40 น.
อัปเดตล่าสุด :15 ม.ค. 2569 | 07:51 น.

รายงาน WEF ปี 2026 เปิดบทเรียนราคาแพงจากกรณี Jaguar Land Rover ถูกโจมตีไซเบอร์ ทำโรงงานหยุดผลิต 5 สัปดาห์ กระทบซัพพลายเชนทั่วโลก และสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจสหราชอาณาจักรเกือบแสนล้าน

KEY

POINTS

  • การโจมตีทางไซเบอร์ที่ Jaguar Land Rover (JLR) เพียงครั้งเดียว ทำให้สายการผลิตทั่วโลกหยุดชะงักนาน 5 สัปดาห์ และกระทบซัพพลายเออร์กว่า 5,000 ราย
  • เหตุการณ์นี้สร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจโดยรวมของสหราชอาณาจักรสูงถึง 1.9 พันล้านปอนด์ หรือเกือบ 9 หมื่นล้านบาท
  • รัฐบาลสหราชอาณาจักรต้องเข้าแทรกแซงด้วยการค้ำประกันเงินกู้มูลค่า 1.5 พันล้านปอนด์ เพื่อพยุงห่วงโซ่อุปทานและป้องกันวิกฤตเศรษฐกิจ

สภาเศรษฐกิจโลก (WEF) ได้เปิดเผยรายงานความปลอดภัยไซเบอร์ปี 2026 โดยหยิบยกกรณีศึกษาที่น่าตกใจของ Jaguar Land Rover (JLR) ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดของสหราชอาณาจักร ซึ่งถูกโจมตีทางไซเบอร์อย่างรุนแรงเมื่อเดือนสิงหาคม 2025 ซึ่งเหตุการณ์นี้พิสูจน์ให้เห็นว่าความผิดพลาดเพียงครั้งเดียวสามารถส่งผลกระทบต่อเนื่องจนกลายเป็นวิกฤตเศรษฐกิจระดับประเทศได้

อัมพาตทั้งระบบ หยุดผลิต 5 สัปดาห์ กระทบซัพพลายเออร์ 5,000 ราย

การโจมตีเพียงครั้งเดียวส่งผลให้สายการผลิตของ JLR ทั่วโลกต้อง หยุดชะงักลงนานถึง 5 สัปดาห์เต็ม แต่ความเสียหายไม่ได้จำกัดอยู่แค่ภายในโรงงานของบริษัทเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบโดมิโนไปยัง ซัพพลายเออร์มากกว่า 5,000 ราย ที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทาน ทำให้กระบวนการผลิตรถยนต์ทั้งหมดกลายเป็นอัมพาต

ตัวเลขความเสียหายที่น่าตกใจ

ผลกระทบทางการเงินจากเหตุการณ์นี้ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนหลัก:

  • ความเสียหายต่อบริษัท: JLR ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายโดยตรงในการแก้ปัญหาไซเบอร์ถึง 196 ล้านปอนด์ (ประมาณ 260 ล้านดอลลาร์) และรายได้ของบริษัทลดลงเกือบ 25% คิดเป็นมูลค่าราว 4.9 พันล้านปอนด์ (6.5 พันล้านดอลลาร์).
  • ความเสียหายต่อเศรษฐกิจ: ที่น่ากลัวกว่านั้นคือ ผลกระทบต่อเศรษฐกิจในภาพรวมของสหราชอาณาจักร ซึ่งประเมินว่าความเสียหายสูงถึง 1.9 พันล้านปอนด์ หรือประมาณ 2.5 พันล้านดอลลาร์ (เกือบ 9 หมื่นล้านบาท)

ผลกระทบจากการโจมตีครั้งนี้รุนแรงจนรัฐบาลสหราชอาณาจักรต้องเร่งเข้าช่วยเหลือ โดยค้ำประกันเงินกู้มูลค่า 1.5 พันล้านปอนด์ (ราว 2 พันล้านดอลลาร์) เพื่อพยุงห่วงโซ่อุปทานและช่วยให้ซัพพลายเออร์ยังสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ พร้อมป้องกันไม่ให้ความเสียหายลุกลามจนกระทบเสถียรภาพเศรษฐกิจในวงกว้าง

จากกรณีนี้ WEF เน้นย้ำว่า ความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ไม่ใช่แค่หน้าที่ของแผนกไอทีอีกต่อไป แต่เป็นยุทธศาสตร์สำคัญที่กำหนดความอยู่รอดของเศรษฐกิจและสังคม พร้อมระบุว่าการลงทุนใน "ความยืดหยุ่นทางไซเบอร์" (Cyber Resilience) และความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนในการรับมือภัยคุกคาม เป็นสิ่งจำเป็นพื้นฐานในการปกป้องรากฐานทางเศรษฐกิจของประเทศในโลกยุคดิจิทัล