thansettakij
thansettakij
สคส.ลั่นข้อมูลรัฐว่อนเน็ต ไม่ใช่ 'ข้อมูลหลุดทั่วไป'สั่งลุยรื้อต้นน้ำ-ปลายน้ำ

สคส.ลั่นข้อมูลรัฐว่อนเน็ต ไม่ใช่ 'ข้อมูลหลุดทั่วไป'สั่งลุยรื้อต้นน้ำ-ปลายน้ำ

04 ส.ค. 69 | 09:50 น.
อัปเดตล่าสุด :04 ส.ค. 69 | 09:50 น.

สคส. เร่งสกัดปมข้อมูลส่วนบุคคลคนไทยว่อนเน็ต ชี้ไม่ใช่ข้อมูลหลุดทั่วไป มิจฉาชีพเจาะระบบมิชอบ ผนึก CIB-ดีอี-สกมช.ล้างบางเครือข่ายซื้อขายเถื่อน สั่งยกระดับความปลอดภัยขั้นสูงสุด

KEY

POINTS

  • สคส. ชี้แจงว่าข้อมูลภาครัฐที่ปรากฏบนโลกออนไลน์ไม่ใช่ "ข้อมูลหลุดทั่วไป" แต่เป็นการเข้าถึงโดยมิชอบจากเครือข่ายมิจฉาชีพซึ่งผิดกฎหมาย
  • ได้สั่งการให้ตรวจสอบและแก้ไขปัญหาแบบครบวงจร 3 มิติ คือ ต้นน้ำ (หน่วยงานเจ้าของข้อมูล), กลางน้ำ (กลุ่มมิจฉาชีพ), และปลายน้ำ (ผู้โพสต์และเผยแพร่)
  • มีการประสานงานกับกระทรวงดีอีและตำรวจเพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดทุกส่วน พร้อมเตือนประชาชนไม่ให้ส่งต่อข้อมูลหรือลิงก์ดังกล่าวเพราะมีความผิดตามกฎหมาย

สคส. ยืนยันกรณีพบข้อมูลส่วนบุคคลและภาพถ่ายจากฐานข้อมูลภาครัฐเผยแพร่บนโลกออนไลน์ ไม่ใช่เหตุข้อมูลรั่วไหลทั่วไป แต่เป็นการเข้าถึงระบบโดยมิชอบผ่านช่องทางที่สร้างขึ้นผิดกฎหมาย พร้อมประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบ อุดช่องโหว่ และดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทุกระดับ ตั้งแต่ผู้โพสต์ ผู้เผยแพร่ ไปจนถึงขบวนการซื้อขายข้อมูลเถื่อน

ย้ำไม่ใช่ “ข้อมูลหลุด” แต่เป็นการเข้าถึงระบบโดยมิชอบ

พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.) เปิดเผยถึงกรณีผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศระบุว่า พบข้อมูลส่วนบุคคลและภาพถ่ายติดบัตรจากฐานข้อมูลภาครัฐถูกนำมาเผยแพร่ผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งปรากฏข้อมูลของบุคคลหลายกลุ่ม ตั้งแต่ประชาชนทั่วไป นายกรัฐมนตรี รัฐมนตรี ตลอดจนผู้บริหารระดับสูงว่า สคส. ได้เร่งประสานและตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยทันที

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า กรณีนี้เป็นการนำเอาข้อมูลหรือลิงก์โปรแกรมช่องทางการเข้าถึงข้อมูลที่สร้างขึ้นโดยผิดกฎหมายจากเครือข่ายมิจฉาชีพ จึงเป็นการเข้าถึงโดยมิชอบซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่มีมาตรการป้องกันโดยเฉพาะ เข้าข่ายการกระทำผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 7 โดย "มิใช่กรณีข้อมูลหลุดโดยทั่วไป"

สคส. จึงได้ยกระดับมาตรการดำเนินการเพื่อปกป้องคุ้มครองข้อมูลของประชาชนในทุกมิติ

เปิด 3 มาตรการสกัดวงจรข้อมูลเถื่อน

สำหรับมาตรการดำเนินการของ สคส. ถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วนครอบคลุมทั้งระบบ ดังนี้

1. ปลายน้ำ (ผู้นำข้อมูลมาโพสต์-เผยแพร่ต่อ): หากผู้โพสต์ไม่ได้รับอนุญาต ถือเป็นการเข้าถึงข้อมูลโดยมิชอบ มีความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ มาตรา 7 โดย สคส. ได้ประสานกระทรวงดีอีเพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว

เตือนประชาชนและแอดมินเพจ: ห้ามนำข้อมูล ลิงก์ หรือช่องทางเข้าถึงฐานข้อมูลดังกล่าวไปลองเปิด ส่งต่อ หรือเผยแพร่ซ้ำเด็ดขาด เพราะเป็นการขยายความเสียหาย และมีโทษทางกฎหมาย

2. ต้นน้ำ (หน่วยงานผู้ดูแลฐานข้อมูล): ประสาน กรมการขนส่งทางบก และ กรมการปกครอง ให้เร่งตรวจสอบ แก้ไข ระงับเหตุ พร้อมรายงานเหตุการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคลมายัง สคส. โดยทันที ทั้งนี้ ได้บูรณาการร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) เพื่ออุดช่องโหว่และวางมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นพื้นฐาน ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำ

3. กลางน้ำ (กลุ่มมิจฉาชีพซื้อขายข้อมูลเถื่อน): ผนึกกำลังร่วมกับ กระทรวงดีอี และ กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) เพื่อเร่งสืบสวนสอบสวน ปราบปราม จับกุมผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดี พร้อมสั่งเร่งปิดกั้นทุกช่องทางการซื้อขาย-แลกเปลี่ยนข้อมูลผิดกฎหมายโดยเร็ว

พ.ต.อ.สุรพงศ์ เปล่งขำ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.)

เร่งตรวจสอบทุกขั้นตอน-เปิดช่องประชาชนร้องเรียน

พ.ต.อ.สุรพงศ์ ย้ำว่า การทำงานครั้งนี้ต้องตรวจสอบให้ครบทุกมิติ ตั้งแต่ที่มาของข้อมูล วิธีการเข้าถึงระบบ บุคคลที่นำช่องทางไปขาย ตลอดจนผู้โพสต์ต่อ โดยทุกหน่วยงานต้องเร่งระงับความเสียหาย รักษาหลักฐานทางดิจิทัล และยกระดับการคุ้มครองความปลอดภัยให้เหมาะสมกับความเสี่ยง

"หากประชาชนซึ่งเป็นเจ้าของข้อมูลส่วนบุคคลผู้ใดเห็นว่าตนได้รับความเสียหายจากการดำเนินการดังกล่าว สามารถใช้สิทธิร้องเรียนมายัง สคส. เพื่อให้ตรวจสอบและดำเนินการตามกฎหมายต่อไปได้" เลขาธิการ สคส. กล่าวทิ้งท้าย