
Samsung ทวงแชมป์ DRAM โลก Micron ไล่บี้ SK hynix-ค่ายจีนเร่งเครื่อง
AI และการลงทุนดาต้าเซ็นเตอร์ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของตลาดหน่วยความจำ DRAM ทั่วโลก Counterpoint Research ระบุอุปสงค์ยังสูงกว่าอุปทาน หนุนราคามีแนวโน้มแข็งแกร่ง ขณะที่ Samsung กลับขึ้นเป็นเบอร์ 1 ของตลาดอีกครั้ง ส่วน CXMT จากจีนสร้างแรงสั่นสะเทือนด้วยการเติบโตเร็วที่สุดของโลก
KEY
POINTS
- Samsung กลับขึ้นมาเป็นผู้นำตลาด DRAM โลกอีกครั้ง โดยมีส่วนแบ่งรายได้ 39%
- การแข่งขันในตลาดเข้มข้นขึ้น โดย Micron กำลังลดช่องว่างกับ SK hynix ขณะที่ CXMT ของจีนเป็นผู้ผลิตที่เติบโตเร็วที่สุด
- ความต้องการหน่วยความจำสำหรับโครงสร้างพื้นฐาน AI เป็นปัจจัยหลักที่ขับเคลื่อนการเติบโตของตลาด
Counterpoint Research เปิดเผยรายงานวิเคราะห์อุตสาหกรรมหน่วยความจำ DRAM ระบุว่า การขยายการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานด้าน AI ทั่วโลก ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันความต้องการหน่วยความจำ DRAM ให้เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยความต้องการของตลาดยังอยู่ในระดับสูงกว่าอุปทาน ส่งผลให้การแข่งขันของผู้ผลิตและการปรับกลยุทธ์ผลิตภัณฑ์เข้มข้นมากขึ้น
รายงานระบุว่า การเติบโตของ Agentic AI และความต้องการหน่วยประมวลผล (CPU) สำหรับเซิร์ฟเวอร์ AI จะยังคงเป็นแรงหนุนสำคัญต่อความต้องการ DRAM แบบดั้งเดิม รวมถึงช่วยประคองระดับราคาของตลาดในระยะต่อไป
ขณะเดียวกัน ความต้องการหน่วยประมวลผลกราฟิก (GPU) ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้หน่วยความจำแบนด์วิดท์สูง หรือ High Bandwidth Memory (HBM) ยังคงเป็นเซกเมนต์ที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในอุตสาหกรรม เนื่องจากเป็นองค์ประกอบสำคัญสำหรับการประมวลผล AI ประสิทธิภาพสูง
Samsung กลับขึ้นเบอร์ 1
ด้านการแข่งขันของผู้ผลิต Counterpoint Research ระบุว่า Samsung กลับขึ้นมาเป็นผู้ผลิต DRAM อันดับหนึ่งของโลกอีกครั้ง โดยมีส่วนแบ่งรายได้ 39% ของตลาด
ขณะที่ Micron ยังคงเร่งขยายส่วนแบ่งตลาดและลดช่องว่างกับ SK hynix ทำให้การแข่งขันระหว่างผู้ผลิตหน่วยความจำรายใหญ่ทั้ง 3 รายมีความเข้มข้นมากขึ้น ท่ามกลางการเร่งพัฒนาเทคโนโลยีรองรับความต้องการของตลาด AI
อีกหนึ่งผู้เล่นที่น่าจับตาคือ ChangXin Memory Technologies (CXMT) ของจีน และ Nanya Technology จากไต้หวัน ซึ่งต่างมีผลการดำเนินงานโดดเด่นในไตรมาส 2 โดยเฉพาะ CXMT ที่ได้รับการจัดให้เป็นผู้ผลิต DRAM ที่มีอัตราการเติบโตเร็วที่สุดของโลก
HBM4 ตัวแปรใหม่ของการแข่งขัน
Counterpoint Research คาดว่า ผลิตภัณฑ์ HBM รุ่นใหม่และ GPU เจเนอเรชันใหม่จะทยอยเข้าสู่การผลิตจำนวนมากและเริ่มส่งมอบในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 ส่งผลให้ตลาด HBM กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่กำหนดทิศทางอุตสาหกรรมหน่วยความจำในระยะต่อไป
นอกจากนี้ การเริ่มใช้งาน HBM4 และการปรับโครงสร้างผลิตภัณฑ์ของผู้ผลิตแต่ละราย อาจส่งผลต่อระดับราคาของ DRAM ในอนาคต
ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังจับตาการนำเงินจากการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนครั้งแรก (IPO) ของ CXMT ไปใช้ขยายกำลังการผลิต HBM และ LPDDR6 รวมถึงแผนเพิ่มกำลังการผลิตของผู้ผลิต DRAM รายอื่นทั่วโลก ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดสมดุลการแข่งขันของอุตสาหกรรมในช่วงหลายปีข้างหน้า







