
ไมโครซอฟท์ ชี้องค์กรไทยติดกับดัก AI เร่งสร้าง“Owned Intelligence” ปลดล็อก
ไมโครซอฟท์เผย Work Trend Index 2026 ชี้ไทยมีผู้ใช้ AI ขั้นสูงสูงกว่าค่าเฉลี่ยโลก 2 เท่า แต่หลายองค์กรยังติดข้อจำกัดการทรานส์ฟอร์ม แนะสร้าง "Owned Intelligence" ปลดล็อกการเติบโตในยุค AI
KEY
POINTS
- องค์กรไทยเผชิญภาวะ "Transformation Paradox" แม้พนักงานจะใช้ AI ในระดับสูง แต่ไม่สามารถเปลี่ยนเป็นศักยภาพขององค์กรได้ เนื่องจากวัฒนธรรมและระบบงานไม่เอื้ออำนวย
- ไมโครซอฟท์เสนอให้องค์กรเร่งสร้าง “Owned Intelligence” โดยรวบรวมองค์ความรู้จากการใช้ AI ของพนักงานให้กลายเป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ที่สร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน
- แม้คนไทยจะใช้ AI อย่างแพร่หลาย แต่ยังขาดทักษะสำคัญในการทำงานร่วมกับ AI โดยเฉพาะด้านการคิดวิเคราะห์และการควบคุมคุณภาพผลลัพธ์ ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญ
ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย เปิดเผยผลการศึกษาจาก Work Trend Index 2026 ชี้ให้เห็นว่า แม้ประเทศไทยจะเป็นหนึ่งในประเทศที่บุคลากรเปิดรับและใช้งาน AI ในระดับสูง โดยมีสัดส่วนกลุ่ม Frontier Professionals หรือผู้ใช้ AI ขั้นสูงถึง 32% สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกถึง 2 เท่า แต่หลายองค์กรยังไม่สามารถเปลี่ยนการใช้งาน AI ในระดับบุคคลให้กลายเป็นศักยภาพขององค์กรได้ ส่งผลให้เกิดภาวะ Transformation Paradox หรือความย้อนแย้งของการทรานส์ฟอร์ม ที่พนักงานพร้อมปรับตัว แต่ระบบงานและวัฒนธรรมองค์กรยังไม่เอื้อต่อการเปลี่ยนแปลง
ไมโครซอฟท์จึงเสนอให้องค์กรไทยเร่งสร้าง "Owned Intelligence" หรือองค์ความรู้และขีดความสามารถที่เกิดจากการใช้งาน AI ภายในองค์กร เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันในระยะยาว
AI เปลี่ยนบทบาทจากเครื่องมือสู่ "คู่คิด"
รายงาน Work Trend Index 2026 จัดทำจากข้อมูลการใช้งานจริงบนแพลตฟอร์ม Microsoft 365 ควบคู่กับการสำรวจผู้ใช้งาน AI จำนวนกว่า 20,000 คนใน 10 ประเทศ รวมถึงการสำรวจเชิงลึกในประเทศไทย
ผลการศึกษาพบว่า AI กำลังเปลี่ยนบทบาทจากเครื่องมือค้นหาข้อมูลไปสู่การเป็น "คู่คิด" ของคนทำงาน โดยข้อมูลการใช้งาน Microsoft Copilot ทั่วโลกสะท้อนว่า 49% ของผู้ใช้ AI นำ AI มาช่วยวิเคราะห์ ให้เหตุผล และสนับสนุนการตัดสินใจ ขณะที่งานที่มีการใช้ AI มากที่สุดคือการช่วยแก้ปัญหาและตัดสินใจในภารกิจสำคัญ คิดเป็น 28%
แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนว่าการใช้ AI กำลังก้าวเข้าสู่ยุคที่ AI ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่กลายเป็นผู้ช่วยในการคิด วิเคราะห์ และวางแผนเชิงกลยุทธ์มากขึ้น
คนไทยใช้ AI สูง แต่ยังขาดทักษะสำคัญ
สำหรับประเทศไทย รายงานพบว่าคนทำงานมีการใช้ AI อย่างแพร่หลาย โดย
- 89% ใช้ผลลัพธ์จาก AI เป็นจุดเริ่มต้นในการต่อยอดความคิด
- 86% ของกลุ่ม Frontier Professionals ระบุว่า AI เปิดโอกาสให้สร้างสรรค์งานรูปแบบใหม่ที่ไม่เคยทำได้มาก่อน
อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับประเทศอื่นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไทยยังมีช่องว่างด้านทักษะสำคัญในการทำงานร่วมกับ AI
ด้านการควบคุมคุณภาพผลลัพธ์ มีเพียง 53% ของคนทำงานไทยที่มองว่าทักษะนี้มีความสำคัญ เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้อยู่อันดับ 5 จาก 6 ประเทศในภูมิภาค ขณะที่อินโดนีเซียและเวียดนามอยู่ที่ 60%
ส่วนทักษะการคิดวิเคราะห์ มีเพียง 45% ของคนทำงานไทยที่เห็นว่ามีความสำคัญในการทำงานร่วมกับ AI ซึ่งเป็นอันดับสุดท้ายของภูมิภาค เทียบกับฟิลิปปินส์ที่ 65% และอินโดนีเซียที่ 62%
องค์กรไทยยังติดกับดักการทรานส์ฟอร์ม
ไมโครซอฟท์ระบุว่า ปัจจัยระดับองค์กร เช่น วัฒนธรรมองค์กร การสนับสนุนจากผู้บริหาร และการพัฒนาทักษะบุคลากร มีผลต่อความสำเร็จของการนำ AI มาใช้มากกว่าปัจจัยระดับบุคคลถึง 2 เท่า
แม้ 51% ของพนักงานไทยรับรู้ว่าผู้บริหารมีวิสัยทัศน์ด้าน AI ที่ชัดเจน สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกซึ่งอยู่ที่ 26% แต่กลับมีผู้บริหารเพียง 1 ใน 3 ที่พร้อมสนับสนุนให้พนักงานทดลองใช้งาน AI รูปแบบใหม่ แม้จะยังไม่เห็นผลลัพธ์ทางธุรกิจในทันที
ขณะเดียวกัน 85% ของคนทำงานไทยยอมรับว่ากังวลว่าจะตามเทคโนโลยีไม่ทัน สูงกว่าค่าเฉลี่ยโลกที่ 65% แต่ถึงอย่างนั้น พนักงานกว่า 60% ยังเลือกใช้ AI เพื่อสนับสนุนรูปแบบการทำงานเดิม มากกว่าการปรับเปลี่ยนกระบวนการทำงานใหม่ เนื่องจากรู้สึกว่ามีความเสี่ยงน้อยกว่า
รายงานยังพบว่า แม้หัวหน้างานไทยกว่า 80% จะเปิดโอกาสให้ทีมทดลองออกแบบกระบวนการทำงานใหม่ด้วย AI แต่มีเพียง 20% ของทีมเท่านั้นที่นำผลลัพธ์มาจัดทำเป็นมาตรฐานการทำงานขององค์กร ทำให้นวัตกรรมยังคงกระจุกอยู่กับบุคคล และไม่สามารถต่อยอดเป็นองค์ความรู้ร่วมขององค์กรได้
ดัน Human Agency สร้าง "Owned Intelligence"
นายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย และตลาดใหม่ กล่าวว่า ความท้าทายขององค์กรไทยในปัจจุบันไม่ใช่เพียงการส่งเสริมให้พนักงานใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่ต้องใช้โอกาสนี้ในการออกแบบกระบวนการทำงานใหม่ทั้งระบบ
ผู้บริหารจำเป็นต้องพิจารณาว่าขั้นตอนการทำงานใดควรได้รับการปรับเปลี่ยน พร้อมนำเทคโนโลยี ผู้เชี่ยวชาญ และบุคลากรมาทำงานร่วมกัน ภายใต้แนวคิด Human Agency ที่ให้ AI Agent รับผิดชอบงานเชิงปฏิบัติการ ขณะที่มนุษย์ทำหน้าที่กำกับ วิเคราะห์ และตัดสินใจ
เมื่อองค์กรสามารถรวบรวมองค์ความรู้และแนวปฏิบัติที่เกิดจากการใช้งาน AI ของพนักงานให้กลายเป็น Owned Intelligence ได้สำเร็จ สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นสินทรัพย์เชิงกลยุทธ์ที่องค์กรอื่นไม่สามารถลอกเลียนได้ และเป็นรากฐานสำคัญของการเติบโตในระยะยาว
แนะองค์กรเร่งปรับ 3 ระดับ
รายงานเสนอแนวทางให้องค์กรไทยก้าวสู่การเป็น Frontier Firm ผ่านการเปลี่ยนแปลงใน 3 มิติสำคัญ ได้แก่
- ระดับพนักงาน พัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การประเมินคุณภาพงาน และสร้างความมั่นใจให้บุคลากรกล้าทดลองแนวทางใหม่ในการใช้ AI
- ระดับผู้บริหาร เปลี่ยนการทดลองใช้ AI ให้เป็นส่วนหนึ่งของงานประจำ พร้อมจัดสรรเวลาและทรัพยากรสนับสนุนอย่างจริงจัง
- ระดับองค์กร นำข้อมูลการใช้งาน AI มาปรับปรุงเวิร์กโฟลว์ สร้างระบบการเรียนรู้ (Learning System) และพัฒนากระบวนการทำงานที่ยึดหลักความปลอดภัย ความโปร่งใส และธรรมาภิบาล
ไมโครซอฟท์ระบุว่า การก้าวสู่ยุค AI อย่างเต็มรูปแบบขององค์กรไทยจะเกิดขึ้นได้ต่อเมื่อสามารถเชื่อมโยงศักยภาพของบุคลากรเข้ากับระบบงานที่ยืดหยุ่น ปลอดภัย และสามารถเปลี่ยนองค์ความรู้จากการใช้งานจริงให้กลายเป็น Owned Intelligence ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญในการสร้างความสามารถในการแข่งขันและขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศในระยะยาว







